| ผู้เขียน | ปดิวลดา บวรศักดิ์ |
|---|---|
| เผยแพร่ |
ประกันสังคม ระบบเพื่อแรงงานไทย ริเริ่มในยุค “จอมพล ป. พิบูลสงคราม”
“ประกันสังคม” ถือว่าเป็นองค์กรที่ดูแลด้านสวัสดิการของแรงงานในประเทศไทยที่ใหญ่ที่สุด ไม่ว่าจะเป็นแรงงานคนไหน หากเข้าทำงานตามระบบแล้ว ก็ต้องจ่ายเงินเข้าสู่ระบบประกันสังคม โดยหวังว่าท้ายที่สุดแล้วเงินที่จ่ายไปจะช่วยเราในยามเดือดร้อน ว่างงาน หรือเข้าสู่วัยเกษียน
ระบบประกันสังคมหรือระบบบำนาญ ไม่ได้มีแค่ในประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังปรากฏในประเทศอื่น ๆ อย่างน้อย ๆ ก็ประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงของเรา เช่น สิงคโปร์ มาเลเซีย เวียดนาม ฯลฯ
สำหรับประเทศไทย จุดริเริ่มของประกันสังคมย้อนกลับไปในสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม ช่วงที่ 2 ของการขึ้นสู่อำนาจนั่นคือ พ.ศ. 2491-2500

ในหนังสือ “กว่าจะมี… ประกันสังคม” เล่าไว้ว่า การประกันสังคมได้เข้ามามีบทบาทในไทยเมื่อ พ.ศ. 2495 ในสมัยรัฐบาลจอมพล ป.
ระบุรายละเอียดว่า จอมพล ป. มองเห็นความจำเป็นของระบบความมั่งคงทางสังคม จึงนำระบบประชาสงเคราะห์เข้ามา โดยมุ่งเน้นให้เห็นว่าหากประชาชนเดือดร้อน ยากจน รัฐบาลก็ต้องเข้ามาช่วยเหลือด้วยการนำเงินภาษีมาใช้ และให้การสงเคราะห์กับคนที่มีลูกมาก คนที่เดือดร้อน คนชรา รวมถึงคนที่ไม่มีที่ดินทำกินก็สร้างนิคมของตนเองเพื่อแก้ไขความเดือดร้อนของผู้ใช้แรงงาน หรือที่เรียกว่ากรรมกร
ด้วยเหตุนี้เองจึงเกิด “คณะกรรมการสังคมสงเคราะห์” ซึ่งจอมพล ป. เป็นประธานด้วยตนเอง ซึ่งจะทำหน้าที่พิจารณากำหนดหลักการ และวิธีการดำเนินการต่าง ๆ ที่ให้ความช่วยเหลือประชาชนในด้านสวัสดิการทางสังคม
ต่อมาจึงเกิดการเสนอร่างกฎหมายประกันสังคมขึ้น ซึ่งได้ตราเป็นพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2497 ประกาศออกมาเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2497 และมีการจัดตั้งกรมประกันสังคมในวันเดียวกันกระทั่งอีก 1 เดือนถัดมา ได้ไปสังกัดกระทรวงการคลัง ต่อมากรมประกันสังคมได้ตระเตรียมงานเกี่ยวกับการบังคับใช้พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2497 โดยพร้อมที่จะบังคับใช้ในช่วงกลางปี
แต่เกิดการคัดค้านจากหลากหลายฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับการดำเนินงานประกันสังคม จึงทำให้ต้องระงับใช้กฎหมายนี้ออกไปโดยไม่มีกำหนด
แม้ “ประกันสังคม” จะยังไม่ได้เริ่มทดลองใช้ในสังคมไทยอย่างจริงจัง แต่ก็ถือเป็นการริเริ่มสิทธิ์สำหรับผู้ใช้แรงงาน
เมื่อเปลี่ยนรัฐบาลไปยังสมัย “จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์” ในตอนแรกรัฐบาลจะยุบกรมประกันสังคมทิ้ง แต่ด้วยเป็นระบบสากลที่มีความจำเป็น จอมพลสฤษดิ์จึงต้องคงไว้

แต่ให้โอนกองวิชาการของกรมประกันสังคม มาสังกัดที่กรมประชาสงเคราะห์เมื่อ พ.ศ. 2501 และให้ชื่อใหม่ว่า “กองความมั่นคงแห่งสังคม” โดยมีหน้าที่หลักคือศึกษางานประกันสังคมของแต่ละประเทศ ปรับปรุงแก้ไขพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2497 และเตรียมงานเพื่อดำเนินงานประกันสังคมต่อไป
ตั้งแต่นั้นมาประเทศไทยก็มีแนวคิดจะผลักดันเรื่องการประกันสังคมมาโดยตลอด มีการประชุม ปรึกษา และเสนอร่างพระราชบัญญัติกันเป็นระยะ ๆ เท่าที่จะมีโอกาส แต่ก็ยังไม่สำเร็จมากนัก
อย่างใน พ.ศ. 2507-2508 มีความพยายามจะให้มีกฎหมายประกันสังคม แต่ก็งดไป เนื่องจาก “มีความเห็นว่าลูกจ้างส่วนใหญ่ยังไม่พร้อม และไม่ยินดีในการเสียค่าใช้จ่าย ตลอดจนผลประโยชน์ต่าง ๆ ที่นายจ้างให้แก่ลูกจ้างก็อยู่ในเกณฑ์ดีพอควรแล้ว การดำเนินการเพื่อให้มีการบังคับใช้กฎหมายประกันสังคม จึงต้องยุติไว้อีกครั้งหนึ่ง”

การดำเนินการผลักดันกฎหมายดังกล่าวยังคงถูกหยิบยกมาพูดถึงในหลากหลายรัฐบาล จนกระทั่งผ่านไป 20 กว่าปี ในยุคที่ พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ เป็นนายกรัฐมนตรี พระราชบัญญัติประกันสังคมก็ได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา และพระราชบัญญัติดังกล่าวนี้ก็มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2533
อย่างไรก็ดี เมื่อเกิดกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม (ปัจจุบันคือ กระทรวงแรงงาน) ขึ้น ใน พ.ศ. 2536 สำนักงานประกันสังคมจึงได้โอนมาสังกัดอยู่ที่กระทรวงนี้
เป็นคำตอบให้กับอีกคำถามหนึ่งได้ว่า ทำไมปัจจุบันสำนักงานดังกล่าวถึงได้มาอยู่ภายใต้กระทรวงแรงงานนั่นเอง
อ่านเพิ่มเติม :
- “กุลีจีน” แรงงานสำคัญเสี่ยงชีวิตจัดเก็บอุจจาระ สมัยรัชกาลที่ 5
- แรงงานอีสานยุครัชกาลที่ 5 ที่ทำกินในพื้นที่ “คลองรังสิต” มีเยอะแค่ไหน?
- ทำไม “เมืองโคราช” สมัยรัชกาลที่ 5 จึงถูก “เกณฑ์แรงงาน” ในอัตราสูง
สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่
อ้างอิง :
กว่าจะมี– ประกันสังคม. [ม.ป.ท.]:สำนักงานประกันสังคม. กองวิชาการและแผนงาน, 2544. สืบค้นเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2569. https://digital.library.tu.ac.th/tu_dc/frontend/Info/item/dc:273925.
https://www.prachachat.net/sd-plus/sdplus-hr/news-1955506
เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 28 มกราคม 2569





