“เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ” สยามมกุฎราชกุมารพระองค์แรกใน ร.5 สวรรคตเพราะเหตุใด?

สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร
สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร ฉลองพระองค์เครื่องแบบทหารมหาดเล็ก ทรงสายสะพายมหาวราภรณ์ (มหาวชิรมงกุฎ) คาดสายรัดพระองค์ และสายสะพายสายคันชีพทับสายสะพาย (ภาพ : สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ)

“เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ” สยามมกุฎราชกุมารพระองค์แรกแห่งสยามประเทศ สวรรคตอย่างกระทันหันด้วยพระโรคอะไร?

“สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ” สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมารพระองค์แรกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ประสูติเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2421 ทรงเป็นพระราชโอรสพระองค์ที่ 8 และทรงเป็นสมเด็จเจ้าฟ้าพระองค์แรกในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ประสูติแต่สมเด็จพระศรีสวรินทรา บรมราชเทวี

สมเด็จฯ เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ ทรงเจริญพระชนม์เป็นเจ้าชายหนุ่มที่แข็งแรง แต่แล้วกลับสวรรคตอย่างกะทันหัน เมื่อวันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2437 สิริพระชนมายุ 16 พรรษา หลังประชวรเพียงวันเดียวเท่านั้น ทั้งที่ก่อนหน้านั้น 2-3 วัน พระองค์ยังเสด็จไปร่วมพระราชพิธีตรียัมปวาย ตรีปวาย (โล้ชิงช้า) ที่พระยาเทเวศร์ (ม.ล. หลาน กุญชร) พระอภิบาลในพระองค์ เป็นพระยายืนชิงช้า

ในพระราชพิธีโล้ชิงช้าวันแรก (2 มกราคม พ.ศ. 2437) สมเด็จฯ เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ เสด็จขึ้นทรงช้างไปประทับพลับพลา ณ วัดสุทัศน์เทพวราราม ร่วมพิธีตามพระราชประเพณีแล้วเสด็จกลับ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ทรงรับพระราชโอรสจากกูบช้างเสด็จขึ้นข้างใน ขณะที่วันที่ 2 ไม่มีบันทึกเกี่ยวกับพระราชพิธี

ส่วนวันที่ 3 (4 มกราคม พ.ศ. 2437) พระองค์มีพระอาการประชวรในระยะเวลาอันสั้น พระวรกายร้อนอย่างคนเป็นไข้ ไม่ว่าแพทย์ฝรั่งหรือไทยก็ไม่สามารถเยียวยาพระอาการให้ทุเลาลงได้ จนสวรรคตในวันนั้น วันสุดท้ายของพระราชพิธีโล้ชิงช้าที่เพิ่งสร้างความสำราญพระราชฤทัยให้แก่พระองค์ไป ยังความโศกเศร้าแก่สมเด็จพระบรมชนกนาถและพระราชชนนีเป็นล้นพ้น

สมเด็จพระศรีสวรินทิรา บรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ทรงฉายกับสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร (ภาพจาก สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ)

สมภพ จันทรประภา เล่าไว้ในหนังสือ สมเด็จพระศรีสวรินทิราฯ ว่า สมเด็จฯ เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศสวรรคตเพราะ โรคไข้รากสาดน้อย หรือไข้ไทฟอยด์ จากข้อมูลที่ว่าทรงมีพระอาการไข้ แต่โรคนี้มักพบในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบ และอาการของโรคก็ไม่ค่อยรุนแรง เพราะผู้ป่วยมักหายได้เองใน 4 สัปดาห์ โดยไม่ต้องใช้ยาปฏิชีวนะใด ๆ

หนังสือ จดหมายเหตุรายวันสมเด็จพระบรมราชปิตุลาธิบดีเจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ บันทึกถึงเหตุการณ์และพระอาการว่า (เน้นคำเพิ่มเติมโดย กอง บก. ศิลปวัฒนธรรม) 

“วันที่ ๔ มกราคม พ.ศ. ๒๔๓๗ เวลาบ่ายเป็นวันถีบชิงช้าจริง เจ้าพระยาเทเวศร์วงศ์วิวัฒน์ ไม่มีความสบายใจเพราะงานนี้ขาดสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ทั้งที่ก่อนหน้าวันประชวรได้ ๑-๒ วัน พระองค์ยังทรงสนุกสนานอยู่เลย แต่พอวันรุ่งขึ้นก็เริ่มประชวรมีไข้ เสด็จออกไม่ได้ พระอาการเพียบมาก ให้เหนื่อยหอบเป็นกำลัง แพทย์เห็นว่าพระอวัยวะภายในพระอุระ (อก) พิการ ประกอบพระโอสถถวายพระอาการคลายแล้วกลับทรุดหนักลงอีก”

ด้านหนังสือ ธิราชเจ้าจอมสยาม เขียนถึงสาเหตุการณ์สวรรคตว่า “เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ ประชวรทิวงคตอย่างกะทันหัน เมื่อ ๔ มกราคม พ.ศ. ๒๔๓๗ พระชนมายุเพียง ๑๖ พรรษา เอกสารส่วนใหญ่ระบุว่าสิ้นพระชนม์ด้วยพระโรควักกะพิการ (ไตวาย) แต่จากราชกิจจานุเบกษาระบุว่าสิ้นพระชนม์ด้วยพระโรคเกี่ยวกับพระปุปผาสะ (ปอด)

หนังสือ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเทวะวงศ์วโรปการ เขียนโดย วิมลพรรณ ปีตธวัชชัย เป็นอีกแหล่งที่บอกว่าพระองค์สวรรคตด้วยโรคเกี่ยวกับพระวักกะ คือทรงประชวรด้วย โรคไตอักเสบ แต่จริง ๆ แล้วโรคนี้ไม่มีอาการรุนแรง และส่วนใหญ่ก็หายได้เองเช่นกัน อย่างกรณีของสมเด็จฯ เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ พระองค์ก็ไม่ทรงมีพระอาการเกี่ยวกับพระบังคนเบา (ปัสสาวะ) ที่เกี่ยวกับไตเลย ทำให้ตัดเรื่องภาวะไตวายหรือพระโรควักกะพิการออกไปได้ด้วย

สาเหตุการสวรรคตอย่างกะทันหันของ “สยามมกุฎราชกุมาร” พระองค์แรกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ คืออะไรกันแน่?

เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ

รศ. นพ. เอกชัย โควาวิสารัช วิเคราะห์ไว้ในหนังสือ ชันสูตรประวัติศาสตร์ เมื่อคราวสวรรคต (มติชน : 2560) ว่า นอกจากจะสามารถตัดโรคไข้รากสาดน้อย โรคไตอักเสบ และภาวะไตวาย ออกไปจากสาเหตุการสวรรคตด้วยเหตุผลข้างต้นแล้ว เมื่อพิจารณาจากพระอาการไข้และเหนื่อยหอบก่อนสวรรคตภายใน 1-2 วัน โรคระบบทางเดินหายใจ กับ โรคระบบหัวใจและหลอดเลือด น่าจะเป็นไปได้มากที่สุด

“โรคเกี่ยวกับพระปุปผาสะ” ตามราชกิจจานุเบกษาก็คือโรคระบบทางเดินหายใจ ซึ่งพระโรคปัปผาสะอักเสบ หรือปอดอักเสบ (ปอดบวม) มีความเป็นไปได้มากที่สุด ไม่ว่าคนอายุน้อยหรือผู้ใหญ่ที่แข็งแรงก็สามารถเป็นได้ แม้จะสามารถรักษาโดยใช้ยาปฏิชีวนะและใช้ชีวิตได้ตามปกติใน 4-5 วัน แต่อันตรายของผู้ป่วยโรคนี้คือสามารถเสียชีวิตได้จากภาวะแทรกซ้อน ได้แก่ ภาวะหายใจล้มเหลว โรคหัวใจ และโรคติดเชื้อ

อย่างไรก็ตาม หมอเอกชัยให้ข้อสังเกตว่า โรคนี้อาจยังไม่ใช่มัจจุราชที่พรากพระชนม์ชีพสมเด็จฯ เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศอีกอยู่ดี เพราะพระองค์ไม่ทรงมีพระอาการไอเลย ทั้งมีพระพลานามัยแข็งแรงก่อนจะประชวร และทรุดลงในเวลาเพียง 1-2 วัน ซึ่งเป็นระยะเวลาที่เร็วเกินไป

โรคระบบหัวใจและหลอดเลือดจึงเป็นความเป็นไปได้สุดท้าย…

มีความผิดปกติเกี่ยวกับหัวใจในกลุ่มโรคระบบหัวใจและหลอดเลือดซึ่งทำให้เกิดการเสียชีวิตอย่างปัจจุบันทันด่วน (Studden death) ชนิดหนึ่ง ที่หมอเอกชัยให้น้ำหนักความเป็นไปได้มากที่สุด เมื่อวิเคราะห์จากพระชนมายุ ระยะเวลาที่แสดงพระอาการไปจนถึงสวรรคต และหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าเจ้าฟ้าพระองค์นี้ทรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรงตลอดมา โรคนั้นคือ “พระโรคกล้ามเนื้อพระหทัยอักเสบ” หรือ โรคกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ (Myocarditis) นั่นเอง

สาเหตุโรคกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัส โดยเฉพาะ ไวรัสไข้หวัดใหญ่ (Influenza) ที่อาการแสดงผลแปรผันได้มากตั้งแต่ไม่มีอาการใด ๆ เลย ไปจนถึง ภาวะหัวใจล้มเหลวอย่างรุนแรง (Fulminant heart failure) หรืออาการช็อคที่มีสาเหตุจากหัวใจ

หมอเอกชัยวิเคราะห์ว่า “กรณีของสมเด็จเจ้าฟ้าฯ นั้น พระองค์ทรงเสด็จเข้าร่วมในพระราชพิธีตรียัมปวายตั้งแต่วันแรกเสด็จขึ้นทรงช้างและวันที่ 3 ก็เสด็จขึ้นทรงช้างอีกครั้ง และในวันนั้นเองพระองค์ก็ประชวรด้วยพระไข้ เหนื่อยหอบ ซึ่งอาจเป็นอาการแรกเริ่มของการติดเชื้อไวรัสคล้าย ๆ กับไข้หวัดได้ ทำให้ผมคิดว่า พระองค์อาจจะติดเชื้อไวรัสในงานนี้ตั้งแต่วันแรก แล้วเชื้อไวรัสนี้ไปทำให้กล้ามเนื้อพระหทัยอักเสบอย่างรุนแรง ถึงกับทำให้สิ้นพระชนม์ภายในเวลาเพียง 1 วัน หลังจากมีพระอาการประชวรแล้ว” 

นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า โรคกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบมักพบในคนหนุ่มสาว เป็นสาเหตุการตายอย่างกะทันหันและไม่คาดคิดมาก่อนในนักกีฬาอายุน้อย ๆ ทั้งการวินิจฉัยโรคนี้ยังกระทำได้ค่อนข้างยาก

การที่สมเด็จฯ เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศทรงมีพระอาการ “เหนื่อยหอบเป็นกำลัง” ก็เป็นสัญญาณของภาวะพระหทัยล้มเหลว คือหัวใจไม่สามารถบีบตัวเพื่อให้มีเลือดไปเลี้ยงทั่วร่างกายเพียงพอจากภาวะหัวใจขาดเลือด หากไม่ได้แก้ไขให้ทันก็สามารถเสียชีวิตได้ในเวลาไม่นาน

“มีความเป็นไปได้ที่พระโรคกล้ามเนื้อพระหทัยอักเสบจะทำให้พระองค์สิ้นพระชนม์ เพราะว่าเชื้อไวรัสทำให้กล้ามเนื้อพระหทัยอ่อนแอลง โดยเฉพาะพระหทัยห้องซ้ายล่างซึ่งมีหน้าที่สูบฉีดพระโลหิตไปเลี้ยงทั่วพระวรกาย เมื่อพระโลหิตหล่อเลี้ยงพระวรกายไม่พอก็ทำให้เกิดช็อคที่มีสาเหตุมาจากพระหทัยได้ (Cardiogenic shock)” หมอเอกชัยกล่าวทิ้งท้าย

สาเหตุที่ทำให้สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ ทรงพระประชวรกะทันหัน จึงน่าจะเกิดจากเชื้อไวรัสที่ทำให้ “กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ จนเกิด “ภาวะหัวใจล้มเหลว” เป็นเหตุให้พระองค์สวรรคตในที่สุดนั่นเอง

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร พระราชโอรสและพระราชธิดารัชกาลที่ 5
สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร

อ่านเพิ่มเติม : 

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่


อ้างอิง : 

เอกชัย โควาวิสารัช, รศ. นพ. (2560). ชันสูตรประวัติศาสตร์ เมื่อคราวสวรรคต. กรุงเทพฯ : มติชน.


เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 14 พฤศจิกายน 2568