“กลียุคปลายกรุงธนบุรี” เหตุจลาจลช่วงยึดอำนาจพระเจ้าตาก จากมุมโคลงสรรเสริญฯ ร.1

ภาพเขียนพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระนครและพระบรมมหาราชวังขึ้นทางฟากตรงข้ามกับกรุงธนบุรี เขียนโดย อาจารย์พิชัย นิรันต์ ปัจจุบันภาพนี้อยู่ที่อาคารรัฐสภา ประกอบเรื่อง กลียุคปลายกรุงธนบุรี
ภาพเขียนพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระนครและพระบรมมหาราชวังขึ้นทางฟากตรงข้ามกับกรุงธนบุรี เขียนโดย อาจารย์พิชัย นิรันต์ ปัจจุบันภาพนี้อยู่ที่อาคารรัฐสภา

เหตุการณ์ช่วงปลายแผ่นดินสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช คือการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญที่สุดครั้งหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ไทย เรื่องราวช่วงนี้ถูกวิพากษ์ ตีความ ถกเถียงกันด้วยหลักฐานเกี่ยวข้องมากมาย เพื่อหาคำตอบว่าในกลียุคปลายกรุงธนบุรี ตอนนั้นเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ?

หลักฐานที่เล่าถึง “อารมณ์” ของผู้อยู่ร่วมเหตุการณ์ครั้งนั้น “อาจ” แทรกอยู่ในหลักฐานที่บางคนไม่คิดว่าจะ “ซื่อตรง” กับข้อเท็จจริงนัก แต่หากนำมาพินิจพิเคราะห์ก็จะเห็นร่องรอยบางอย่างแฝงอยู่ จึงขอเสนอข้อมูลจาก “โคลงสรรเสริญพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์” เพื่อประกอบการศึกษาอีกชิ้น

“กลียุคปลายกรุงธนบุรี” ในโคลงสรรเสริญฯ รัชกาลที่ 1

โคลงสรรเสริญพระเกียรติฯ ของ พระชำนิโวหาร นี้ แต่งขึ้นเพื่อ “ยอพระเกียรติ” รัชกาลที่ 1 อย่างชัดเจนและตรงไปตรงมา และสอดแทรกเหตุการณ์บ้านเมืองไว้ไม่น้อย ทั้งนี้ กรมหมื่นพิทยาลงกรณ์ทรงสันนิษฐานว่า เป็นไปได้ว่าพระชำนิโวหารจะเป็นคนร่วมสมัยและเขียนพรรณนาขึ้นจากประสบการณ์ตรงหรือตามตาเห็น

เนื้อหาตอนต้นของโคลงเป็นไปตามแบบแผน คือกล่าวสดุดีสรรเสริญพระเกียรติ ว่าด้วยเรื่องปราบปรามยุคเข็ญ คือ

ฟ้า แจ่มเดือนแจ้งเจตร   มาศา

ฟ้า วายอดฟ้ามา   ดับเศร้า

ฟ้า ฝนตกอันตรา   เย็นไพร่ เมืองนา

ฟ้า ร่ำร้องเรียกเจ้า   ผ่านฟ้ามาครอง ฯ

ต่อด้วยเล่าถึงตอนที่สมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก (รัชกาลที่ 1) เสด็จนำทัพไปปราบเขมรได้ชัยชนะ ดังว่า

ปางปิ่นนายกย้าย   พลหาญ

เสด็จดำเนินไปผลาญ   ละแวกเว้

ชาวกัมพุชบ่อธาร   ทนเดช

เพื่อพระเปนเอกเอ้   กัตวล้ำเฉลิมกรุงฯ

“พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชครั้งดำรงพระอิสริยยศเป็นสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก เสด็จกลับจากราชการทัพที่เมืองเขมร” ภาพเขียนสีปูนเปียกบนเพดานโดมด้านทิศเหนือของพระที่นั่งอนันตสมาคม

ถัดมาเป็นฉากเหตุการณ์ความวุ่นวายในพระนครกรุงธนบุรี ผู้เขียนถึงขั้นใช้คำว่า “กลียุค” ในเหตุการณ์ดังต่อไปนี้

ฝ่ายธนนัคเรศร้อน   รนทรวง

ปวงราษฎร์หญิงชายปวง   คร่ำไห้

สมณเดือดแดดวง   จิตรขุ่น

ศิกษ์เสื่อมเสียแหล่งไหล้   หลีกเร้นแรมพง ฯ

 

เงียบเหงาเหย้าใหญ่รั้ว   เรือนขุน นางเอย

เมียมิ่งหมดหม่อมคุณ   ขุ่นข้อง

อุณห์อกราษฎร์ราวกุณฑ์   บังเกิด

เซ็งแซ่ซุบซิบพร้อง   พร่ำพร้องติฉิน ฯ

 

พระลานดาลเดือนฟุ้ง   ไฟเข็ญ

เสียงหวีดกรีดกราดเห็น   ห่อนได้

กะลียุคอย่างจักเปน  ควันพลุ่ง แล้วเฮย

มาตรว่ามิตรฤๅใกล้   กลับดั้นเดินหนี ฯ

 

ฝูงชนกลัวโจทนั้น   อุปมา

แม้นมฤคยั่นพยัคฆา   คาบคั้น

เสียแหล่งละคฤหา   หวังคลาศ ไภยพ่อ

บางหมู่เมือมารคดั้น   เถื่อนลี้หลบสกนธ์ ฯ

 

เคหะถานปานป่าช้า   เงียบเหงา

อึงแต่พวกพาลเมา  หมู่ฟ้อง

จับมาเฆี่ยนขับเอา   ทรัพย์สิ่ง สินนา

ผูกตรากล่ำบากต้อง   โทษไง้เอาเงิน ฯ

 

ดวงจันทราทิตย์ทั้ง   ดารก

มัวมืดเมฆมาปก   ปิดไว้

พิกลเกิดลามก   ธุมเกตุ

อุบัติกาบาตใต้   ตากคว้างขวัญหาย ฯ

โคลงนี้จึงเป็น “คำให้การ” กลาย ๆ ที่เล่าถึงความไม่สงบในพระนคร จนเป็นเหตุให้สมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึกต้องยกทัพกลับกลางคันจากศึกเขมร มาปราบปราม “ผู้ก่อเหตุ” เพื่อให้บ้านเมืองกลับมาสงบสุขอีกครั้ง

คือองค์หริรักษเรื้อง   รามา ธิราชเฮย

ปราบอสุรพาลา   เหล้าร้าย

เสด็จแสดงมหิทธิมหา   สุรภาพ

มาเตรียกตรีภพผ้าย   แผ่นฟ้าสาธุการ ฯ

หลังเหตุการณ์สงบราบคาบ “ผู้ร้าย” (ฝ่ายพระยาสรรค์) ก็ได้รับโทษทัณฑ์ตามเหตุ ดังนี้

ผู้ผิดแท้ท่านให้   ลงทัณฑ์

โทษฆ่าจองไปฟัน   เสียบเกล้า

น้อยโทษผ่อนผัน   ภาคโทษ ให้แฮ

ถอนแผ่นดินสิ้นเศร้า   เสื่อมเสี่ยนนามหนาม ฯ

พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ณ ค่ายตากสิน อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี
พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ณ ค่ายตากสิน อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี

จะเห็นว่าโคลงเล่าถึงกลียุคปลายกรุงธนบุรีและความทุกข์ยากของไพร่ฟ้าราษฎร โดยไม่แตะต้องข้องแวะ หรือ “โทษ” ไปถึงสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีโดยตรงเลย แต่เป็น “พวกพาลเมาหมู่ฟ้อง” ต่างหากที่ก่อความวุ่นวายในบ้านเมือง

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่


อ้างอิง : 

หลง หลายเสือ. กลียุค ปลายกรุงธนบุรี ในโคลงสรรเสริญพระเกียรติรัชกาลที่ 1. ศิลปวัฒนธรรม ฉบับเมษายน พ.ศ. 2545.


เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 26 กันยายน