| ผู้เขียน | กองบรรณาธิการศิลปวัฒนธรรม |
|---|---|
| เผยแพร่ |
พราหมณ์แห่งรามราฐ ผู้นำศิลปวิทยาการ-อักษร มาสู่สุววรณภูมิ
ดินแดนสุววรณภูมิได้รับวัฒนธรรมจากอินเดีย โดยเฉพาะอินเดียใต้มานานนับพันปี จนทำให้ก่อกำเนิดอารยธรรมที่ยิ่งใหญ่เจริญงอกงาม และรุ่มรวยวัฒนธรรมไม่แพ้บ้านเมืองใด โดยคนกลุ่มหนึ่งที่อาจมีบทบาทนำศิลปวิทยาการมาเผยแพร่ยังอุษาคเนย์ก็คือ “พราหมณ์แห่งรามราฐ”
เมือง “รามราฐ” หรือราเมศวรัม ตั้งอยู่ในอินเดียใต้ ปัจจุบันเป็นเกาะระหว่างชายฝั่งโจฬมณฑล ประเทศอินเดีย กับเกาะลังกา ประเทศศรีลังกา โดยเมืองแห่งนี้มีความเกี่ยวข้องกับ “จองถนน” และ “สะพานของพระราม” ในตำนานรามายณะ
เมืองรามราฐปรากฏเป็นตำนานเรื่องเล่าในเอกสารของไทยหลายชิ้น (บ้างเรียก รามราช, รามรัฐ) ซึ่งล้วนสะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์เชื่อมโยงกันบางอย่าง ในฐานะที่เมืองรามราฐเป็นต้นธารแห่งศิลปวิทยาการ โดยมีพราหมณ์เป็นผู้นำความเจริญมาสู่ดินแดนสุววรณภูมิ
ในตำนานพราหมณ์เมืองนครศรีธรรมราชเล่าว่า สำเภาจากเมืองรามราฐล่องมาถึงกรุงศรีอยุธยาในสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 หรือพระเจ้าอู่ทอง ต่อมา ผู้ปกครองเมืองรามราฐส่งคณะทูตมาเจริญสัมพันธไมตรี โดยมีเครื่องราชบรรณาการเป็นเทวรูป พระนารายณ์ พระลักษมณี พระอิศวร หงส์ และชิงช้าทองแดง พร้อมกับ “ชีพ่อพราหมณ์เป็นภาษา 5 เหล่า มอบให้แดงธรรมนารายณ์เป็นหัวหน้า”
ทั้งนี้ พราหมณ์ภาษา 5 เหล่า หมายถึง ปัญจทราวิท ประกอบด้วย มหาราษฎร์ ทมิฬ กรณาฏกะ คุชราต และอานธระ
อย่างไรก็ตาม เรือสำเภาของคณะทูตถูกพายุซัดเข้าปากแม่น้ำตรัง เจ้าเมืองนครศรีธรรมราชจึงรายงานไปยังราชสำนักกรุงศรีอยุธยา พระเจ้าอู่ทองจึงมีพระบรมราชโองการให้อัญเชิญเทวรูปไปกรุงศรีอยุธยา แต่เกิดลมพายุ 7 วัน 7 คืน เนื่องจากเทวรูปแสดงอิทธิฤทธิ์ จึงต้องล้มเลิกการเคลื่อนย้าย และให้ประดิษฐานอยู่ที่เมืองนครศรีธรรมราชสืบมา

พงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบับวันวลิต ก็เคยกล่าวถึงผู้ปกครองเมืองรามราฐส่งพระราชสาส์นมาเจริญพระราชไมตรีกับกรุงศรีอยุธยาในสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 พร้อมกันนั้นก็ได้ส่งพราหมณ์ 2 คนมาประกอบพิธีโล้ชิงช้าในกรุงศรีอยุธยาอีกด้วย
วันวลิตกล่าวถึงผลจากการมีปฏิสัมพันธ์กันในครั้งนี้ว่า “ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา ก็มีพราหมณ์จากที่ต่าง ๆ เดินทางมาสู่ดินแดนสุววรณภูมิ โดยเฉพาะมาจากเมืองรามรัฐ และพราหมณ์เหล่านี้ได้รับความยกย่องนับถือในหมู่พระเจ้าแผ่นดิน เจ้าชาย พระบรมวงศานุวงศ์ และประชาชน”
เรื่องราวของพราหมณ์รามราฐยังปรากฏในโคลงภาพคนต่างภาษา จารึกวัดพระเชตุพน ที่บรรยายว่า “พราหมณ์รามเหศร์” เป็นผู้เชี่ยวชาญความรู้ด้านพิธีกรรมต่าง ๆ ความว่า
๏ รามเหศร์หุติชาติเชื้อ รามรัฐ
สบสิพาคมเพียร เพียบรู้
ทวาทศพิธียัช ชุเวท ก็ดี
อาจผูกอาจแก้กู้ เก่งมนตร์ ฯ
อธิบายได้ว่า พราหมณ์รามราฐเป็นผู้มีความรู้ และเชี่ยวชาญในคัมภีร์อาถรรพ์เวท ซึ่งถือเป็นพระเวทที่ 4 ที่เพิ่มจากไตรเพท (ฤคเวท ยชุรเวท และสามเวท), คัมภีร์ยชุรเวท ซึ่งเป็นคัมภีร์ที่กล่าวถึงมนตร์ และวิธีใช้มนตร์ต่าง ๆ รวมถึงเป็นผู้มีความรู้ในทวาทศพิธี หรือพระราชพิธีสิบสองเดือน
ไม่เพียงแต่ศิลปวิทยาการ หรือศาสตร์ความรู้เหล่านี้เท่านั้น พราหมณ์รามราฐยังเป็นผู้นำ “อักษร” มาสู่อุษาคเนย์ อันเป็นจุดกำเนิดของ “อักษรไทย” ด้วย ดังปรากฏในจินดามณี ฉบับสมุดไทยเลขที่ 121 ความว่า
๏ อักษรไทยหย่างนี้ เดิมพหรามณ์
จรจากแต่เมืองราม ราฐโพ้น
ต่อตั้งอยู่ยังสยาม ประเทศ นี้แล
แปลงรูปยักหย่างโน้น จึ่งให้ไทยเรียน
จินดามณี ฉบับสมุดไทยเลขที่ 121 ปัจจุบันเก็บรักษา ณ หอสมุดแห่งชาติ กรุงเทพฯ มีเนื้อหาคล้ายกับจินดามณี เล่ม 1 หรือจินดามณี ฉบับพระโหราธิบดี แต่จะมีการแทรกตัวอย่างคำประพันธ์จากตำรากาพย์สารวิลาสินี และแบบอักษรต่าง ๆ สันนิษฐานว่าสมุดไทยเล่มนี้อาจคัดลอกหลัง พ.ศ. 2376

เรื่องพราหมณ์รามราฐนำอักษรเข้ามานี้สอดคล้องกับการศึกษาในปัจจุบันที่ระบุว่า อักษรไทยมีจุดเริ่มต้นมาจากอักษรปัลลวะจากอินเดียใต้ ที่แพร่กระจายมายังดินแดนสุววรณภูมิในช่วงพุทธศตวรรษที่ 11-12 จากนั้นจึงพัฒนามาเป็นอักษรที่เรียกว่าหลังปัลลวะ ราวพุทธศตวรรษที่ 13-15 และส่งอิทธิพลให้เกิดอักษรขอมโบราณ ช่วงพุทธศตวรรษที่ 15-18 และอักษรมอญโบราณ ช่วงพุทธศตวรรษที่ 17-18 โดยอักษรทั้งสองนี้ส่งอิทธิพลต่อการกำเนิดอักษรไทยสมัยสุโขทัย จนพัฒนาการมาเป็นอักษรไทยในปัจจุบัน
แม้เรื่องราวจากหลักฐานข้างต้นจะตกอยู่ช่วงกรุงศรีอยุธยาถึงกรุงรัตนโกสินทร์ ไม่ย้อนไปถึงยุคโบราณสมัยทวารวดีหรือเก่าแก่กว่านั้น แต่ก็สะท้อนภาพความสำคัญของ “พราหมณ์แห่งรามราฐ” ที่เป็นผู้นำศิลปวิทยาการ และอักษร มาสู่ดินแดนสุววรณภูมิ
อ่านเพิ่มเติม :
- ก่อนจะเป็น “ก. ไก่” อักษรไทยเคยเป็น ก. อะไรมาก่อน?
- “คาถา เย ธัมมา” เขียนด้วยอักษรปัลลวะ พบที่สุพรรณบุรี รากฐานอักษรไทย
สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่
อ้างอิง :
ธนโชติ เกียรติณภัทร. สืบประวัติ “อักษรไทย” ในแบบเรียนโบราณ ใน “ศิลปวัฒนธรรม”. กุมภาพันธ์, 2566.
เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 22 กันยายน 2568





