เปิดความงาม “วังท่าพระ” ยุคกรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ ท้องพระโรงปิดทอง ประดับแก้วเจียระไนแบบยุโรป

ท้องพระโรง วังท่าพระ ความงามวังท่าพระ วังเจ้านายสมัยรัชกาลที่ 1
ท้องพระโรง วังท่าพระ (ศิลปกรรมโดยกองบรรณาธิการศิลปวัฒนธรรม)

เปิดความงาม “วังท่าพระ” ยุคกรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ ท้องพระโรงปิดทอง ประดับแก้วเจียระไนแบบยุโรป

พื้นที่ “ท่าช้าง” ใกล้กับพระบรมมหาราชวัง ที่ประทับของพระเจ้าแผ่นดิน คือกลุ่มวังเจ้านาย 3 วัง เรียกกันว่า “วังถนนหน้าพระลาน” ประกอบด้วย วังตะวันออก วังกลาง และวังตะวันตก หรือ “วังท่าพระ”

พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ ลานมหาเจษฎาบดินทร์ ถนนราชดำเนินกลาง ความงามวังท่าพระ
พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ ลานมหาเจษฎาบดินทร์ ถนนราชดำเนินกลาง

วังท่าพระมีประวัติความเป็นมายาวนาน ย้อนได้ถึงรัชกาล พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (รัชกาลที่ 1) โดยพระองค์ทรงสร้างวังนี้พระราชทาน สมเด็จพระเจ้าหลานเธอ เจ้าฟ้าธรรมาธิเบศร์ กรมขุนกษัตรานุชิต

ล่วงเข้ารัชสมัย พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ 2) สมเด็จฯ เจ้าฟ้าธรรมาธิเบศร์ ถูกสำเร็จโทษด้วยข้อหากบฎ รัชกาลที่ 2 จึงพระราชทานวังท่าพระให้เป็นที่ประทับของ กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ ซึ่งต่อมาคือ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3)

ผศ. ธนโชติ เกียรติณภัทร เล่าในหนังสือ “พระนั่งเกล้าฯ ไม่โปรดการละคร แต่เป็นยุคทองของวรรณคดี” (สำนักพิมพ์มติชน) ว่า สมัยที่กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ประทับ ณ วังท่าพระ ที่นั่นเปรียบเสมือนศูนย์กลางอำนาจการบริหารราชการรองจากวังหลวง

ที่เป็นเช่นนี้ เพราะกรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ทรงกำกับราชการกรมพระคลังและกรมท่า ที่ดูแลด้านเศรษฐกิจและการต่างประเทศ รวมถึงกรมพระตำรวจ ซึ่งมีหน้าที่รับและพิจารณาฎีกาของราษฎร

วังท่าพระ ความงามวังท่าพระ
วังท่าพระ ที่ครั้งหนึ่งเป็นที่ประทับของกรมหมื่นเจษฎาบดินทร์

ความงามวังท่าพระ ยุค “กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์”

ผศ. ธนโชติ บอกอีกว่า เมื่อครั้งกรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ประทับ ณ วังท่าพระ บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก มีเจ้านายและขุนนางเข้าเฝ้าพระองค์มากมาย ปรากฏหลักฐานในบันทึกของคณะทูต จอห์น ครอว์เฟิร์ด (John Crawfurd) ทูตอังกฤษที่เข้ามาเจริญสัมพันธไมตรีกับสยามในสมัยรัชกาลที่ 2 เมื่อ พ.ศ. 2364

ครอว์เฟิร์ดและ ร้อยโท วอลเตอร์ รัทเธอร์ฟอร์ด (Walter Rutherfurd) ผู้ติดตาม ได้เข้าเฝ้ากรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ ณ วังท่าพระ ซึ่งครอว์เฟิร์ดบันทึกความงามวังท่าพระไว้ดังนี้ (จัดย่อหน้าใหม่โดยผู้เขียนบทความออนไลน์)

“วังกรมหมื่นเจษฎาบดินทร์อยู่เยื้องกับพระราชวังหลวง เหนือแม่น้ำขึ้นไปราว 2 ไมล์ เมื่อเราไปถึง พระยาพิพัฒน์โกษา ขุนนางชราคนที่ข้าพเจ้าเคยกล่าวถึงแล้วเมื่อครั้งขึ้นเรือมารับสาส์นของท่านข้าหลวงใหญ่มาต้อนรับที่ห้อง

เรารอไม่นานนักเพราะนายท่ามาเชิญให้ไปเข้าเฝ้ากรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ด้วยภาษาอังกฤษกระท่อนกระแท่น เขาเป็นชาวพื้นเมืองนับถือศาสนาคริสต์ที่ข้าพเจ้าไม่เคยพบมาก่อน เราขึ้นบันไดแคบๆ สองสามขั้นสู่ท้องพระโรง หน้าประตูตำหนักตั้งลับแลไม้บานใหญ่บังตาเพื่อความเป็นส่วนตัว

เมื่อผ่านลับแลเข้าไปจึงเห็นกรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ประทับท่ามกลางขุนนางน้อยใหญ่ ดูสง่าและค่อนข้างโดดเด่น ท้องพระโรงยาวประมาณ 80 ฟุต กว้างสมส่วน ทาสีแดง ปิดทองหรูหรา เฉลียงยกพื้นด้านในสุดทอดบัลลังก์งดงาม ตามที่เราได้รับข้อมูลมานั้นเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปทองคำองค์เล็ก แต่ขึงม่านแพรสีแดงบังไว้

จอห์น ครอว์เฟิร์ด เข้าเฝ้า กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ ชม ความงามวังท่าพระ
จอห์น ครอว์เฟิร์ด (ภาพ : Wikimedia Commons)

ทางซ้ายของเราประมาณกึ่งกลางห้อง ตั้งธรรมาสน์หลังหนึ่ง เราทราบมาว่าเป็นที่สำหรับพระสงฆ์ขึ้นแสดงพระธรรมเทศนาให้ศีลให้พร เมื่อกรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ทรงมีพระประสงค์จะทรงธรรม ซึ่งเกิดขึ้นบ่อย เพราะทรงได้ชื่อว่าเป็นผู้มีพระราชศรัทธาแรงกล้าต่อพระพุทธศาสนา ท้องพระโรงประดับแก้วเจียระไนแบบยุโรประยิบระยับ พร้อมกระจกเงาแบบยุโรปและจีน อีกทั้งโคมไฟจีนมากมาย

กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ ทรงเจ้าเนื้อ มีพระชนมายุ 38 ชันษา แต่แลดูเหมือน 50 ชันษา ประทับบนเสื่อที่ปูลาดไปถึงเฉลียงยกพื้นด้านใน ทรงเอนพระวรกายพิงเสาต้นหนึ่งที่เรียงแถวเป็นระยะๆ ตลอดความยาวของท้องพระโรง สีพระพักตร์แลดูมีเหตุผลและอัธยาศัยดี…”

อิ่มหนำที่วังท่าพระ

เมื่อยุคนั้นวังท่าพระเปรียบเสมือนศูนย์กลางอำนาจแห่งที่ 2 ทำให้มีข้าราชการมากมายแวะเวียนไปเข้าเฝ้ากราบทูลเรื่องต่างๆ

พระองค์จึงโปรดให้ทำอาหารเลี้ยงบรรดาข้าราชการ ปรากฏหลักฐานในหนังสือ “ความทรงจำของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงบดินทรไพศาลโสภณ” ตอนหนึ่งว่า (จัดย่อหน้าใหม่โดยผู้เขียนบทความออนไลน์)

“อนึ่งเมื่อพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อยังทรงดำรงพระยศเป็นพระองค์เจ้าต่างกรมอยู่นั้น ขุนนางผู้น้อยออกจากที่เฝ้าแล้วก็แวะไปเฝ้าท่านโดยมากทุกๆ วัน จึงรับสั่งให้เจ้าพระยานิกรบดินทร์แต่ยังเป็นที่พระพิไชยวารีอยู่นั้น ทำกับข้าวและเกาเหลาเลี้ยง รับสั่งให้พระยาราชมนตรีแต่ยังเป็นจางวางภู่อยู่นั้นทำของหวานเลี้ยง รวมทั้งเกาเหลากับข้าวของกินทั้งสิ้นๆ วันละหลายสิบสำรับทุกๆ วันมิได้ขาด

เพราะฉนั้นข้าราชการและราษฎรทั้งหลายทั่วไปจึงได้รักใคร่นับถือพระองค์ท่านยิ่งกว่าเจ้านายทั้งหลายทุกๆ พระองค์”

จากหลักฐานข้างต้น นอกจากจะเห็นความงามวังท่าพระแล้ว ยังได้เห็นพระเมตตาของกรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ที่ทรงมีต่อขุนนาง ก่อนที่ใน พ.ศ. 2367 จะเสด็จขึ้นครองราชย์เป็นพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่


อ้างอิง :

ธนโชติ เกียรติณภัทร. พระนั่งเกล้าฯ ไม่โปรดการละคร แต่เป็นยุคทองของวรรณคดี. กรุงเทพฯ : มติชน, 2568.


เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 19 กันยายน 2568