เหตุใดรัชกาลที่ 4 ทรงออกประกาศพระบรมราชโองการ “ห้ามขายหมี่ให้พระ”

พระสงฆ์ จิตรกรรมฝาผนัง หอพระไตรปิฎก วัดบวรนิเวศวิหาร รับสั่งจำคุก รัชกาลที่ 2 รับสั่งจำคุกพระราชาคณะ โอวาทานุสาสนี ห้ามขายหมี่ให้พระ
ภาพพระสงฆ์ในจิตรกรรมฝาผนัง ภายในหอพระไตรปิฎก วัดบวรนิเวศวิหาร

เหตุใดรัชกาลที่ 4 ทรงออกประกาศพระบรมราชโองการ “ห้ามขายหมี่ให้พระ”

“หมี่” หรือ “เส้นหมี่” เป็นอาหารเก่าแก่มาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา เช่นเดียวกับ “สุรา” ที่เป็นเครื่องดื่มเก่าแก่เช่นกัน ปรากฏหลักฐานใน “คำให้การขุนหลวงวัดประดู่ทรงธรรม” ว่า บ้านคลองสวนพลูสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลายเป็นชุมชนชาวจีน มีอาชีพต้มกลั่นสุรา เลี้ยงหมู และทำเส้นหมี่แห้งขาย

มาถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ความนิยมดื่มกินสุราและหมี่ปรากฏอยู่ทั่วไป เป็นวิถีชีวิตที่ชาวบ้านต่างคุ้นชิน ถึงอย่างนั้นก็ไม่ใช่กับ “เพศบรรพชิต” ที่ในรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) มีประกาศพระบรมราชโองการห้ามขายหมี่ให้พระ

ผัดหมี่ หมี่ผัด ห้ามขายหมี่ให้พระ
ผัดหมี่ (หมี่ผัด) อาหารที่มีมานานนับร้อยปี (ภาพจาก เส้นทางเศรษฐีออนไลน์)

เรื่องนี้ ศรัณย์ ทองปาน เล่าไว้ในบทความ “จากโรงหมี่ถึงหมี่กรอบ : เครื่องเสวย ‘ของโปรด’ ของพระปิยมหาราช” ในนิตยสารศิลปวัฒนธรรม ฉบับสิงหาคม 2568 ว่า

สมัยรัชกาลที่ 4 มีประกาศพระบรมราชโองการ “ประกาศห้ามไม่ให้ชักสื่อแลชวนภิกษุสามเณรประพฤติอนาจาร” ตราไว้เมื่อเดือน 12 ปีฉลู จ.ศ. 1215 (พ.ศ. 2396) ห้ามไม่ให้ผู้ใดชักชวนพระภิกษุสามเณรกระทำการต่างๆ อันไม่สมควรแก่สมณสารูป หนึ่งในจำนวนนั้นคือ “จีนไทยผู้ใดห้ามมิให้ขายหมี่ขายเหล้าให้พระกินที่โรงที่ร้านของตน”

ถัดมาอีกเพียง 3 เดือน ในเดือน 3 ปีเดียวกัน มีประกาศตามมาอีกฉบับหนึ่ง คือ “ประกาศห้ามคฤหัสถ์ไม่ให้สมคบภิกษุสามเณรที่ประพฤติอนาจาร”

ร้านขายเหล้า ห้ามขายหมี่ให้พระ
ร้านเหล้าของคนชั้นสูงในสังคมไทยในอดีต มีเครื่องเล่นเพลงอยู่มุมหนึ่งของร้าน

ใจความของประกาศพระบรมราชโองการฉบับนี้คล้ายคลึงฉบับก่อนหน้า แต่ขยายขอบเขตครอบคลุมกิจกรรมอันไม่สมควรมากขึ้น อย่างการ “กินหมี่” ในเวลาค่ำ โดยระบุว่าเป็นหนึ่งในเรื่องต้องห้ามสำหรับภิกษุสามเณร ความว่า

“…แต่นี้สืบไปห้ามอย่าให้คฤหัสถ์ทั้งปวงคบภิกษุสามเณร สูบฝิ่น สูบกัญชา กินสุราน้ำตาลส้ม กินข้าวค่ำ แลกินของที่ไม่ควรภิกษุสามเณรจะกินในเพลาค่ำ กินกับภิกษุสามเณร ณ บ้านเรือนโรงร้านของตนเป็นอันขาด อนึ่ง ห้ามอย่าให้ขายฝิ่น สุรา กัญชา น้ำตาลส้ม แลขายของที่ไม่ควรภิกษุสามเณรจะกินในเพลาค่ำ ให้ภิกษุสามเณรกิน…”

ประกาศพระบรมราชโองการทั้ง 2 ฉบับนี้ บอกเป็นนัยว่า หมี่เป็นของกินแกล้มสุรา จึงมักตั้งขายคู่กันในยามค่ำคืน และดูเหมือนว่าจะเป็นของชอบของภิกษุสามเณรเสียด้วย

เมื่อมีหมี่ก็ต้องมีสุรา ดังนั้นจึงมีประกาศห้ามขายหมี่ให้พระนั่นเอง

อ่านเพิ่มเติม : 

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่


อ้างอิง :

พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว. ประชุมประกาศ รัชกาลที่ 4 พ.ศ. 2394-2404. ธนบุรี : โรงพิมพ์ดำรงธรรม, 2511

ศรัณย์ ทองปาน. “จากโรงหมี่ถึงหมี่กรอบ : เครื่องเสวย ‘ของโปรด’ ของพระปิยมหาราช”. นิตยสารศิลปวัฒนธรรม ฉบับสิงหาคม 2568


เผยแพร่ครั้งแรกในระบบออนไลน์เมื่อ 27 สิงหาคม 2568