สุโขทัยทิ้ง “มหายาน” ยกย่องเถรวาท มูลเหตุสงครามกับขอมสบาดโขลญลำพง?

วัดพระศรีรัตนมหาธาตุเชลียง หรือวัดพระศรีรัตนมหาธาตุราชวรวิหาร ตำบลศรีสัชนาลัย อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย ประกอบเรื่อง สุโขทัยทิ้งมหายาน
วัดพระศรีรัตนมหาธาตุเชลียง หรือวัดพระศรีรัตนมหาธาตุราชวรวิหาร ตำบลศรีสัชนาลัย อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย เมื่อ พ.ศ. 2450 (ภาพจาก เที่ยวเมืองพระร่วง)

เมื่อสุโขทัยทิ้งมหายาน แล้วหันมายกย่องพุทธศาสนาอีกนิกาย คือ “เถรวาท” จากลังกา ขอมสบาดโขลญลำพง ตัวแทนของกลุ่มอำนาจในศาสนาเดิมจึงเข้ายึดกรุงสุโขทัยศรีสัชนาลัย

หลักฐานที่ยืนยันว่าเมืองสุโขทัยนับถือพุทธศาสนานิกายมหายานมาก่อนคือ เมืองสุโขทัยยุคแรก ๆ บริเวณวัดพระพายหลวง มีปราสาทพุทธสถานนิกายมหายาน ซึ่งรับอิทธิพลมาจากลุ่มทะเลสาบเขมร (ผ่านแคว้นละโว้ หรือลพบุรีอีกที) ทำให้เชื่อได้ว่ากษัตริย์เมืองสุโขทัยสมัยแรกนับถือลัทธิมหายาน

ไม่มีหลักฐานว่าใครสร้างเมืองสุโขทัย หรือใครเป็นกษัตริย์องค์แรก แต่หลักฐานเก่าที่สุดเอ่ยถึง พ่อขุนศรีนาวนำถุม ระบุว่าเป็นกษัตริย์องค์แรกผู้ปกครองเมืองสุโขทัยและศรีสัชนาลัย รวมถึงมีร่องรอยหลักฐานว่าตระกูลของท่านเป็นใหญ่ในดินแดนลุ่มน้ำยมและลุ่มน้ำน่านมาแต่ดั้งเดิมด้วย

จารึกวัดศรีชุม (จารึกหลักที่ 2) ยกย่องพ่อขุนศรีนาวนำถุมว่า “รู้คุณอันวิเศษ” เชี่ยวชาญการศึกยุทธหัตถี เป็นผู้ “ประดิษฐานพระศรีรัตนมหาธาตุใกล้ฝั่งน้ำ…” คือบริเวณกลางเมืองสุโขทัย

สุจิตต์ วงษ์เทศ ชี้ว่า การประดิษฐานพระศรีรัตนมหาธาตุฯ หมายถึงการสร้างเมืองสุโขทัยใหม่ เปลี่ยนจากลัทธิมหายานแบบกัมพูชามาเป็นเถรวาทแบบลังกา จึงมีการสถาปนา “วัดมหาธาตุ” ขึ้นกลางเมือง

ผู้สืบตระกูลศรีนาวนำถุมคือบุตรชายนาม ผาเมือง เป็นเจ้าเมืองราดและเมืองลุมในลุ่มลำน้ำน่าน ท่านยังเป็น “ลูกเขย” กษัตริย์ขอมแห่งเมืองพระนคร ในลุ่มทะเลสาบเขมร (จารึกวัดศรีชุมเรียก ผีฟ้าเจ้าเมืองศรีโศธรปุระ) ผู้ยกบุตรสาวนาม “นางสุขรมหาเทวี” ให้เป็นภรรยา ทั้งยกย่องพ่อขุนผาเมืองโดยมอบพระแสงขรรค์ชัยศรีให้เป็นเกียรติยศ พร้อมนามศักดิ์สิทธิ์ “ศรีอินทรบดินทราทิตย์”

พ่อขุนผาเมืองมีสหายใกล้ชิดที่นับถือกันเหมือนญาติสนิทคนหนึ่งนาม พ่อขุนบางกลางหาว ผู้ต่อมาคือ “พ่อขุนศรีอินทราทิตย์” ต้นตระกูลศรีอินทราทิตย์แห่งอาณาจักรสุโขทัย

หลักฐานต่าง ๆ รวมถึงจารึกวัดศรีชุม ไม่ได้บอกว่าพ่อขุนบางกลางหาวครองเมืองใดมาก่อน มีเพียงจารึกสุโขทัยหลักที่ 45 ที่มีข้อความแสดงร่องรอยบรรพบุรุษของท่านว่าอยู่ในสายตระกูลของ ผีปู่ผาคำ นามว่า “ปู่ขุนจิตขุนจอด” ซึ่งเกี่ยวดองเป็นเครือญาติกับเจ้าเมืองน่าน เมืองหลวงพระบาง และเชื่อมโยงลงไปเป็นเครือญาติกับตระกูลสุพรรณภูมิที่มีอิทธิพลอยู่ทางฟากตะวันตกของลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาด้วย

กลุ่มอำนาจเหล่านี้ล้วนรับเอาพุทธศาสนา “เถรวาท” เข้ามาแทนมหายานและพราหมณ์-ฮินดู ลัทธิความเชื่อที่เคยมีอิทธิพลในแถบนี้มาก่อน

วัดมหาธาตุ เมืองสุโขทัย
วัดมหาธาตุ เมืองสุโขทัย เมื่อปี พ.ศ. 2479 ถ่ายโดย ดร.โรเบิร์ต ลาริมอร์ เพนเดิลตัน (Dr.Robert Larimore Pendleton) นักวิทยาศาสตร์ด้านธรณีและการเกษตร ชาวอเมริกัน (ภาพจาก ฐานข้อมูล University of Wisconsin-Milwaukee Libraries / เฟซบุ๊ก อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย)

สุโขทัยทิ้งมหายาน ยกย่องเถรวาท

เมื่อพ่อขุนศรีนาวนำถุมหันมายกย่องเถรวาทแบบลังกา สร้างเมืองสุโขทัยใหม่ให้มีวัดมหาธาตุอยู่กลางเมือง โดยเฉพาะการดำริสร้าง “พระบรมธาตุ” ขึ้นใจกลางเมืองใหม่ เพื่อเป็นศาสนสถานสำคัญของบ้านเมือง แทนการสร้างปราสาทอันเป็นเทวาลัยฝ่ายฮินดูและพุทธาลัยฝ่ายมหายาน ถือเป็นการยอมรับพุทธศาสนาฝ่ายเถรวาทอย่างสมบูรณ์ในระดับผู้ปกครองรัฐ

จากนั้น “พระบรมธาตุ” ก็มีความหมายสำคัญต่อบ้านเมืองและแว่นแคว้นสุโขทัยสูงสุด แทนที่ปราสาทวัดพระพายหลวงที่เคยมีมาก่อน เป็นเหตุให้ขอมสบาดโขลญลำพงใช้กองทัพยึดเมืองสุโขทัยและศรีสัชนาลัย

สุจิตต์ ตั้งข้อสังเกตว่า ขอมสบาดโขลญลำพงนั้นจริง ๆ แล้วเป็นวงศ์เครือญาติของกษัตริย์แคว้นสุโขทัยศรีสัชนาลัยนั่นเอง

นั่นเพราะคำว่า “ขอม” หรือกรอม, กะหลอม ไม่ใช่ชื่อเรียกตนเอง แต่เป็นชื่อที่คนอื่นเรียก มีความหมายกว้าง ๆ ทางวัฒนธรรมหมายถึงพวกที่อยู่ทางใต้ (ของคนเรียก) คือแถบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาถึงลุ่มแม่น้ำโขง เป็นพวกตัดผมสั้น นุ่งโจงกระเบน นับถือฮินดู (พราหมณ์) หรือพุทธมหายาน โดยไม่เจาะจงว่าเป็นชนชาติใด

“(ขอม) จะเป็นใครก็ได้ที่เข้ารีตอยู่ในระบบความเชื่ออย่างหนึ่งในดินแดนทางใต้ แถบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาถึงปากแม่น้ำโขง ในสมัยหนึ่งจะถูกเรียกว่า ‘ขอม’ ทั้งหมด

ในสมัยหลัง ๆ มักจะให้ขอมหมายถึงชาวเขมรในกัมพูชาโดยไม่จำกัดกาลเวลา แต่ชาวเขมรในกัมพูชาก็ไม่รู้จักคำว่า ‘ขอม’ และไม่ยอมรับว่าตัวเองคือขอม”

ดังนั้น ขอมสบาดโขลญลำพงในจารึกวัดศรีชุม จึงมิได้หมายถึงขุนนางชาวเขมรจากกัมพูชา และจากร่องรอยความสัมพันธ์ระหว่างแคว้นละโว้ (ลพบุรี) กับบ้านเมืองตอนบน คือ สุโขทัย ศรีสัชนาลัย ทุ่งยั้ง ฯลฯ ขอมสบาดโขลญลำพงคือ ผู้มีอำนาจหรือเจ้าเมืองใดเมืองหนึ่งในเขตอิทธิพลของละโว้ ซึ่งเป็นเครือญาติกับตระกูลศรีนาวนำถุมแห่งสุโขทัยศรีสัชนาลัย

เมื่อพ่อขุนบางกลางหาวมีบทบาททางการเมืองมากขึ้นในสุโขทัย และใกล้ชิดกับเมืองทางทิศตะวันตกอย่างแคว้นสุพรรณภูมิ (พุทธเถรวาท) มากขึ้นเรื่อย ๆ ขอมสบาดโขลญลำพงจึงต้องเข้ามา “จัดแจง” อำนาจในสุโขทัยศรีสัชนาลัยเสียใหม่ ด้วยการเข้ายึดเมืองทั้งสอง นำไปสู่สงครามชิงเมืองคืนโดยความร่วมมือระหว่างพ่อขุนบางกลางหาวกับพ่อขุนผาเมือง เพื่อขับไล่ขอมสบาดโขลญลำพง และประสบความสำเร็จในท้ายที่สุด

ความพ่ายแพ้ของขอมสบาดโขลญลำพง เสมือนเครื่องยืนยันการสิ้นสุดของลัทธิมหายานในแคว้นสุโขทัยศรีสัชนาลัยอย่างสมบูรณ์ โดยไม่หวนกลับมาอีก

จริง ๆ แล้วการยกย่องพุทธศาสนาที่ไม่ใช่มหายานเป็นประเพณีของบ้านเมืองในดินแดนสยามมาช้านานก่อนมีเมืองสุโขทัย เช่น เมืองอู่ทอง (จังหวัดสุพรรณบุรี) เมืองคู่บัว (จังหวัดราชบุรี) เมืองนครชัยศรี (จังหวัดนครปฐม) อันมีพัฒนาการมาแต่สมัยทวารวดี

แต่กรณีของสุโขทัยถือเป็นจุดตัดสำคัญทางประวัติศาสตร์ เพราะเกิดขึ้นในห้วงเวลาที่อิทธิพลทางการเมืองและศาสนาจากแผ่นดินกัมพูชาเริ่มเสื่อมถอย และรัฐเกิดใหม่ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกันกับสุโขทัยอย่างล้านนา ล้านช้าง ตลอดจนกรุงศรีอยุธยา ล้วนละทิ้งลัทธิมหายานและฮินดูของอาณาจักรขอมแห่งเมืองพระนครกันทั้งสิ้น

พระมหาธาตุเจดีย์ วัดมหาธาตุ เมืองสุโขทัย
พระมหาธาตุเจดีย์ วัดมหาธาตุ เมืองสุโขทัย ภาพฝีพระหัตถ์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ในคราวเสด็จประพาสหัวเมืองเหนือเมื่อ พ.ศ. 2450 (ภาพจาก เฟซบุ๊ก กลุ่มเผยแพร่ฯ กรมศิลปากร)

อ่านเพิ่มเติม : 

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่


อ้างอิง : 

สุจิตต์ วงษ์เทศ. (2539). แคว้นสุโขทัย : รัฐในอุดมคติ. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ : มติชน.

ไมเคิล ไรท. (2559). ยุคมืดของประวัติศาสตร์ไทย หลังบายน พุทธเถรวาท การเข้ามาของคนไท. กรุงเทพฯ : มติชน.


เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 21 สิงหาคม 2568