พระยาจ่าแสนบดีศรีบริบาล ขุนนางสยามคนสำคัญ ผู้เรียบเรียงพงศาวดารเขมร สมัยรัชกาลที่ 4-5

ภาพวาด ลายเส้น ชาวบ้าน เชื้อสาย เขมร ทำบุญ ที่ วัด สุรินทร์ คนสุรินทร์ พระยาจ่าแสนบดีศรีบริบาล
ภาพวาดลายเส้น ชาวบ้านเชื้อสายเขมรทำบุญที่วัดในสมัยรัชกาลที่ 5 โดย E. Boucourt จากภาพสเกตช์ของ L. Delaporte

พระยาจ่าแสนบดีศรีบริบาล ขุนนางสยามคนสำคัญ ผู้เรียบเรียงพงศาวดารเขมร สมัยรัชกาลที่ 4-5

พงศาวดารกัมพูชา หรือ พงศาวดารเขมร มีทั้งที่เขียนขึ้นจากมุมมองของฝ่ายเขมร และที่เรียบเรียงขึ้นจากมุมมองของฝ่ายสยาม อย่างในสมัยรัชกาลที่ 4-5 ก็มีพงศาวดารเขมร ที่ พระยาจ่าแสนบดีศรีบริบาล (เดช คฤหเดช) ขุนนางชาวสยามเป็นผู้เรียบเรียงขึ้น

พระยาจ่าแสนบดีฯ มีนามเดิมว่า เดช คฤหเดช ในรัชกาลที่ 4 รับราชการมีตำแหน่งเป็น หลวงศรีเสนา ต่อมาได้เลื่อนเป็น พระราชเสนา

ท่านเดินทางออกไปราชการกรุงกัมพูชาหลายครั้ง ทั้งยังเป็นอุปทูตในคณะทูตที่เดินทางไปฝรั่งเศสเมื่อ พ.ศ. 2409 และยังได้ออกไปปักปันเขตแดนทางเมืองเขมรกับฝรั่งเศสเมื่อ พ.ศ. 2410 อีกด้วย

เจ้าพระยาคทาธรธรณินทร์ (เยีย) พระยาจ่าแสนบดีศรีบริบาล
เจ้าพระยาคทาธรธรณินทร์ (เยีย) เจ้าเมืองพระตะบอง (ภาพ : Wikimedia Commons)

เข้าสู่รัชกาลที่ 5 ท่านได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็น พระยาราชเสนา พอถึง พ.ศ. 2420 รัชกาลที่ 5 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระยาราชเสนาเป็น พระยาจ่าแสนบดีศรีบริบาล เป็นกรมมหาดไทยฝ่ายพลำพัง ถือศักดินา 2400

ด้วยเหตุที่พระยาจ่าแสนบดีฯ เป็นผู้หนึ่งที่มีส่วนร่วมในเหตุการณ์สำคัญระหว่างไทยกับกัมพูชาในเวลานั้น ตั้งแต่เป็นหลวงศรีเสนา และเลื่อนเป็นพระราชเสนาในรัชกาลที่ 4 ได้เดินทางออกไปกรุงกัมพูชาหลายครั้ง และได้บันทึกทำเนียบบรรดาศักดิ์กรุงกัมพูชา รวมทั้งเป็นผู้มีส่วนร่วมในการบันทึก “พงศาวดารเมืองพระตะบอง” จึงนับได้ว่าท่านเป็นผู้มีความรู้เกี่ยวกับกัมพูชาเป็นอย่างดี

ปรากฏในเอกสารที่เกี่ยวข้องกับกัมพูชา ซึ่งพระยาจ่าแสนบดีฯ มีส่วนเรียบเรียง เท่าที่พบในเวลานี้ ได้แก่

“พงศาวดารเมืองพระตะบอง”

พงศาวดารฉบับนี้มี 2 สำนวน สำนวนที่ 1 พระยาจ่าแสนบดีฯ ที่ขณะนั้นยังเป็นพระราชเสนา เป็นผู้จดตามคำบอกของ พระคทาธรธรณินทร์ (เยีย) (ต่อมาคือ เจ้าพระยาคทาธรธรณินทร์) ปรากฏในคำนำ “พงศาวดารเมืองพระตะบอง” พระนิพนธ์ใน สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ว่า

“… เมื่อในรัชกาลที่ 4 พระยาอภัยภูเบศร์ (นอง) ถึงอนิจกรรม เจ้าพระยาคทาธรฯ ยังเปนพระคทาธรฯ เข้ามาเฝ้าทูลลอองธุลีพระบาท มีรับสั่งให้พระราชเสนาถามลำดับวงศ์สกุลผู้สำเร็จราชการเมืองพระตะบองแต่ก่อนมา เจ้าพระยาคทาธรฯ จึงชี้แจงให้จดเนื้อความทูลเกล้าฯ ถวาย เมื่อปีวอก พ.ศ. 2403 …”

วัดปราบปรามปัจจามิตร เจ้าพระยาบดินทรเดชา พระตะบอง กัมพูชา พระยาจ่าแสนบดีศรีบริบาล
วัดปราบปรามปัจจามิตร เมืองพระตะบอง กัมพูชา เป็นวัดที่เจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) สร้างไว้

สำนวนที่ 2 เมื่อรัชกาลที่ 5 โปรดให้รวบรวมหนังสือพงศาวดารต่างๆ ครั้งนั้นพระยาราชเสนามีราชการออกไปเมืองพระตะบอง ทำนองจะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ไปหาหนังสือ “พงศาวดารเมืองพระตะบอง” เข้ามาถวายด้วย ปรากฏว่าเจ้าพระยาคทาธรธรณินทร์เรียบเรียง “พงศาวดารเมืองพระตะบอง” มอบให้พระยาราชเสนานำมาทูลเกล้าฯ ถวายอีกเรื่องหนึ่ง

ดังนั้น จึงอาจกล่าวได้ว่า พระยาราชเสนามีส่วนเกี่ยวข้องกับ “พงศาวดารเมืองพระตะบอง” ทั้ง 2 ฉบับ

“พงศาวดารเขมร ฉบับพระยาราชเสนา (เดช)”

พงศาวดารฉบับนี้เรียบเรียงขึ้นในรัชกาลที่ 5 เมื่อ พ.ศ. 2417 ดังปรากฏความในบานแพนกว่า

“วันเสาร์ ขึ้น 13 ค่ำ เดือน 4 ปีจอนักษัตร ศักราช 1236 ปี พญาราชเสนาปริวิเคาน์ซิล ปลัดทูลฉลอง กรมมหาดไทยซ้าย เรื่องลำดับเจ้านายฝ่ายเขมร แลเมื่อกองทัพกรุงเทพยกออกไป และองค์สมเด็จพระนโรดมได้เป็นเจ้าแดนเมืองเขมรเข้าอยู่ในบำรุงฝรั่งเศส …”

พระยาจ่าแสนบดีศรีบริบาล (เดช คฤหเดช) จึงเป็นขุนนางสยามคนสำคัญ ที่บันทึกเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ในช่วงนั้นไว้

อ่านเพิ่มเติม : 

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่


อ้างอิง :

ศานติ ภักดีคำ. มองเขมรแลสยาม. กรุงเทพฯ: มติชน, 2568


เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 16 สิงหาคม 2568