กำเนิด Joy To The World เพลงคริสต์มาสอมตะ ดนตรีที่คลอในคลิปตบดราม่า

Lowell Mason นักแต่งเพลงชาวอเมริกัน

เทศกาลคริสต์มาสน่าจะเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาที่มีเพลงช่วยสร้างบรรยากาศได้มากที่สุด เพลงอมตะมากมายถูกเปิดกังวาลติดหูจนกลายเป็นลูปวนอยู่ในหัว และเพลง Joy To The World ก็เป็นอีกเพลงในบรรดาลิสต์บทเพลงคลาสสิกแห่งเทศกาลเฉลิมฉลองนี้ด้วย แม้แต่ในคลิปที่เป็นกระแสอื้อฉาว (เมื่อปี 2562) ก็ได้ยินเพลงนี้ดังเช่นกัน

แม้ว่าชื่อของเพลงนี้สื่อถึงความสุขสันต์ แต่เมื่อย้อนกลับไปดูประวัติของสาธุคุณไอแซก วัตต์ส (Isaac Watts) ผู้ประพันธ์เนื้อร้องแล้ว กลับมีเรื่องราวในทิศทางตรงกันข้ามกับชื่อเพลง สาธุคุณชาวอังกฤษท่านนี้กำเนิดเมื่อค.ศ. 1674 ในตระกูลที่ศรัทธาศาสนาคริสต์นิกายโปรเตสแตนท์ บิดาของไอแซกเคยถูกจำคุกเพราะไม่ยอมสอนศาสนาให้ตรงกับนิกาย Church of England (นิกายที่พระเจ้าเฮนรีที่ 8 ทรงสถาปนาหลังจากไม่ลงรอยกับศาสนจักรในกรุงโรม)

เมื่อเป็นเช่นนี้ ครอบครัวของท่านจึงประสบความยากลำบาก วัยเด็กของไอแซก แม้ว่าตัวท่านจะมีสติปัญญาเป็นเลิศ แต่ก็มีประสบการณ์ถูกกลั่นแกล้ง และกีดกันจากการเข้าศึกษาในสถาบันที่มีชื่อเสียง ภายหลังจบการศึกษา ด้วยความสามารถและสติปัญญาของท่าน สาธุคุณกลายเป็นครู (ลักษณะ “ติวเตอร์”) คนดังแห่งยุคของอังกฤษ

หลังจากสอนหนังสือระยะหนึ่ง สาธุคุณไอแซกหันหน้ามาหาเส้นทางศาสนา และทำหน้าที่เป็นผู้เผยแผ่นิกายโปรเตสแตนท์ ในบทบาทนี้ท่านก็เป็นนักเทศน์ที่ได้รับความนิยมอย่างมากเช่นกัน มีผู้ศรัทธาหลั่งไหลมาฟังการเทศน์ของท่านอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ท่านยังแต่งเพลง และบทกลอนไว้อีกมากมาย

สำหรับบทเพลง Joy To The World ศุภาสิริ สุพรรณเภสัช เล่าถึงที่มาของเพลงนี้ว่า ส่วนหนึ่งเชื่อกันว่า สาธุคุณได้แรงบันดาลใจหลังจากอ่านบท Psalm 98 ในพระคัมภีร์ที่มีเนื้อหาว่า “Make Joyful noise unto the Lord, all the earth make a loud noise, and rejoice and sing praise.”

เนื้อหาเพลงนี้ถือกำเนิดขึ้นมาร่วมร้อยปี หลังจากนั้นถึงได้ทำนอง โดยเป็นโลเวลล์ เมสัน (Lowell Mason) นักแต่งเพลงในสหรัฐฯ เป็นผู้นำบทกวี Joy To The World มาใส่ทำนองดังที่ได้ยินกันติดหู

เดิมทีเมสัน เป็นผู้ที่ศรัทธาในศาสนา และทำงานสายธนาคาร แต่ด้วยความที่เป็นคนรักเสียงดนตรี แม้จะทำงานสายอื่นก็ยังทำกิจกรรมเกี่ยวกับดนตรีไม่ขาดสาย ช่วงวันอาทิตย์ก็ทำกิจกรรมในโรงเรียนสอนศาสนา บรรเลงออร์แกนในโบสถ์ และยังเขียนเพลงให้โบสถ์ ส่วนหนึ่งก็เขียนเพลงไปขาย แต่ก็ใช่ว่าจะขายดี แต่แล้วช่วงเวลาของเมสัน ก็มาถึง จุดเปลี่ยนของเขาเกิดขึ้นเมื่อสำนักพิมพ์แห่งหนึ่งซื้อเพลงของเมสัน ไปทำโน้ตรวมเล่มแล้วขายดีเป็นเทน้ำเทท่า

ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนหรือครัวเรือนล้วนซื้อโน้ตไปใช้สอน ผลงานครั้งนี้ขายได้มหาศาลดีดให้เมสัน กลายเป็นเศรษฐี และเขาก็เลิกทำงานธนาคารมาตั้งสำนักพิมพ์ขายโน้ตเอง

ส่วนทำนองเพลง Joy To The World ในฉบับที่ทั่วโลกคุ้นเคยในวันนี้ เป็นผลมาจากทำนองที่เขาประพันธ์(เรียบเรียง)ค้างไว้ แล้ววันดีคืนดีพบบทกวี Joy To The World ด้วยความชื่นชมจึงหยิบมาประกอบกับทำนองที่เขียนซึ่งก็เข้ากันได้ดีอย่างน่าเหลือเชื่อ ศุภาศิริ เล่าว่า ปี ค.ศ. 1836 ผู้ที่เข้าโบสถ์ได้ฟังเพลงใหม่เอี่ยม เพลงนี้ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วในสหรัฐฯ ความนิยมยังข้ามกลับไปที่ยุโรป

ปริศนาอย่างหนึ่งที่หลายคนยังไม่สามารถหาคำตอบได้อย่างชัดเจนคือ เพลงที่มีบทบาทในโบสถ์เป็นหลักกลายเป็นเพลงคริสต์มาสได้อย่างไร แต่สันนิษฐานว่า ด้วยเนื้อหาที่เป็นบวก และเชื่อมโยงกับเทศกาลเชิงเฉลิมฉลองก็อาจทำให้เพลงนี้เหมาะกับบรรยากาศได้แบบอัตโนมัติจึงกลายเป็น “เพลงร่วมสมัย” ที่ฮิตแข่งกับเพลงป๊อปกันเลยก็ว่าได้


เรียบเรียงจาก 

“Joy To The World”. ศุภาศิริ สุพรรณเภสัช. เพลงของโลกและของเรา. กรุงเทพฯ : มติชน, 2557


เผยแพร่เนื้อหาในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 20 ธันวาคม 2562

บทความก่อนหน้านี้
บทความถัดไป