
| ผู้เขียน | ปดิวลดา บวรศักดิ์ |
|---|---|
| เผยแพร่ |
อาหารบนฟ้า รสไทยในระดับโลก : วิวัฒนาการของ Thai Airways Catering
ประเทศไทยเป็นดินแดนอันอุดมสมบูรณ์มาเนิ่นนาน ถึงกับมีคำเปรียบเปรยว่า “ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว” ทั้งยังเป็นถิ่นฐานที่โอบรับวัฒนธรรมด้าน “อาหาร” จากหลากหลายชนชาติ ไม่ว่าจะเป็นจีน อินเดีย ตะวันออกกลาง และตะวันตก เข้ามาประยุกต์ปรับใช้กับ “อาหารไทย” ได้อย่างลงตัว จนกลายเป็นเอกลักษณ์ที่มีความโดดเด่นทั้งด้านการผสมผสานจากนานาวัฒนธรรมและรสชาติที่สุดแสนพิเศษ
“การบินไทย” ในฐานะสายการบินแห่งชาติ ที่นอกจากจะมอบการบริการอันอบอุ่นให้กับผู้โดยสารเพื่อให้รู้สึกถึง “เรือนไทยบนฟ้า” แล้วนั้น ยังมีการบริการด้านอาหารที่เรียกได้ว่าคัดสรรและรังสรรค์มาเป็นอย่างดี เพื่อตอกย้ำถึงความเป็นไทยบนอากาศ ให้ผู้โดยสารที่ได้รับประทานอาหารได้อิ่มท้องและรู้สึกอิ่มใจในรสชาติ สมกับฐานะของประเทศไทยที่โด่งดังเรื่องอาหารไปทั่วโลก

ประเทศไทย ศูนย์กลางอาหารนานาชาติ
หากย้อนกลับไปในอดีต คนไทยโดยทั่วไปนิยมกินข้าวกับปลาซึ่งเป็นวัตถุดิบของอาหารจานหลัก หรือนิยมใช้วัตถุดิบที่หาได้ตามท้องถิ่นมาประกอบอาหาร กระนั้นก็ตาม ดินแดนแห่งนี้ก็พร้อมโอบรับกับวัฒนธรรมอันหลากหลายของชาติต่าง ๆ เห็นได้จากการนำวัตถุดิบต่างถิ่นมารังสรรค์เป็นอาหารทั้งคาวและหวานได้ทั้งสิ้น
ที่เห็นได้อย่างเด่นชัดเลยคือ ในสมัยกรุงศรีอยุธยาที่รับเอาอาหารจากชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาผูกมิตรไมตรีและทำการค้าระหว่างประเทศ เช่น จีน อินเดีย เปอร์เซีย (อิหร่าน) มลายู และโปรตุเกส เป็นต้น อย่างกลุ่มคนแขก ไม่ว่าจะเปอร์เซีย อินเดีย หรือมลายู ที่ขึ้นชื่อเรื่องอาหารจำพวกกะทิและนานาเครื่องเทศ ก็ส่งอิทธิพลต่ออาหารไทย เช่น แกงมัสมั่น และข้าวบุหรี่ เป็นต้น หรือโปรตุเกสที่น่าจะคุ้นเคยกันดีคือ “ท้าวทองกีบม้า” ผู้นำขนมจากโปรตุเกสมาประยุกต์ปรับแต่งให้กลายเป็นขนมไทย เช่น ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง และขนมหม้อแกง เป็นต้น

นับได้ว่า ท้าวทองกีบม้าเป็นผู้บุกเบิกวงการขนมไทยให้เข้าสู่ยุคใหม่ที่แตกต่างไปจากยุคเดิมอย่างเห็นได้ชัด เพราะก่อนหน้านี้ ขนมไทยมักทำจากวัตถุดิบจำพวกแป้ง น้ำตาล และมะพร้าว เป็นหลัก
ส่วนชาวจีนเองก็มีความสนิทผูกพันกับดินแดนสยามมาช้านาน จนมีอาหารไทยที่ได้รับอิทธิพลจากอาหารจีนปรากฏในชีวิตประจำวันหลายอย่างมากมาย และคนไทยก็นิยมรับประทานกันอย่างแพร่หลาย ในปัจจุบันที่เห็นได้ชัดเจน เช่น ก๋วยเตี๋ยว และบะหมี่ เป็นต้น ทั้งนี้ สิ่งหนึ่งที่วัฒนธรรมจีนส่งอิทธิพลต่อวัฒนธรรมอาหารไทยมากที่สุดก็คือ “กระทะ” ซึ่งเข้ามาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาแล้ว นับว่าเป็นนวัตกรรมของจีนที่ปฏิวัติอาหารไทยมากเลยทีเดียว

ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ดินแดนแห่งนี้ยังขึ้นชื่อเรื่องความอุดมสมบูรณ์ของอาหารการกิน ดังจะเห็นได้จากบันทึกของชาวต่างชาติที่แวะเวียนเข้ามา ต่างก็บันทึกถึงข้าวปลาอาหารที่บริบูรณ์ และเมื่อบ้านเมืองปราศจากความวุ่นวายหรือศึกสงคราม นั่นก็ทำให้การคิดรังสรรค์อาหารไทยมีความวิจิตรบรรจงมากขึ้นไปอีกขั้น พร้อมกันนั้น ชาวต่างชาติที่หลั่งไหลเข้ามาอาศัยและติดต่อกับประเทศสยามมากขึ้นนี้เอง ทำให้การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมด้านอาหารกินเป็นเรื่องปกติไปโดยปริยาย อาหารในยุคกรุงรัตนโกสินทร์เรียกได้ว่ามีทั้งอาหารไทยดั้งเดิมและอาหารที่ประยุกต์มาจากชนชาติต่าง ๆ
โดยแต่ละรัชสมัยก็จะมีอาหารที่หลากหลายขึ้นอยู่กับบริบทสังคมในแต่ละยุค เช่นสมัยรัชกาลที่ 1 อาหารส่วนใหญ่จะทำจากวัตถุดิบที่หาได้ง่าย ทำไม่ยากนัก เพราะกำลังสร้างบ้านแปลงเมือง, สมัยรัชกาลที่ 2 มีอาหารที่หลากหลาย ได้รับอิทธิพลจากต่างชาติ อย่างจีนและเปอร์เซีย ซึ่งเห็นได้จาก “กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน”, สมัยรัชกาลที่ 4 เกิดสิ่งที่เรียกว่า “ข้าวแช่” ฉบับชาววัง และเริ่มเห็นเค้าลางของวัฒนธรรมอาหารตะวันตกที่เริ่มเข้าสู่สยามมากขึ้น, สมัยรัชกาลที่ 5 มีการปรับตัวเข้าสู่วัฒนธรรมตะวันตกอย่างเต็มตัว มีอาหารและขนมไทยที่ประยุกต์จากโลกตะวันตก ขณะเดียวกันก็เป็นช่วงเวลาแห่งความรุ่งเรืองของอาหารชาววังที่เรามักได้ยินและลิ้มลองกันในปัจจุบันเช่นกัน

ทั้งนี้ประเทศไทยไม่ได้มีเพียงอาหารที่มีความเอร็ดอร่อยครบรสชาติ แต่ยังมีกลเม็ดการปรุงอาหารให้ผู้รับประทานประทับใจ โดยได้ใส่ใจกับรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างเช่น การแกะสลักผักและผลไม้เคียงไปในจานอาหาร เพื่อสร้างความสุนทรีย์ให้กับผู้ที่ได้ลิ้มลอง
จากที่กล่าวมาคงทำให้เห็นภาพแล้วว่า ประเทศไทยถือเป็นดินแดนอู่ข้าวอู่น้ำ และให้ความสำคัญพิถีพิถันตั้งใจกับเรื่องอาหารมากเพียงใด และด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้ชาวต่างชาติจากทั่วสารทิศหลั่งไหลมาชิมอาหารไทยด้วยตนเอง
คัดสรรอย่าง “ครัวการบินไทย”
เมื่ออาหารไทยกลายเป็นของขึ้นชื่อของประเทศ การบินไทยในฐานะสายการบินแห่งชาติที่พร้อมนำเสนอความเป็นไทยไปสู่ผู้โดยสาร จึงหยิบยกอาหารไทยมาเป็นหนึ่งในการบริการ เพื่อให้ผู้โดยสารได้สัมผัสและรู้สึกเหมือนอยู่บนเรือนไทยท่ามกลางท้องฟ้า โดยมี “ครัวการบินไทย” เป็นผู้อยู่เบื้องหลังความยิ่งใหญ่นี้
ครัวการบินไทยกำเนิดขึ้นมาในช่วงเดียวกับการก่อตั้งสายการบิน ในช่วง 3 ปีแรกยังเป็นครัวที่ให้บริการอาหารภายในสายการบินของตนเองเท่านั้น ก่อนจะขยายการบริการให้กับสายการบินอื่น ๆ ซึ่งปัจจุบันก็ยังคงดำรงหน้าที่นี้ด้วยมาตรฐานชั้นเลิศ เรียกได้ว่า เมื่อสายการบินต่างประเทศมีจุดหมายปลายทางอยู่ที่ประเทศไทย ส่วนใหญ่ก็ไว้วางใจครัวการบินไทยที่จะนำอาหารปรุงสดใหม่นำไปเสิร์ฟบนเที่ยวบินของตนเอง
ครัวการบินไทยมีมาตรฐานระดับสากลที่ให้ความสำคัญพิถีพิถันทุกขั้นตอนตั้งแต่การคัดเลือกวัตถุดิบไปจนถึงการส่งมอบอาหารถึงผู้โดยสาร โดยครัวการบินไทยจะแบ่งครัวแยกย่อยไปอีกมากมาย เช่น ครัวฝรั่ง ครัวไทย ครัวฮาลาล และครัวขนมหวาน เป็นต้น เพื่อให้การปรุงอาหารเป็นระบบและมีขั้นตอนที่ชัดเจน กระบวนการผลิตจึงย่อมได้รับการดูแลใส่ใจอย่างใกล้ชิด และเมื่อเสร็จสิ้นขั้นตอนของการปรุงอาหารเรียบร้อยแล้วก็จะผ่านเข้าสู่กระบวนการถนอมความสดใหม่ เพื่อเตรียมพร้อมเสิร์ฟให้กับผู้โดยสารได้อิ่มอร่อย ซึ่งแน่นอนว่าในทุก ๆ ขั้นตอนจะมีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะสาขาวิชาคอยดูแล ควบคุม และตรวจสอบ เพื่อให้อาหารทุกประเภทนั้นสมบูรณ์แบบและเป็นไปตามมาตรฐาน

ทั้งนี้ การเลือกสรรวัตถุดิบของครัวการบินไทย ส่วนใหญ่จะเลือกใช้ผลิตภัณฑ์หรือวัตถุดิบจากท้องถิ่นในประเทศ เพื่อสนับสนุนการเกษตรกรรมของไทยให้ก้าวไปข้างหน้าด้วยกัน เหล่านี้คือการเอาใจใส่ด้านอาหารของครัวการบินไทย ที่ไม่ได้เป็นแค่เพียงอาหารมื้อหนึ่งของผู้โดยสารเท่านั้น แต่กลับรังสรรค์ขึ้นมาด้วยความประณีตและใส่ใจในทุกขั้นตอน
“ครัวการบินไทย” ความอร่อยระดับนานาชาติ
ไม่เพียงแค่ความพิถีพิถันในการเลือกสรรวัตถุดิบและปรุงรสชาติอาหารให้อร่อยเลิศเท่านั้น แต่การคัดเลือกเมนูอาหารเพื่อให้บริการแก่ผู้โดยสารก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่การบินไทยให้ความสำคัญมาเป็นอันดับแรก ๆ
เพราะไม่เพียงเสิร์ฟอาหารนานาชาติที่ทุกคนคุ้นเคย แต่ครัวการบินไทยยังนำเสนอ “ความเป็นไทย” ผ่าน “อาหารไทย” ให้ชาวต่างชาติได้ลิ้มชิมรสวัฒนธรรมไทยอีกด้วย ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งความโดดเด่นของการบินไทย ทั้งยังสร้างความภาคภูมิใจให้กับคนไทย

การคัดเลือกอาหารของการบินไทย ไม่ใช่แค่เป็นอาหารไทยแล้วจะได้ขึ้นโต๊ะเสิร์ฟผู้โดยสาร แต่อาหารไทยดังกล่าวจะต้องมีความพิเศษในฐานะที่พร้อมนำเสนอประสบการณ์แห่งเสน่ห์ มีเรื่องราว และอัตลักษณ์ความเป็นไทยไปสู่ผู้คนจากทั่วโลก ไปพร้อมกับการจัดเสิร์ฟที่สดใหม่และคงคุณภาพชั้นเยี่ยมอยู่เสมอ
อย่างเช่น “ผัดไทย” ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งอาหารประจำชาติที่ใคร ๆ ต่างก็รู้จัก ด้วยรสชาติเปรี้ยวอมหวานจากซอสมะขามที่คลุกเคล้ากับเส้นที่ผัดจนหอมกลิ่นกระทะอันเป็นอีกรูปรสหนึ่งที่อาหารไทยขึ้นชื่อ ผสานกับเนื้อสัตว์ ไข่ ผัก และเครื่องเคียงอีกมากมาย ก็ได้ช่วยให้ผัดไทยเป็นอาหารที่ครบรสและอร่อยถูกปากจนเป็นที่นิยม
การบินไทยไม่ได้นำเสนอแค่ “ผัดไทย” ในฐานะที่เป็นอาหารแห่งชาติเท่านั้น แต่ยังเสริมเติมเรื่องราวให้ผู้โดยสารได้รู้สึกประทับใจมากยิ่งขึ้น ด้วยการหยิบ “ผัดไทยประตูผี” ร้านผัดไทยชื่อดังที่มีความเก่าแก่ยาวนานร่วม 50 ปี และเป็นที่รู้จักทั่วโลก เข้ามาร่วมรังสรรค์เกิดเป็นเมนูใหม่ ๆ ที่ชูโรงผัดไทยให้โดดเด่นมากกว่าเดิม
ขณะเดียวกันเมนูอย่าง “ผัดกะเพรา” อาหารที่คนไทยกินเป็นประจำก็ได้นำมาเสิร์ฟบนเที่ยวบินของการบินไทย แต่เป็นการนำเสนอผัดกะเพราผ่านการรังสรรค์จากเชฟหลากหลายท่าน ให้เป็นเมนูที่มีความพิเศษแตกต่างไปจากแบบดั้งเดิม แต่ก็ยังคงเอกลักษณ์ความเป็นผัดกะเพราไว้เต็มเปี่ยม อย่างใน พ.ศ. 2569 การบินไทยก็มีพรอเจกต์ “Streets to Sky” นำเสนอกะเพราไก่แบบราดข้าว จากร้าน “บ้านยี่สาร” หรือกะเพราคลุกอกไก่จากร้าน “เลิศทิพย์”

ทั้งนี้ยังมีการปรับเอาวัตถุดิบหรือเมนูไทยให้เข้ากับความเป็นนานาชาติอีกด้วย เพื่อให้ชาวต่างชาติที่ยังไม่คุ้นเคยกับอาหารไทยได้ลิ้มลอง ส่วนคนไทยที่รู้จักอาหารไทยเป็นอย่างดีก็จะได้เปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่ไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน ดังจะเห็นได้จากอาหารในแคมเปญ “Taste of Thai Tales” ของการบินไทยที่นำเสนอหลากหลายเมนู
โดยการบินไทยจับมือกับเชฟชื่อดังของไทย อย่าง เชฟแพม พิชญา สุนทรญาณกิจ จากร้าน “POTONG” นำเสนอเมนู เช่น ซี่โครงแกะย่างถ่าน ที่เสิร์ฟพร้อมกับแกงรัญจวนเนื้อตุ๋น หรือจะกินคู่กับซอสแกงระแวง เมนูระดับชาววังที่หากินไม่ได้ง่าย ๆ หรือแม้แต่เมนูของหวานอย่าง ขนมข้าวกระยาคู ขนมไทยที่มีมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย ที่นำไปเสิร์ฟบนเที่ยวบินของการบินไทย

นอกจากนี้ยังมี เชฟโบ ดวงพร ทรงวิศวะ จากร้าน “โบ.ลาน” เลือกสรรเมนูมากมาย อย่างของว่าง พายแกงฮังเลหมู พร้อมกระเทียมและขิงดองเสียบไม้ พายข้าวซอยไก่ พร้อมผักกาดดอง มะนาวฝาน เป็นต้น ซึ่งทั้ง 2 ร้านนี้ล้วนการันตีดาวจากมิชลิน ตอกย้ำความอร่อยและพิถีพิถันที่ผู้โดยสารจะได้ลิ้มรสความอร่อยไปกับการบินไทย

ความงดงามของ “อาหารไทย” สู่สายตาชาวโลก
ไม่เพียงแค่ความอร่อยเลิศรสของอาหารไทยเท่านั้น แต่การจัดจานก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เลื่องชื่อเช่นกัน ซึ่งครัวการบินไทยก็ให้ความสำคัญ เพราะได้จัดเสิร์ฟอาหารด้วยความละเมียดละไมไปพร้อมกับความเอร็ดอร่อยของอาหารที่สดใหม่อยู่เสมอ โดยครัวการบินได้ใช้การจัดเสิร์ฟแบบ “Fine Dining” เพื่อนำเสนอความวิจิตรหรูหราเพื่อเพิ่มสุนทรียะในการรับประทานอาหาร
สำหรับการจัดเสิร์ฟแบบ “Fine Dining” ของการบินไทย ไม่ได้เป็นเพียงแค่การให้บริการอาหารที่ยกระดับขึ้นจากเชฟหลากหลายท่านผ่านนานาเมนูเท่านั้น แต่อาหารดังกล่าวยังต้องมอบประสบการณ์ความอร่อยสุดพิเศษเฉพาะตัวที่สื่อถึงความเป็นไทยผ่านวัตถุดิบระดับพรีเมียม
การตกแต่งจานอาหารของการบินไทยปรากฏในทุกเมนู ด้วยการใช้วัตถุดิบหรือความงามของพรรณไม้มารังสรรค์ เสมือนกับมีชาววังมาลงมือทำให้รับประทานถึงที่เลยทีเดียว เช่น การใช้ผักผลไม้มาแกะสลักเป็นดอกไม้ นำเนื้อสัตว์ที่แล่เป็นชิ้นพอดีคำมาร้อยเรียงเป็นกลีบดอกไม้ หรือใช้วัตถุดิบอื่น ๆ มาตกแต่งให้สมมาตรกับอาหารบนจาน

อย่างเมนูของเชฟแพม พิชญา สุนทรญาณกิจ ที่ร่วมมือกับการบินไทยในโครงการ “Taste of Thai Tales” ก็นำธงชาติไทยที่ทำจากวัตถุดิบชั้นเลิศมาตกแต่งจานอาหาร สะท้อนถึงสายการบินไทยที่เป็นสายการบินแห่งชาติ การนำศิลปะการจัดจานที่ต้องใช้ทั้งหลักการความสมดุล สีสัน และรสสัมผัสอันหลากหลายมารังสรรค์ไว้ในแต่ละจาน ซึ่งสิ่งต่าง ๆ นี้ก็ต้องเหมาะสมกับอาหารที่จะอยู่บนเครื่องบินอีกด้วย
หรือการจับมือกันระหว่างการบินไทยกับ “Lebua” ก็ได้นำเสนออาหารนานาชาติที่รังสรรค์อาหารไทยให้มีสีสันและศิลปะอันโดดเด่น ซึ่งจะรับประทานได้เฉพาะบนเที่ยวบินของการบินไทยเท่านั้น

การเสิร์ฟอาหารในแต่ละครั้งจึงไม่ได้เพียงมอบความเอร็ดอร่อยให้กับผู้โดยสาร แต่เป็นการนำเสนอประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่หาที่ไหนไม่ได้ ผ่านอาหารเลิศรสและศิลปะอันงดงามบนจานให้กับผู้โดยสารขณะอยู่บนฟากฟ้า ราวกับว่าได้รับประทาน “Fine Dining” ที่ร้านหรูระดับพรีเมียมจากประเทศไทย

การบินไทยจึงไม่ใช่แค่สายการบินแห่งชาติ ที่ให้บริการการบินไปยังจุดหมายทั่วโลก แต่ยังทำหน้าที่เสมือน “ทูต” เพราะ “ครัวการบินไทย” พร้อมจะนำเสนอ “อาหารไทย” และ “ศิลปะอาหารไทย” ให้ชาวโลกได้เห็นและสัมผัสถึงวัฒนธรรมไทยที่ปรากฏอยู่ในวิถีการกินมาอย่างยาวนาน
อ่านเพิ่มเติม :
- สีสันและลายผ้าไทยบนเครื่องบิน : เรื่องเล่าจากยูนิฟอร์มและการออกแบบภายใน
- รอยยิ้มบนท้องฟ้า : ศิลปะแห่งการบริการแบบไทย
- ฟ้าไทยในยุคบุกเบิก : การบินไทยกับบทบาทในการเชื่อมโลกสู่สยาม
สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่
อ้างอิง
พรรณงาม บุญศิริ. เกร็ดย่อยการท่องเที่ยว ครัวการบินไทย ในนิตยสารท่องโลก ฉบับที่ 11 เดือนกุมภาพันธ์ 2527.
สำนักหอสมุดแห่งชาติ. เมนูสำรับ กับข้าวเจ้านายในราชสำนักสยาม จาก https://www.nlt.go.th/service/2420.
นิพัทธ์ ทองเล็ก. แขกเปอร์เซียทรงอิทธิพล…ในอยุธยา. จาก https://www.matichon.co.th/article/news_5654371.
มติชน. เปิด 4 เมนูใหม่ เสิร์ฟบนเที่ยวบินการบินไทย สตรีทฟู้ดส์ยอดนิยม. จาก https://www.matichon.co.th/lifestyle/food-travel/news_5172454.
spin9. บุกครัวการบินไทย! ชมเบื้องหลังอาหารทุกจานบนเครื่องบิน จาก Youtube https://youtu.be/kq_QigJINGs?si=a7zY_7Q4op9YsGF5.
Onthejetplane. [รีวิว] Taste Of Thai Tales การบินไทยจับมือ “เชฟแพม-Potong” รังสรรค์ 18 เมนูใหม่ ให้บริการตลอดปี 2026 | Chef Pam x THAI Airways จาก https://www.onthejetplane.com/post/taste-of-thai-tales-thai-airways-chef-pam.
Thai Airways. Good Taste for a Good Cause. จาก https://www.thaiairways.com/th-th/content/offers-Promotions/special-offers/good-taste-for-a-good-cause/.
Thai Airways. อาหารบนเครื่อง. จาก https://www.thaiairways.com/th-th/content/in-flight-experience/in-flight-cuisine/.
Thai Airways. Streets to Sky การบินไทยพาตำนานรสชาติความเป็นไทยสู่สากล. จาก https://ropnewsletter.thaiairways.com/julsep2025/basic/th/thai-brings-authentic-street-food-worldwide-through-streets-to-sky.
เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 16 พฤษภาคม 2569




