| ผู้เขียน | สุทธาสินี จิตรกรรมไทย เจียจันทร์พงษ์ |
|---|---|
| เผยแพร่ |
ท้าวสามนต์เรื่องสังข์ทอง ทำไมต้องใส่แว่นตา?
ใครที่ดูละครจักรๆ วงศ์ๆ เรื่อง “สังข์ทอง” ผลิตโดย บริษัท สามเศียร จำกัด อาจหมั่นไส้ปนฮา “ท้าวสามนต์” พระบิดาของนางรจนา ที่ชอบกันซีนว่าที่ลูกเขยอย่างสังข์ทองอยู่เสมอ และอาจสงสัยกันว่า ทำไมท้าวสามนต์ต้องใส่แว่นตา?
ชื่อของท้าวสามนต์ อ้างอิงตามพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน และพจนานุกรม ฉบับมติชน คำว่า “สามนต์” มีความหมายว่า รอบๆ หรือใกล้เคียง ส่วน “สามนตราช” หมายถึง พระราชาแห่งแคว้นที่ใกล้เคียง หรือเจ้าประเทศราช
ท้าวสามนต์เรื่องสังข์ทอง จึงอาจไม่ใช่พระราชาแคว้นใหญ่ แต่อาจเป็นเจ้าประเทศราช ที่อยู่ใกล้เคียงศูนย์กลางอำนาจที่มี “พลังทางการเมือง” สูงกว่าและเข้มแข็งกว่า
หากมองแง่นี้ ท่าทีเอาแต่ใจจนบางทีเหมือนงอแง ชอบยึดตัวเองเป็นศูนย์กลางของท้าวสามนต์เรื่องสังข์ทอง เวอร์ชันปี 2550 และ 2561 ก็ถือเป็นการยั่วล้อนัยที่ซ่อนอยู่ภายใต้ชื่อของตัวละครได้อย่างเฉียบคม
นอกจาก “ชื่อ” ที่มีความหมายแอบแฝงแล้ว “แว่นตา” ของท้าวสามนต์ในละครเวอร์ชันปี 2561 ก็น่าสนใจเช่นกัน

“คนมองหนัง” พูดถึงเรื่องนี้ไว้ในบทความ “เรตติ้งล่าสุด ‘สังข์ทอง’-‘แว่นตาท้าวสามนต์’ ไม่ใช่ของใหม่ มีมาตั้งแต่ต้นรัตนโกสินทร์!” ว่า
หลายคนอาจเข้าใจผิดว่า แว่นตาของท้าวสามนต์ในละคร เป็นไอเดียใหม่ๆ แผลงๆ ของคนทำละครจักรๆ วงศ์ๆ แต่เมื่อตรวจสอบเนื้อหาของ บทละครนอกเรื่องสังข์ทอง พระราชนิพนธ์ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ 2) กลับพบประเด็นที่น่าตื่นเต้นมากๆ
เพราะระบุถึง “แว่นตา” ของท้าวสามนต์ไว้ในตอนที่ 8 พระสังข์ตีคลี ว่า
“เมื่อนั้น
ท้าวสามนต์ร้องรับให้ดีพ่อ
ตบมืออือเออชะเง้อคอ
เห็นลูกเขยเป็นต่อหัวร่อคัก
ลุกขึ้นโลดเต้นเขม้นมุ่ง
พลัดผลุงลงมาขาแทบหัก
มึนเมื่อยเหนื่อยบอบหอบฮัก
พิงพนักนั่งโยกตะโพกเพลีย
ฉวยคนโทถมยามาดื่มน้ำ
หกคว่ำสำลักแล้วบ้วนเสีย
หยิบบุหรี่จุดไฟไหม้ลามเลีย
วัดถูกจมูกเมียไม่รู้ตัว
สาละวนตึงตังกำลังวุ่น
แม่คุณขอโทษอย่าโกรธผัว
พี่ก็พานแก่ชราหูตามัว
ไม่เห็นตัวว่าใครข้างไหนเลย
ว่าพลางทางเรียกเอาแว่นตา
ใส่จมูกแหงนหน้าดูลูกเขย
ลุกขึ้นมองร้องเออชะเง้อเงย
ยายเอ๋ยอย่าปรารมภ์เป็นรองเรา”

นอกจากท้าวสามนต์ ตัวละครอื่นอย่าง “โหราจารย์” ผู้มีส่วนร่วมในการปั้นความเท็จใส่ร้ายพระสังข์ตอนเด็กก็ใส่แว่นตาด้วยเช่นกัน
แว่นตาเกิดขึ้นครั้งแรกในโลกทางตอนเหนือของอิตาลี ราว ค.ศ. 1290 (พ.ศ. 1833) เทียบแล้วก็ก่อนพระเจ้าอู่ทองทรงสถาปนากรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี ต่อมาในคริสต์ศตวรรษที่ 15 ก็มีผู้นำแว่นตาเข้าไปยังเมืองจีน
กระทั่งคริสต์ศตวรรษที่ 18 แว่นตาก็ได้รับความนิยมในหลายประเทศ หนึ่งในบิดาผู้สร้างชาติสหรัฐอเมริกาอย่าง เบนจามิน แฟรงคลิน (Benjamin Franklin) ก็สวมใส่แว่นตา
ต้นกรุงรัตนโกสินทร์ สยามมีความสัมพันธ์กับชาวจีนและชาวตะวันตก จึงเป็นไปได้สูงว่าในสมัยรัชกาลที่ 2 เจ้านายและชนชั้นนำสยามบางส่วนน่าจะรู้จักกับแว่นตาบ้างแล้ว
ท้าวสามนต์เรื่องสังข์ทอง จึงอาจเป็นประจักษ์พยานแห่งยุคสมัยที่สวมใส่แว่นตา จนกลายเป็นเอกลักษณ์ที่หลายคนจดจำ
อ่านเพิ่มเติม :
- “น้าผี” ในละครจักรๆ วงศ์ๆ “ค่ายสามเศียร” มีที่มาจากไหน?
- ชีวิต-แนวคิดการเขียนบทละครจักรๆ วงศ์ๆ ของ “รัมภา ภิรมย์ภักดี” ต้นตอวลี “แม่ไม่ปลื้ม”
สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่
อ้างอิง :
คนมองหนัง. “พ่อ ‘รจนา’ ชื่อ ‘ท้าวสามนต์’ ไม่ใช่ ‘ท้าวสามล’!”.
คนมองหนัง. “เรตติ้งล่าสุด ‘สังข์ทอง’-‘แว่นตาท้าวสามนต์’ ไม่ใช่ของใหม่ มีมาตั้งแต่ต้นรัตนโกสินทร์!”.
เผยแพร่ครั้งแรกในระบบออนไลน์เมื่อ 27 สิงหาคม 2568





