รัชกาลที่ 5 ทรงสั่งไว้ให้ยกเลิก “การโกนผมไว้ทุกข์”

รัชกาลที่ 5 ทรงสั่งไว้ให้ยกเลิกการโกนผมไว้ทุกข์
ภาพข้าราชบริพารกำลังเตรียมงานพระราชพิธีพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในภาพจะเห็นการไว้ทุกข์ตามโบราณราชประเพณีที่โกนผมนุ่งขาวห่มขาวทั้งพระนคร จิตรกรรมฝาผนังภายในพระที่นั่งทรงผนวช วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม กรุงเทพฯ

รัชกาลที่ 5 ทรงสั่งไว้ให้ยกเลิกการโกนผมไว้ทุกข์

การโกนผม เป็นการไว้ทุกข์ตามโบราณราชประเพณีเพื่อแสดงความเคารพอาลัย ในอดีตผู้ที่จะโกนผมจะต้องอยู่ในสังกัดมูลนายที่เสียชีวิต ยกเว้นแต่เพียงการสวรรคตของพระมหากษัตริย์เท่านั้นที่ทุกคนต้องโกนผม นอกจากนี้แล้วต่อเมื่อมีพระบรมราชโองการเป็นพิเศษจึงมีการโกนผมทั้งแผ่นดิน เช่นสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก มีพระบรมราชโองการให้ราษฎรทุกคนโกนผมไว้ทุกข์ในงานพระบรมศพกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท แต่มีข้อยกเว้นสำหรับคนที่ไว้ผมมวย ผมเปีย ผมจุก และองค์พระมหากษัตริย์

“นางร้องไห้” ผู้หญิงฝ่ายในโกนผมและเศร้าโศกเสียใจเมื่อมีการออกพระเมรุมาศท้าวทศรถ จิตรกรรมฝาผนังเรื่องรามเกียรติ์ ณ พระระเบียงพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม

ต่อมารัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ใช้ธรรมเนียมเดิมในงานพระบรมศพกรมพระราชวังบวรสถานมงคล โดยให้โกนผมเฉพาะ พระเจ้าลูกเธอ หลานเธอ ข้าทูลละอองธุลีพระบาท ไปจนถึงข้ารับใช้ทั้งชายหญิงในสังกัดกรมพระราชวังบวร ส่วนราษฎรทั่วไปให้งดเว้น จนถึงรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ก็ทรงโปรดเกล้าฯ ออกประกาศ 2 ฉบับ ให้ราษฎรทั่วไปไม่ต้องโกนผมในงานพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งทำให้ทราบอีกว่าการโกนผมไว้ทุกข์ยังเป็นธรรมเนียมของราษฎรทั่วไปที่บิดามารดาและสามีเสียชีวิตด้วย

“มีพระบรมราชโองการดำรัสสั่งให้ประกาศให้ทราบทั่วกันว่าในการสวรรคตในพระบวรราชวังครั้งนี้ ข้าราชการแลราษฎรไพร่หลวงสังกัดพรรค์ทาส เชลยบรรดาที่มิใช่สังกัดขึ้นข้าวังหน้าทั้งชายหญิง เว้นแต่ข้าเจ้าที่สิ้นพระชนม์ แลบ่าวนายตาย แลที่บิดามารดาตาย แลหญิงผัวตาย แลแขกที่เคยโกนอยู่โดยปกติ นอกนั้นอย่าให้โกนผมเลยเป็นอันขาดทีเดียว อันผู้ใดมิทันรู้พลอยโกนผมเกินไปแล้ว ให้ผู้นั้นมาลุแก่โทษต่อจมื่นราชามาตย์โดยเร็ว ถ้าไม่มาลุแก่โทษนิ่งนอนใจเสีย มีผู้ส่อนำตัวจับมาได้จะให้ปรับไหมมีโทษแก่ผู้นั้นเป็นการล่วงพระราชอาญา ถ้ามาลุแก่โทษแล้วรับตั๋วประทับตราไปเป็นสำคัญ”

การโกนผมไว้ทุกข์ได้ถูกยกเลิกในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องจากพระราชดำริของพระชนกนาถ (พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว) ไม่ทรงมีพระราชประสงค์สร้างความเดือดร้อนแก่ราษฎรจากธรรมเนียมนี้ในเวลาที่ราษฎรต้องโศกเศร้าเมื่อพระมหากษัตริย์สวรรคต จากความบางตอนตามประกาศเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม ร.ศ. 129 (พ.ศ. 2453)

พระเมรุมาศพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ในช่วงเวลาถวายพระเพลิงพระบรมศพ (ภาพจากFB: Pirasri Povatong)

ความเศร้าโศกสาหัสอันบังเกิดขึ้นในพระบรมมหาราชวังครั้งนี้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชทรงแน่ในพระหฤทัยว่า จะเป็นความเศร้าโศกแก่ประชาชนทั้งหลายทั่วไปในราชอาณาจักร เพราะเหตุที่สมเด็จพระชนกาธิราชได้ทรงพระกรุณาทำนุบำรุงมาทั่วกัน

อนึ่ง ตามโบราณราชประเพณีในเวลาเมื่อพระเจ้าแผ่นดินสวรรคต พระบรมวงศานุวงศ์และข้าราชการราษฎรทั้งหลายต้องโกนผมแทนการไว้ทุกข์ทั่วทั้งพระราชอาณาจักร แต่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกนาถได้ทรงมีพระราชดำรัสสั่งไว้ว่า การไว้ทุกข์เช่นที่กล่าวมาแล้วนั้น ย่อมเป็นเครื่องเดือดร้อนอยู่เป็นอันมาก ให้ยกเลิกเสียทีเดียว

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่


หมายเหตุ : คัดเนื้อหาส่วนหนึ่งจากหนังสือ ธรรมเนียมพระบรมศพและพระศพเจ้านาย เขียนโดย นนทพร อยู่มั่งมี. สำนักพิมพ์มติชน, 2551


เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 13 ตุลาคม 2560