ส่องอยุธยาผ่านสายตาชาวดัตช์ ถอดรหัส 3 ภาพวาดประวัติศาสตร์

ภาพขบวนเสด็จกษัตริย์อยุธยา ภาพกรุงศรีอยุธยาและบ้านฮอลันดาท่ามกลางมรสุม พ.ศ. 2155 และภาพยูเดีย ประกอบเรื่อง ส่องอยุธยาผ่านสายตาชาวดัตช์ ถอดรหัส 3 ภาพวาดประวัติศาสตร์
ภาพ “ขบวนเสด็จกษัตริย์อยุธยา”, ภาพ “กรุงศรีอยุธยาและบ้านฮอลันดาท่ามกลางมรสุม พ.ศ. 2155” และภาพ “ยูเดีย”

กรุงศรีอยุธยา หนึ่งในมหานครแห่งโลกตะวันออกที่ชาวตะวันตกกล่าวขานถึงความเจริญรุ่งเรืองในฐานะศูนย์กลางการค้าที่สำคัญของภูมิภาค ประจักษ์พยานสำคัญก็คือ ภาพวาดประวัติศาสตร์ 3 ชิ้น ผลงานของจิตรกรชาวดัตช์ ชนชาติยุโรปที่เจริญสัมพันธไมตรีกับอยุธยามาอย่างยาวนาน

ดัตช์ (Dutch) หรือฮอลันดา (Hollanda) ซึ่งปัจจุบันก็คือประเทศเนเธอร์แลนด์ เป็นชนชาติยุโรปที่เข้ามาเจริญสัมพันธไมตรีกับราชสำนักอยุธยาตั้งแต่สมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช (พ.ศ. 2133-2148) ในนาม “วีโอซี” หรือบริษัทอินเดียตะวันออกของดัตช์ (Vereenigde Oostindische Compagnie – VOC) พวกเขาจัดตั้งสำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาคที่ปัตตาเวีย (กรุงจาการ์ตา อินโดนีเซียในปัจจุบัน) และสยามก็เป็นแหล่งสินค้าสำคัญที่วีโอซีต้องการ ทั้งของป่า แร่ดีบุก และสินค้าจากจีน

ปัตตาเวีย ศูนย์ใหญ่บริษัทอินเดียตะวันออกของดัตช์ หรือวีโอซี ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ปัตตาเวีย ศูนย์ใหญ่บริษัทอินเดียตะวันออกของดัตช์ หรือวีโอซี ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ภาพจาก Dutch National Library)

ความสัมพันธ์ระหว่างวีโอซีกับราชสำนักอยุธยาดำเนินไปด้วยดี และเติบโตขึ้นตามลำดับ กระทั่งใน พ.ศ. 2177 สมัยสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง วีโอซีก็ได้รับพระบรมราชานุญาตให้ก่อสร้าง “สถานีการค้า” บนฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา ห่างจากเกาะเมืองลงไปทางทิศใต้ราว 2 กิโลเมตร ซึ่งต่อมารู้จักกันในชื่อ “บ้านฮอลันดา” และมีโรงสินค้าขนาดใหญ่ใกล้ปากแม่น้ำเจ้าพระยา เรียกว่า “นิวอัมสเตอร์ดัม”

ระหว่างที่ชาวดัตช์ติดต่อค้าขายกับอยุธยา พวกเขาเข้ามาทำงานอยู่ที่สถานีการค้า  ได้สัมผัสบ้านเมือง สภาพแวดล้อม และขนบธรรมเนียมประเพณีของชาวอยุธยาอย่างใกล้ชิด จึงได้เขียนบันทึกเรื่องราวต่าง ๆ ในอาณาจักรแห่งนี้ไว้มากมาย อย่าง โยสต์ สเคาเต็น (Joost Schouten) ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งหัวหน้าสถานีการค้าของวีโอซีใน พ.ศ. 2176-2179 ได้พรรณนาถึงอยุธยาในสมัยสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง

สเคาเต็นบันทึกว่า อยุธยาเป็นราชธานีที่ตั้งอยู่บนเกาะ มีกำแพงอิฐหนาล้อมรอบอาณาบริเวณกว้างใหญ่ ประชากรหนาแน่นอยู่ตามสองฝั่งน้ำ มีเครือข่ายถนนและคูคลองจำนวนมาก โดยในฤดูน้ำหลาก ผู้คนสามารถใช้เรือพายสัญจรไปมาได้อย่างสะดวกสบาย ภายในเมืองมีความงดงามวิจิตร วัดวาอารามมากกว่า 300 แห่ง โดดเด่นด้วยงานประณีตศิลป์ สถูปเจดีย์ปิดทอง และพระพุทธรูปหล่อโลหะ

สำหรับพระราชวังหลวงก็สร้างขึ้นอย่างใหญ่โตมโหฬาร ยอดปราสาทประดับทองคำระยิบระยับ จนดูยิ่งใหญ่ราวกับเป็นอีกเมืองหนึ่งที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำ

ขณะที่ชาวดัตช์คนสำคัญอีกคนอย่าง เยเรเมียส ฟาน ฟลีต (Jeremias van Vliet) หรือ “วัน วลิต” ซึ่งมาเป็นหัวหน้าสถานีการค้าต่อจากสเคาเต็น ก็บันทึกถึงอยุธยาว่า

“กรุงศรีอยุธยาเป็นเมืองที่แข็งแรง งดงาม และใหญ่โต มีชัยภูมิที่ตั้งดีปลอดภัย มีประชากรอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ทั้งมีผู้คนเดินทางเข้ามาค้าขายทั้งโดยทางบกและทางน้ำ มีชาติต่าง ๆ จากเอเชีย และจากยุโรป  พวกนอกศาสนา พวกมัวร์ และพวกพ่อค้าคริสเตียน ฯลฯ นี่เป็นเมืองหลวงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก ประดับประดาไปด้วยอัญมณี 9 ชนิด”

นอกจากบันทึกลายลักษณ์อักษรแล้ว ชาวดัตช์ยังสร้างสรรค์ภาพวาดที่งดงามที่สะท้อนมุมมองของพวกเขาต่ออยุธยา อันจะกลายเป็นภาพแทนความยิ่งใหญ่ และรุ่งเรืองของราชธานีแห่งนี้ ก่อนถ่ายทอดสู่หมู่ชนชาวยุโรปด้วยกัน รวมถึงผู้คนจากนานาอารยประเทศ ให้ได้รู้จักอยุธยามากยิ่งขึ้นอีกด้วย

ภาพ “ขบวนเสด็จกษัตริย์อยุธยา” หน้าปกหนังสือ “พรรณนาเรื่องอาณาจักรสยาม”
ภาพ “ขบวนเสด็จกษัตริย์อยุธยา” หน้าปกหนังสือ “พรรณนาเรื่องอาณาจักรสยาม”

“ขบวนเสด็จกษัตริย์อยุธยา” พระบรมเดชานุภาพพระเจ้าแผ่นดินสยาม

ในงานเขียนชิ้นสำคัญของวัน วลิต ชื่อ “Naukeurige Beschrijving van het Koningrijk Siam” หรือ “พรรณนาเรื่องอาณาจักรสยาม” ซึ่งตีพิมพ์ที่เมืองไลเดน ประเทศเนเธอร์แลนด์ โดยสำนักพิมพ์ของ เฟรเดอริก ฮาริง (Frederick Harinck) เมื่อ พ.ศ. 2235 ปรากฏภาพ “ขบวนเสด็จกษัตริย์อยุธยา” หนึ่งในภาพทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับอยุธยา

ภาพนี้เป็นภาพพิมพ์ลายเส้นไม่ปรากฏชื่อจิตรกรผู้สร้าง แสดงรูปขบวนพยุหยาตราทางสถลมารค หรือกระบวนเสด็จพระราชดำเนินทางบกของกษัตริย์อยุธยา ริ้วขบวนประกอบด้วย ช้าง ม้า และพลทหารราบจำนวนมาก รวมเป็นกระบวนทัพยิ่งใหญ่ตระการตา มีไพร่ถืออาวุธจำพวกหอก โล่ และดาบ นำขบวนด้วยวงดุริยดนตรีประโคมแตร สังข์ เครื่องมโหรีต่าง ๆ

ช้างในขบวนยังประดับประดาอย่างวิจิตรงดงาม โดยช้างตัวใหญ่และโดดเด่นที่สุดตรงกลางภาพ คือช้างทรงของพระเจ้าแผ่นดิน ซึ่งประทับบนสัปคับพระคชาธาร นักประวัติศาสตร์คาดการณ์ว่า นี่คือภาพจำลองเหตุการณ์เคลื่อนทัพไปทำสงครามในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช (พ.ศ. 2199-2231)

ด้านหลังเป็นทัศนียภาพของกำแพงพระนคร ซุ้มประตูเมือง และสิ่งปลูกสร้างภายในที่มีทั้งอาคารและยอดเจดีย์ทรงสูง ส่วนนอกพระนครเต็มไปด้วยต้นตาล หรือผู้วาดอาจตั้งใจวาดต้นปาล์มก็ได้ ซึ่งทั้งหมดคือการผสมผสานระหว่างข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์กับจินตนาการของศิลปินชาวยุโรป เพื่อสื่อถึงอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ในดินแดนตะวันออก ที่ช่วยเปิดมุมมองให้ชาวยุโรปได้จินตนาการถึงความโอ่อ่าของราชสำนักอยุธยา

ภาพเขียนสมเด็จพระนารายณ์ ภาพแทนกษัตริย์อยุธยาในมุมมองของชาวต่างชาติ ฝีมือจิตรกรชาวฝรั่งเศส
ภาพเขียนสมเด็จพระนารายณ์ ภาพแทนกษัตริย์อยุธยาในมุมมองของชาวต่างชาติ ฝีมือจิตรกรชาวฝรั่งเศส (ภาพโดย Artanisen ใน Wikimedia Commons)

แม้ภาพนี้จะไม่มีคำบรรยายภาพโดยเฉพาะ แต่ในหนังสือมีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับภาพนี้ในส่วนที่ วัน วลิต อธิบายถึงโครงสร้างระบอบราชาธิปไตยและอำนาจรัฐ ซึ่งแวดล้อมสถาบันพระมหากษัตริย์อยุธยา โดยหัวใจสำคัญของการเมืองการปกครองคือ กษัตริย์มีพระราชอำนาจเด็ดขาดตามคติสมมติเทพ ส่วนขุนนางและราษฎรต่างอยู่ในฐานะข้าของแผ่นดินผู้จงรักภักดี

แม้กษัตริย์จะประทับในเขตพระราชฐานเป็นหลัก แต่เมื่อถึงวาระสำคัญ พระองค์จะทรงแสดงพระราชอำนาจผ่าน “รัฐนาฏกรรม” ที่ยิ่งใหญ่ตระการตา ในการเสด็จพระราชดำเนินทางสถลมารค ขบวนเสด็จจะเต็มไปด้วยช้างศึกนับร้อยเชือกที่ประดับประดาด้วยทองคำ ไพร่พลถือหอกและปืนไฟร่วมพันนาย พร้อมทหารรับจ้างต่างชาติอีกหลายกองร้อย ตามเสด็จฯ ด้วยเจ้านายฝ่ายหน้า ฝ่ายใน และขุนนางน้อยใหญ่ทั้งปวง 

ภาพ “ขบวนเสด็จกษัตริย์อยุธยา” ในสายตาและมุมมองของชาวดัตช์จึงไม่ใช่เรื่องเพ้อฝันเหนือจินตนาการที่พวกเขามีต่ออาณาจักรที่มั่งคั่งแห่งนี้ แต่คือเรื่องราวจริงที่เป็นประจักษ์พยานอย่างหนึ่งอันสะท้อนความยิ่งใหญ่ของอยุธยาในยุคที่ชาวดัตช์ได้มาสัมผัสด้วยตาของพวกเขาเอง

ภาพ “กรุงศรีอยุธยาและบ้านฮอลันดาท่ามกลางมรสุม พ.ศ. 2155”
ภาพ “กรุงศรีอยุธยาและบ้านฮอลันดาท่ามกลางมรสุม พ.ศ. 2155” (ภาพจากหนังสือ “กรุงศรีอยุธยาในแผนที่ฝรั่ง” โดย ธวัชชัย ตั้งศิริวาณิช)

“กรุงศรีอยุธยาและบ้านฮอลันดาท่ามกลางมรสุม พ.ศ. 2155” ประจักษ์พยานของมหัตภัย

“กรุงศรีอยุธยาและบ้านฮอลันดาท่ามกลางมรสุม พ.ศ. 2155” ภาพพิมพ์ขนาด 130 x 180 มิลลิเมตร หลักฐานประวัติศาสตร์ฝีมือชาวดัตช์อีกชิ้นที่น่าสนใจไม่แพ้กัน ภาพนี้ปรากฏในหนังสือ “Sevende Reys na Oost-Indien, op kosten van de Engelse Maatschappy ; door Kapieter Williamson Floris, na Patane en Siam” ของ เปียเตอร์ ฟาน เดอ อา (Pieter van der Aa) จัดพิมพ์ครั้งแรกที่เมืองไลเดน ประเทศเนเธอร์แลนด์ เมื่อ พ.ศ. 2250

ภาพดังกล่าวประกอบอยู่ในเนื้อหาเรื่องบันทึก Dag-register van Pieter Williamson Floris, na Patane en Siam หรือ “จดหมายเหตุการเดินทางสู่ปัตตานีและสยาม ของเปียเตอร์ ฟลอริส” รายละเอียดภาพมีบ้านฮอลันดาเป็นอาคารอิฐหลังใหญ่ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ชาวดัตช์เรียกอาคารนี้ว่า “de logia” ส่วนชาวอยุธยาเรียก “ตึกแดง” หรือตึกวิลันดา

อาคารดังกล่าวสร้างระหว่าง พ.ศ. 2177-2179 ต้นรัชกาลสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง แทนที่อาคารหลังเก่าของวีโอซีที่สภาพซอมซ่อ คับแคบ และขนถ่ายสินค้าไม่สะดวก นอกจาก de logia แล้ว ด้านหลังฝั่งขวาของภาพคือ เกาะเมืองอยุธยาฝั่งตะวันตก ส่วนบรรยากาศโดยรวมคือพายุฝนฟ้าคะนองกำลังโหมกระหน่ำ

คุณธวัชชัย ตั้งศิริวานิช เล่าไว้ในหนังสือ “กรุงศรีอยุธยาในแผนที่ฝรั่ง” (2566 : มติชน) ว่า ตนเคยให้ชื่อภาพดังกล่าวว่า “กรุงศรีอยุธยาท่ามกลางพายุ” และเข้าใจว่าเรื่องราวในภาพคือจินตนาการของศิลปิน แต่เมื่อภายหลังได้พบข้อมูลในหนังสือ “Purchas his Pilgrimage” ทำให้รู้ว่ามีบันทึกเหตุการณ์พายุรุนแรงที่ทำให้เชื่อว่าเป็นที่มาของภาพนี้

ร่องรอยของเหตุการณ์มหันตภัยในอยุธยา มีบันทึกจาก เปียเตอร์ วิลเลียมสัน ฟลอริส (Pieter Williamson Floris) พ่อค้าชาวดัตช์ ที่เล่าถึงการเดินทางเข้ามาปัตตานีและอยุธยา เขาเคยกล่าวไว้ว่า “ในวันที่ 26 ตุลาคม (พ.ศ. 2155) ได้เกิดพายุใหญ่ที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน เรือของพวกเขาถูกคลื่นซัดจนเกือบล่ม ลูกเรือจมน้ำเสียชีวิตห้าคน”

นอกจากนี้ ยังพบข้อมูลจากจดหมายเหตุฉบับสมบูรณ์ของฟลอริส ซึ่งแปลและจัดพิมพ์ใน พ.ศ. 2477 ก็บันทึกไว้ใกล้เคียงกันว่า “เวลาประมาณสี่โมงเย็นของวันที่ 26 ตุลาคม ได้เกิดพายุฉับพลัน ถาโถมโหมกระหน่ำดังฟ้ารั่ว ต้นไม้หักโค่นล้มจนเหลือแต่ราก เป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน”

เมื่อประมวลข้อมูลต่าง ๆ เข้าด้วยกัน คุณธวัชชัยจึงให้ชื่อภาพนี้ใหม่ว่า “กรุงศรีอยุธยาและบ้านฮอลันดาท่ามกลางมรสุม พ.ศ. 2155”

แผนที่กรุงศรีอยุธยา และตำแหน่งสถานีการค้า หรือบ้านฮอลันดาทางใต้ของเกาะเมือง, ผลงาน Gijsbert Heecq
แผนที่กรุงศรีอยุธยา และตำแหน่งสถานีการค้า หรือบ้านฮอลันดาทางใต้ของเกาะเมือง, ผลงาน Gijsbert Heecq (ภาพจาก The International Institute for Asian Studies หรือ IIAS)

อาคารสถานีการค้าของบ้านฮอลันดา ปรากฏอยู่ในบันทึกชาวตะวันตกมากมาย อย่างคริสโตเฟอร์ ไฟรก์ นายแพทย์ชาวเยอรมัน กล่าวถึงความประทับใจเมื่อได้มาเยือนบ้านฮอลันดา ราว พ.ศ. 2225-2228 ว่า “อาคารซึ่งพวกค้าฮอลันดามีอยู่ที่นั่นนั้นน่าตื่นตาทั้งในเรื่องขนาดที่ใหญ่โต สวยสง่า และแข็งแรง ชั้นบนทำเป็นที่พักทั้งหมด ซึ่งงามอย่างอัครสถานเหลือเกินทั้งภายใน และภายนอก ส่วนข้างล่างเป็นห้องเก็บสินค้าหลายห้องล้วนแต่กว้างขวางและเหลือล้นไปด้วยสินค้าทุกชนิด”

ขณะที่นิโกลาส์ แฌร์แวส ชาวฝรั่งเศสที่เข้ามาอยุธยาในช่วงเวลาเดียวกัน (พ.ศ. 2224-2228) ก็บันทึกว่า “อาคารที่พวกเขา (ฮอลันดา) สร้างขึ้นริมฝั่งแม่น้ำในบริเวณใกล้พระนครนั้น นับว่างดงามและโออ่าที่สุดในราชอาณาจักร”

ส่วนเกาะเมืองฝั่งตะวันตกที่ปรากฏอยู่ด้านขวาของภาพ มีต้นแบบมาจากภาพมุมกว้างของอยุธยาที่ชื่อว่า “de Stadt IUDIA” ในหนังสือ Drie aanmerkelijke en seer rampspoedige Reysen พิมพ์ที่กรุงอัมสเตอร์ดัมใน พ.ศ. 2219 ตรงกับสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เป็นจดหมายเหตุการเดินทางของ ยัน ยันส์โซน สตรายส์ (Jan Janszoon Struys) นักแสวงโชคชาวดัตช์

ทั้งนี้ จดหมายเหตุสตรายส์คือหนังสือเล่มแรก ๆ ที่พิมพ์ภาพมุมกว้างของอยุธยา พร้อมเล่าเรื่องการผจญภัยในดินแดนอันไกลโพ้น สร้างความตื่นตาตื่นใจแก่ชาวยุโรป จนต้องพิมพ์ซ้ำในภาษาอื่นนอกจากภาษาดัตช์ ทั้งเยอรมัน ฝรั่งเศส อังกฤษ และรัสเซีย มุมมองส่วนใหญ่ของชาวยุโรปที่มีต่ออยุธยา จึงมีที่มาจากเนื้อหาและภาพอยุธยาจากหนังสือเล่มนี้

ภาพ “ยูเดีย” (Iudea)
ภาพ “ยูเดีย” (Iudea) (ภาพจากหนังสือ “กรุงศรีอยุธยาในแผนที่ฝรั่ง” โดย ธวัชชัย ตั้งศิริวาณิช)

“ยูเดีย” รูปกรุงศรีอยุธยาที่เก่าแก่และวิจิตรงดงามที่สุด

“ยูเดีย” (Iudea) ภาพอยุธยาที่เป็นตำนานสุดคลาสิกของประวัติศาสตร์ไทย ถือเป็นภาพเขียนสีน้ำมันที่เก่าแก่ที่สุด มีขนาด 970 x 1400 มิลลิเมตร ผลงานของ ดาวิด และโยฮันเนส วิงโบนส์ (David and Johannes Vingboons) จิตรกรชาวดัตช์ พวกเขาสร้างสรรค์งานชิ้นนี้ขึ้นที่สตูดิโอวิงโบนส์ (Studio Vingboons) ที่กรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ เมื่อ พ.ศ. 2206

ภาพนี้แสดงภูมิทัศน์ของอยุธยาว่าเป็นเกาะ สัณฐานคล้ายสำเภา ตั้งอยู่ในที่ลุ่ม มีลำน้ำล้อมรอบ กำแพงค่ายคูประตูหอรบเป็นป้อมปราการรายล้อมเมืองเป็นระยะ รายละเอียดสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ ก็ทำไว้อย่างเด่นชัด ทั้งยอดเจดีย์ และหมู่พระมหาปราสาท พระราชวังหลวง ซึ่งอยู่ทางเหนือค่อนไปทางตะวันตกของพระนคร บริเวณกลางภาพมีวัดมหาธาตุและวัดราชบูรณะ ส่วนทางใต้คือป้อมเพชร ป้อมขนาดใหญ่ที่สร้างไว้ป้องกันข้าศึกที่จะเข้ามาประชิดพระนคร

ภายในเมืองแบ่งเป็นแปลงเล็กแปลงน้อยที่จัดระเบียบอย่างสวยงาม มีถนนและคูคลองตัดโยงใยกันดุจตาข่าย รอบนอกพระนครเป็นผืนนาเขียวขจี มีลำน้ำน้อยใหญ่เป็นเส้นทางเกษตรกรรมและคมนาคม สมดั่งฉายา “เวนิสตะวันออก”

ภาพ “ยูเดีย” ยังสะท้อนความเป็นราชธานีและความมั่งคั่งของอยุธยา แม้รายละเอียดของสิ่งปลูกสร้างจะเล็กจ้อย แต่กลับแสดงถึงความหรูหราโออ่า โดยเฉพาะพระราชวังหลวง สัญลักษณ์แห่งพระเกียรติยศและพระบรมเดชานุภาพของกษัตริย์อยุธยา ที่สำคัญไม่แพ้กันคือยอดวิหารเจดีย์ซึ่งกระจายอยู่ทั่วพระนคร เป็นหลักฐานว่าอยุธยาคือสังคมพุทธศาสนา มีวัดเป็นศูนย์กลางทางสังคมและวัฒนธรรม 

นอกจากนี้ ก็ให้รายละเอียดของอาคารบ้านเรือน ถนนปูลาดด้วยหิน หรืออิฐ และสะพานที่ก่อด้วยไม้หรือศิลาแลง ซึ่งทั้งหมดล้วนส่งเสริมให้ภูมิทัศน์ของราชธานีแห่งนี้ยิ่งใหญ่ตระการตา

ภาพนี้จึงเป็นอีกหนึ่งประจักษ์พยานบอกเล่าความรุ่งเรืองของอยุธยาที่เป็นศูนย์กลางการค้านานาชาติ พรั่งพร้อมด้วยสินค้านานาชนิด ในสมัยการค้าเฟื่องฟู มีพ่อค้าวาณิชจากทุกสารทิศเข้ามาค้าขาย และยังเป็นสังคมพหุวัฒนธรรมจากกลุ่มคนหลากหลายชาติพันธุ์ กลายเป็นจินตภาพของความมั่งคั่งและทันสมัย สร้างความประทับใจให้ผู้มาเยือน แล้วพวกเขาก็พรรณนาผ่านบันทึกจดหมายเหตุ แล้วบันทึกเหล่านี้ก็เป็นข้อมูลในการสร้างภาพสีน้ำมันนี้ให้งดงามดุจมีชีวิตข้ามพ้นกาลเวลาอย่างน่าอัศจรรย์

สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ
สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ (ภาพจาก เฟซบุ๊ก สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ)

แต่เดิมไม่ทราบว่าใครเป็นผู้วาดภาพ “ยูเดีย” สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ คือคนไทยคนแรกที่รู้จักภาพนี้ ทรงนำภาพถ่ายสำเนามาจากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติไรจ์คส์ (Rijksmuseum) กรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ เมื่อคราวเสด็จยุโรปใน พ.ศ. 2473 ข้อมูลจากสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติระบุเพียงว่า “แผนที่กรุงศรีอยุธยาถ่ายจากภาพเขียนที่ชาวฮอลันดาเขียนไว้”

กระทั่ง พ.ศ. 2543 คุณธวัชชัยพบบทวิจารณ์ในหนังสือ Mapping of Money ซึ่งพิมพ์เมื่อ พ.ศ. 2541 นำเสนอ “ข้อเท็จจริงใหม่ของภาพยูเดีย” โดยให้รายละเอียดว่า ราว พ.ศ. 2205-2206 วีโอซีว่าจ้างจิตรกรสองพี่น้องชาวดัตช์ คือ ดาวิด และโยฮันเนส วิงโบส์ ให้วาดภาพเมืองท่าสำคัญของเอเชีย 10 แห่ง โดยมีอยุธยารวมอยู่ด้วย แล้วได้ส่งมอบภาพชุดนี้เมื่อ พ.ศ. 2206 ให้วีโอซีนำไปติดตั้งที่สำนักงานใหญ่ในกรุงอัมสเตอร์ดัม

ภาพเมืองท่ากวางโจว 1 ใน 10 ภาพวาดเมืองท่าสำคัญของเอเชีย ชุดเดียวกับภาพ “ยูเดีย”
ภาพเมืองท่ากวางโจว 1 ใน 10 ภาพวาดเมืองท่าสำคัญของเอเชีย ชุดเดียวกับภาพ “ยูเดีย” (ภาพจาก Artvee)

คุณธวัชชัยจึงสันนิษฐานว่า ภาพ “ยูเดีย” วาดโดยอาศัยต้นแบบภาพร่างของศิลปินในพื้นที่อยุธยา จากนั้นจึงส่งผลงานให้วีโอซีที่ปัตตาเวีย ก่อนจะส่งต่อไปยังสำนักงานใหญ่ที่กรุงอัมสเตอร์ดัม จิตรกรจึงได้ต้นแบบจากบริษัทเพื่อมาสร้างงานชิ้นนี้ สองพี่น้องวิงโบนส์จึงไม่เคยเดินทางมายังอยุธยา แต่วาดจากภาพต้นแบบที่เขียนขึ้นจากการทัศนาด้วยตาเนื้อ

หลังวีโอซียุติบทบาท ภาพยูเดียและเมืองท่าอื่น ๆ นำไปเก็บไว้ที่กระทรวงอาณานิคม กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ ระหว่าง พ.ศ. 2390-2416 โดยไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมนัก เพราะมีภาพเมืองท่าในอินเดีย 3 ภาพถูกทำลาย ต่อมา พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติไรจ์คส์ ได้อนุรักษ์ภาพนี้และเก็บรักษาอย่างดี พร้อมนำออกจัดแสดงเพื่อเป็นประจักษ์พยานแห่งความสัมพันธ์อันยาวนานกว่า 4 ศตวรรษ ระหว่างไทยกับเนเธอร์แลนด์ ที่ยืนหยัดข้ามกาลเวลามาตั้งแต่ต้นพุทธศตวรรษที่ 21

ภาพวาดอาคารสำนักงานใหญ่ของวีโอซีที่กรุงอัมสเตอร์ดัม, ผลงานของ Reinier Vinkeles
ภาพวาดอาคารสำนักงานใหญ่ของวีโอซีที่กรุงอัมสเตอร์ดัม, ผลงานของ Reinier Vinkeles (ภาพจาก Wikimedia Commons)

กว่าที่จิตรกรสองพี่น้องตระกูลวิงโบนส์จะรังสรรค์ภาพมหานครแห่งโลกตะวันออกได้จนมาเป็นภาพ “ยูเดีย” ที่งดงามสมบูรณ์เช่นนี้ พวกเขาต้องเฝ้ารอภาพร่างที่รอนแรมข้ามมหาสมุทรจากอยุธยาถึงกรุงอัมสเตอร์ดัมนานนับเดือนนับปี แต่ทุกวันนี้ ระยะทางข้ามทวีปที่เคยห่างไกลได้ถูกย่นย่อลงจนเหลือเพียงการเดินทางลัดฟ้าด้วยระยะเวลาเพียงข้ามคืน

ในฐานะ “สายการบินแห่งชาติ” ที่สืบทอดจิตวิญญาณของการเป็นประตูเชื่อมไทยสู่สากล “การบินไทย” พร้อมแล้วที่จะสานต่อสายใยแห่งมิตรภาพกว่า 4 ศตวรรษให้ใกล้ชิดยิ่งกว่าเดิม ด้วยเส้นทางบินตรงใหม่ล่าสุด สุวรรณภูมิ-อัมสเตอร์ดัม

เที่ยวบินตรงของการบินไทยเปรียบเสมือนสะพานเชื่อมสองดินแดน ที่จะพานักเดินทางข้ามกาลเวลาไปสัมผัสประสบการณ์ใหม่ ณ กรุงอัมสเตอร์ดัม อดีตศูนย์กลางอำนาจของวีโอซี ไปชื่นชมภาพ “ยูเดีย” พร้อมยลโฉมมรดกทางศิลปะ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมอีกมากมายภายในพิพิธภัณฑ์ชั้นนำของเนเธอร์แลนด์ ด้วยการดูแลและบริการที่เหนือระดับ ราบรื่น และสะดวกสบาย สมดั่งสโลแกน “Smooth as Silk” ของการบินไทย

ถึงเวลาเตรียมจัดกระเป๋า แล้วเปลี่ยนประวัติศาสตร์บนหน้ากระดาษ ให้เป็นการเดินทางไปสัมผัสเสน่ห์แห่งเนเธอร์แลนด์ด้วยตาตัวเอง พร้อมชื่นชมวัฒนธรรมของชนชาติที่ผูกพันกับอยุธยามาอย่างยาวนาน ลัดฟ้าไปด้วยกันกับ… “การบินไทย”

อ่านเพิ่มเติม : 

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่


อ้างอิง : 

กำพล จำปาพันธ์ และโมโมทาโร่. (2566). Downtown Ayutthaya ต่างชาติต่างภาษา และโลกาภิวัฒน์แรกในสยาม-อุษาคเนย์. กรุงเทพฯ : มติชน.

ณัฐพงษ์ ฉิมมา และทัศนี สุทธิวงศ์. ความสัมพันธ์ทางการค้าและการทูตระหว่างกรุงศรีอยุธยากับฮอลันดา : จากบ้านฮอลันดา สู่พิพิธภัณฑ์บ้านฮอลันดา. วารสารวิชาการมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ปีที่ 5 ฉบับที่ 2 กรฎาคม – ธันวาคม 2560.

ธวัชชัย ตั้งศิริวานิช. (2566). กรุงศรีอยุธยาในแผนที่ฝรั่ง. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ : มติชน.

สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์, กรมศิลปากร. (2557). ตามรอยบันทึกชาวต่างชาติ จากอ่าวสยามสู่ลำน้ำเจ้าพระยา. กรุงเทพฯ : กรมศิลปากร.

Jeremias van Vliet. (1692). Naukeurige Beschrijving van het Koningrijk Siam. Leiden : Frederik Haaring’s publishing house.


เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 9 กรกฎาคม 2569