จิตรกรรมฝาผนังวัดทองธรรมชาติ วรวิหาร ในซีรีส์เรื่อง “ทนายปีศาจ”

มารผจญ จิตรกรรมฝาผนังวัดทองธรรมชาติ วรวิหาร

“มารผจญ” จิตรกรรมฝาผนังวัดทองธรรมชาติ วรวิหาร

ในซีรีส์เรื่อง “ทนายปีศาจ” มีฉากที่ตัวละคร “อนันต์” (กบ ทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณศรี) นายตำรวจใหญ่ได้พูดคุยกับ “ฤทธิ์” (ต้อม พลวัฒน์ มนูประเสริฐ) ผู้พิพากษาที่มั่นคงต่อหลักการ โดยมีจิตรกรรมฝาผนังเกี่ยวกับพุทธประวัติตอน “มารผจญ” อยู่เบื้องหลังฉากนี้

คำพูดของอนันต์กล่าวเชิงเสียดสีว่า “ว่ากันว่ามารที่รุมก่อกวนพระพุทธเจ้า ก็คือกิเลสในใจที่คอยมารังควาน ไม่ให้ท่านบรรลุในธรรม นี่ขนาดมากันมืดฟ้ามัวดิน ท่านยังอดทน ตรัสรู้จนได้ เหมือนผู้พิพากษาใช่ไหมครับ ที่ต้องคอยรักษาใจให้เป็นกลางอยู่ตลอดเวลา ฝ่ามารผจญ”

ถือเป็นรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ผู้กำกับใส่มาให้เราชมอย่างน่าสนใจเลยทีเดียว

ซึ่งจิตรกรรมดังกล่าวอยู่ที่ “วัดทองธรรมชาติ” เป็นวัดโบราณ ไม่ปรากฏนามผู้สร้าง เดิมเรียกกันว่า “วัดทองบน” อยู่คู่กับวัดทองล่างหรือวัดทองนพคุณ สันนิษฐานว่าน่าจะสร้างตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา เนื่องจากพบประวัติว่า ในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (รัชกาลที่ 1) วัดแห่งนี้มีสภาพชำรุดทรุดโทรมมาก พระอุโบสถและพระวิหารสร้างด้วยไม้ ทาสีขาว ฐานก่ออิฐฉาบปูน หลังคามุงกระเบื้องดินเผา และพบกุฏิไม้ขนาด 3 ห้อง จำนวน 1 หลัง

ในสมัยรัชกาลที่ 1 และสมัยรัชกาลที่ 3 ได้บูรณะปฏิสังขรณ์วัดแห่งนี้ โดยจิตรกรรมฝาผนังภายในพระอุโบสถวัดทองธรรมชาติ เป็นงานของช่างไทยในแผ่นดินรัชกาลที่ 3 ตามแบบแผนการเขียนภาพจิตรกรรมไทยประเพณีที่นิยมทำกันในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น เขียนด้วยสีฝุ่น และรองพื้นด้วยดินสอพอง จุดเด่นจิตรกรรมของวัดนี้คือเล่าเรื่องพุทธประวัติอย่างละเอียด ซึ่งส่วนมากตรงกับคัมภีร์ปฐมสมโพธิกถาเกือบทั้งสิ้น

จิตรกรรมฝาผนังทั้ง 4 ด้าน จัดลำดับภาพต่อเนื่องกัน แบ่งเป็น 14 ห้องภาพ ส่วนจิตรกรรมที่ปรากฏในซีรีส์ “ทนายปีศาจ” เป็นจิตรกรรมด้านหน้าพระประธานระหว่างช่องประตูเขียนเรื่องพระพุทธประวัติ ตอนโทณพราหมณ์แบ่งพระบรมสารีริกธาตุ เหนือขึ้นไปเป็นภาพราหู และพระนางธรณีบีบมวยผมในตอน “มารผจญ”

มารผจญ จิตรกรรมฝาหนังวัดทองธรรมชาติ วรวิหาร
ภาพจิตรกรรมฝาผนัง พุทธประวัติตอน มารผจญ วัดทองธรรมชาติ วรวิหาร (ภาพจากหนังสือ วัดทองธรรมชาติ, สำนักพิมพ์เมืองโบราณ)

เรื่องมีอยู่ว่า พญาสวัตตีมารนำเหล่าพลมารเข้ารุมทำลายพระพุทธเจ้าซึ่งประทับอยู่ ณ โพธิบัลลังก์ หวังขัดขวางการตรัสรู้ของพระสิทธัตถโคดม และขับไล่ให้พระองค์ลงจากรัตนบัลลังก์ โดยอ้างว่า หากบัลลังก์นี้เป็นของพระองค์ ให้หาประจักษ์พยานมายืนยันให้จงได้

เมื่อพระมหาบุรุษไม่เห็นผู้อื่นใด ใครจะกล้ามาเป็นพยานยืนยันในที่นี้ได้ จึงตรัสเรียกนางวสุนธราหรือพระแม่ธรณีว่า “ดูกร วสุนธรา นางจงมาเป็นพยานในการบำเพ็ญกุศลของเราในกาลบัดนี้ด้วยเถิด” พระแม่ธรณีจึงปรากฏกายบีบมวยผมเพื่อกำจัดเหล่ากองทัพมารทั้งหลาย

จากพุทธประวัติข้างต้น มักตีความได้ว่า “มาร” ในทีนี้คือ “กิเลส” ในใจของพระองค์เองที่จะเข้ามาขัดขวางไม่ให้ทำความดีสำเร็จ และการชนะมารก็คือการชนะกิเลสใจตนเอง เป็นธรรมะที่สอดแทรกอยู่ในเรื่องพุทธประวัติตอนนี้นั่นเอง

พระประธานในพระอุโบสถ วัดทองธรรมชาติ วรวิหาร
พระประธานในพระอุโบสถ วัดทองธรรมชาติ วรวิหาร (ภาพจาก เฟซบุ๊ก วัดทองธรรมชาติ วรวิหาร)

อ่านเพิ่มเติม : 

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่


อ้างอิง : 

กรรณิการ์ ตั้งตุลานนท์. การศึกษาวิเคราะห์หลักพุทธธรรมที่ปรากฏบนจิตรกรรมฝาผนังในพระอุโบสถ วัดทองธรรมชาติวรวิหาร. วารสารศรีนครินทรวิโรฒวิจัยและพัฒนา สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์. 2556.

กรรณิการ์ ตั้งตุลานนท์. ศึกษาวิเคราะห์หลักพุทธธรรมที่ปรากฏบนจิตรกรรมฝาผนังในพระอุโบสถวัดทองธรรมชาติวรวิหาร. สาขาวิชาพระพุทธศาสนาบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. 2554.

กลุ่มสงวนรักษามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม กองมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม กรมส่งเสริมวัฒนธรรม. มรดกภูมิปัญญา จิตรกรรมฝาผนังสมัยรัตนโกสินทร์ วัตราชสิทยาราม วัดสุวรรณาราม และวัดทองธรรมชาติ. โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย. 2563.

กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม. พระอารามหลวง เล่ม 1. โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย. 2564.


เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 25 มิถุนายน 2569