รัชกาลที่ 5 ทรงปฏิญาณ “ไม่เที่ยวกลางคืน” ครั้งเสด็จประพาสยุโรปครั้งแรก

พระบรมฉายาลักษณ์ รัชกาลที่ 5 บิสมาร์ก เมืองฮัมบูร์ก ประกอบเรื่อง รัชกาลที่ 5 ทรงปฏิญาณ ไม่เที่ยวกลางคืน
พระบรมฉายาลักษณ์รัชกาลที่ 5 ที่ทรงฉายกับบิสมาร์ก ที่เมืองฮัมบูร์ก พ.ศ. 2440

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงให้ปฏิญาณกับสมเด็จพระบรมราชินีนาถ ก่อนเสด็จประพาสยุโรปว่า “จะไม่เที่ยวกลางคืน”

พระยาประดิพัทธภูบาล (คอ ยู่เหล ณ ระนอง) ได้บันทึกเรื่องราวข้างต้นไว้ จากการที่ท่านเป็นหนึ่งในคณะผู้ตามเสด็จฯ ครั้งพระบาทสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง ได้เสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศต่าง ๆ ในยุโรปครั้งแรก เมื่อ พ.ศ. 2440

ในการนั้น แรกทีเดียวพระยาประดิพัทธภูบาลได้รับมอบหมายให้คอยอำนวยการตอนเสด็จฯ เยือนเกาะลังกา (ศรีลังกา) แต่เมื่อรัชกาลที่ 5 จะเสด็จฯ จากลังกา ก็ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ท่านตามเสด็จไปยุโรปด้วย

พระยาประดิพัทธภูบาล คอยู่เหล ณ ระนอง
พระยาประดิพัทธภูบาล (คอยู่เหล ณ ระนอง) เมื่อครั้งยังเป็น หลวงสุนทรโกษา

กำหนดการที่เปลี่ยนแปลงจากพระกระแสรับสั่ง ทำให้พระยาประดิพัทธภูบาลต้องตามเสด็จฯ ไปถึงประเทศรัสเซีย สวีเดน เดนมาร์ก เยอรมนี ฝรั่งเศส สเปน อังกฤษ อิตาลี และอียิปต์

แน่นอนว่า การไปอยู่ต่างบ้านต่างเมืองเป็นเวลานาน บรรดาคณะผู้ติดตามเสด็จฯ ย่อมนึกคิดถึงบ้านเกิดเมืองนอนที่สยามเป็นธรรมดา กอปรกับการได้ไปพบเจอผู้คน และสิ่งแปลกใหม่ในต่างประเทศ บางส่วนจึงมีโอกาสได้ลองหาประสบการณ์ใหม่ ๆ ด้วยการออกเตร็ดเตร่ยามค่ำ หรือ “เที่ยวกลางคืน” ในต่างถิ่น

จากบันทึกของพระยาประดิพัทธภูบาล ท่านเองก็ยอมรับกลาย ๆ ในเรื่องนี้ ในขณะที่รัชกาลที่ 5 ก็มีพระราชดำรัสชัดว่า ไม่มีพระราชประสงค์จะลอง “ประสบการณ์” อย่างว่าแต่อย่างใด ดังที่พระยาประดิพัทธฯ เล่าไว้ว่า

“ข้าพเจ้าจัดรับเสด็จที่เกาะลังกาแล้วเลยตามเสด็จพระพุทธเจ้าหลวงไปยุโรป ครั้งแรก พ.ศ. 2440 ประเทศที่เสด็จ คือ รัสเซีย สวีเด็น เดนมาร์ค เยอรมัน ฝรั่งเศส เสปญ อังกฤษ อิตาลี และอียิปต์

ระหว่างเวลาที่ในหลวงรัชกาลที่ 5 ประทับอยู่ที่รัสเซียในปี พ.ศ. 2440 นั้น ได้ทรงมีพระราชปฏิสันถารแก่ข้าพเจ้าว่า ‘เจ้าคิดถึงบ้านหรือเปล่า เราก็มากันหลายเดือนแล้ว’ ข้าพเจ้ากราบบังคมทูลว่า คิดถึง ทำไมไม่คิดถึง

ท่านกลับมีพระราชดำรัสว่า ‘เจ้าว่าคิดถึง แต่มาถึงเมืองไหน ๆ ใช้ให้มหาดเล็กไปดูที่ห้องเจ้า ไม่เคยเห็นเจ้าอยู่ห้องสักคืน’ ข้าพเจ้ากราบบังคมทูลว่า ‘ถ้าขืนอยู่ยิ่งคิดถึงใหญ่ ทำไมใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทไม่ประพาสกลางคืนบ้าง’ ท่านทรงตอบว่า

‘ฉันได้สัญญากับแม่เล็ก (สมเด็จพระบรมราชินี) ไว้ว่าจะไม่เที่ยวกลางคืน’”

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ประทับรถม้าพระที่นั่งที่กรุงเบอร์ลิน เยอรมนี
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ประทับรถม้าพระที่นั่งที่กรุงเบอร์ลิน เยอรมนี

ทั้งนี้ รัชกาลที่ 5 ยังทรงปฏิญาณพระองค์ต่อหน้าพระภิกษุสงฆ์ ตั้งแต่วันที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2439 ก่อนการเสด็จประพาสยุโรป ซึ่งประกอบด้วย ข้อแรก ไม่ศรัทธาในศาสนาองค์ใดนอกจากสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ข้อสอง ไม่ร่วมประเวณีด้วยสตรีอื่นใดจนกลับมาถึงพระราชอาณาเขต และข้อสาม ไม่เสพสุรา

นั่นก็เป็นหลักฐานว่า “สัญญา” ที่พระพุทธเจ้าหลวงทรงให้ไว้กับสมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระบรมราชินีนาถ เป็นสิ่งที่ทรงตั้งพระราชหฤทัยอย่างแน่วแน่ และเอาจริงเอาจังมากทีเดียว

อ่านเพิ่มเติม : 

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่


อ้างอิง : 

ประดิพัทธภูบาล, มหาอำมาตย์ตรี พระยา. (2508). เรื่องของเจ้าคุณประดิพัทธฯ. หนังสืออนุสรณ์งานศพวัดบวรนิเวศวิหาร ในงานสตมวารศพ พระยาประดิพันธภูบาล. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์มหามกุฏราชวิทยาลัย.

บัวเบญจพรรณ และศันสนีย์ วีระศิลป์ชัย. “บอกบริสุทธิ์” คลายใจในพระราชจริยาวัตร และ “ตอบจดหมาย”. ในศิลปวัฒนธรรม. ฉบับพฤศจิกายน พ.ศ. 2552.


เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 8 มิถุนายน 2569