สงครามจีน-พม่า ฮ่องเต้ชิงหวังสยามช่วย หารู้ไม่ว่า “อยุธยา” ล่มสลายไปแล้ว

พระบรมฉายาลักษณ์ จักรพรรดิเฉียนหลง ประกอบเรื่อง สงครามจีน-พม่า
พระบรมฉายาลักษณ์จักรพรรดิเฉียนหลง (ปรับแต่งกราฟิกเพิ่มเติมโดย กอง บก. ศิลปวัฒนธรรม)

สงครามจีน-พม่า จักรพรรดิเฉียนหลง ฮ่องเต้ราชวงศ์ชิงหวังให้สยามช่วย

ในห้วงวาระสุดท้ายของอยุธยา ขณะที่กองทัพอังวะกำลังปิดล้อมกรุง ระหว่าง พ.ศ. 2309-2310 พม่าก็ทำศึกอีกด้านกับจีนสมัยราชวงศ์ชิง

สงครามจีน-พม่า เริ่มมาตั้งแต่ พ.ศ. 2308 หลังกระทบกระทั่งกันบริเวณรอยต่อระหว่างมณฑลยูนนานกับรัฐฉาน แล้วระหว่างนั้น พระเจ้ามังระ ก็ทรงดำเนินยุทธศาสตร์สงครามอันทะเยอทะยานที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์พม่า ด้วยมีพระราชบัญชาให้มังมหานรธา กับเนเมียวสีหบดี 2 ขุนศึกคนสำคัญ นำกองทัพ 2 สาย เคลื่อนเข้าตีอยุธยา ขณะที่พระองค์ทรงบัญชาการศึกกับราชวงศ์ชิงเอง

พระเจ้ามังระ พระเจ้าช้างเผือก
พระเจ้ามังระ หรือพระเจ้าช้างเผือกในพงศาวดารพม่า (ภาพจาก Wikimedia Commons)

ดร. วินัย พงศ์ศรีเพียร หนึ่งในผู้แปล “หมิงสือลู่-ชิงสือลู่ บันทึกเรื่องจริงแห่งราชวงศ์หมิงและราชวงศ์ชิง ตอนว่าด้วยสยาม” ระบุว่า จักรพรรดิเฉียนหลง แห่งราชวงศ์ชิง “ส่งกำลังทหารกว่า 70,000 นาย และแม่ทัพ 4 นายเข้าทำสงคราม” ซึ่งศึกนี้คือ 1 ใน 10 สงครามในรัชสมัยของจักรพรรดิเฉียนหลง

แต่กลายเป็นว่า นี่คือสงครามที่กองทัพชิงอันเกรียงไกรต้องประสบความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง

ส่วนหนึ่งในความผิดพลาดของจีนคือข้อมูลด้านการข่าว เพราะจักรพรรดิทรงคาดการณ์ว่าจะได้สยามเป็นพันธมิตร โดยไม่ทราบว่า ราชอาณาจักรอยุธยาล่มสลายไปแล้ว ด้วยเงื่อมมือศัตรูคู่ศึกเดียวกันกับจีน

กล่าวคือ ระหว่างจีนกำลังทำศึกยืดเยื้อกับพม่าใน พ.ศ. 2308-2312 อีกด้านหนึ่ง กองทัพอังวะก็ทะลวงกำแพงพระนครของอยุธยาได้ตั้งแต่ พ.ศ. 2310 โดยราชสำนักชิงที่กรุงปักกิ่งไม่รู้ข่าวคราวการล่มสลายของอยุธยาเลย เห็นได้จากการที่จักรพรรดิเฉียนหลงยังมีพระราชสาส์นส่งมาถึงกษัตริย์อยุธยาผ่านข้าหลวงแห่งนครกวางตุ้ง ซึ่งดูแลเรื่องการติดต่อกับรัฐบรรณาการทั้งปวง

การติดต่อครั้งนั้น มีรากฐานมาจากความสัมพันธ์อันดีระหว่างจีนกับสยาม ผ่านการ “จิ้มก้อง” ที่สม่ำเสมอโดยราชวงศ์ชิงก็รู้ดีว่า อยุธยาเป็นศัตรูกับกรุงอังวะ จากความขัดแย้งเรื่องปริมณฑลทางอำนาจที่ทับซ้อนกันมาอย่างยาวนานนับร้อย ๆ ปี ความในพระราชสาส์นของจักรพรรดิเฉียนหลงขอสยามให้ความร่วมมือในกรณีหากจีนมีชัยเหนือพม่า เพราะราชสำนักชิงคาดการณ์ว่า กษัตริย์และเหล่าพระราชวงศ์พม่าจะต้องหลี้ภัยไปยังอาณาจักรข้างเคียง ดังว่า

“เมื่อถูกถล่มจนรังแตกแล้วหัวหน้าเหมียนเตียน (พม่า) อาศัยสำเภาออกทะเลไปแดนไกลหรือเข้าไปหลบซ่อนในเขตประเทศสยาม” จึงขอให้อยุธยา “สืบข่าวคราวอย่างเต็มที่ ติดตามจับกุมให้เต็มกำลัง”

พระราชสาส์นดังกล่าวออกจากกวางตุ้งใน พ.ศ. 2310 หลังอยุธยาล่มสลายไปแล้วราว 5 เดือน โดยส่งไปถึงเจ้าเมืองฮาเตียน (พุทไธมาศ) หรือไม่ก็จันทบุรีเมืองใดเมืองหนึ่ง เพื่อให้ส่งต่อมายังราชสำนักอยุธยาอีกทอดหนึ่ง

กระทั่งข่าวอยุธยาล่มสลายไปถึงกรุงปักกิ่งในวันที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2311 จากการติดต่อกันระหว่างแม่ทัพพม่าที่ประจันหน้ากับฝ่ายจีน “ชิงสือลู่” บันทึกถึงการรับรู้ของราชสำนักชิงว่า

“เมื่อไม่นานมานี้ได้ยินว่า เหมียนเตียน (พม่า) ทรชนได้ผนวกเอาสยามแล้ว ในหนังสือที่เหมียนเตียนทรชนส่งไปถึงแม่ทัพ (จีน) เมื่อวันก่อน ได้กล่าวว่าเข้าครองสยามแล้วเช่นกัน”

ภาพวาดจักรพรรดิเฉียนหลง
ภาพวาดจักรพรรดิเฉียนหลง (ภาพจาก Wikimedia Commons)

เมื่อราชสำนักชิงทราบข่าวการล่มสลายของอยุธยา พวกเขาก็แสดงออกอย่างชัดเจนว่าต้องการข้อมูลเกี่ยวกับสยามให้มากที่สุด จึงสั่งให้ข้าหลวงกวางตุ้งสืบข่าวจากเรือสำเภาที่มาเทียบท่าว่า กษัตริย์อยุธยาราชวงศ์บ้านพลูหลวงอยู่ที่ใด ทั้งมีท่าทีสนับสนุนสยามอย่างชัดเจน ดังจักรพรรดิเฉียนหลงมีพระราชดำริว่า

“(หาก) พระเจ้ากรุงสยามยังมีความมุ่งมั่นหมายจะกอบกู้บ้านเมืองแลแก้แค้น แต่กำลังความสามารถไม่เพียงพอ ขอให้จีนส่งกำลังไปช่วยเหลือ ถือเป็นโอกาสที่จีนจักได้ใช้ประโยชน์ โดยอาจส่งกำลังทัพสำเภาไปสนับสนุน…”

อย่างไรก็ตาม ด้วยการข่าวที่ล่าช้าจากระยะทางอันห่างไกล ทำให้ราชสำนักชิงไม่ทราบอีกเช่นกันว่า ช่วงเดียวกันนั้นสมเด็จพระเจ้าตากสินได้รื้อฟื้นราชอาณาจักรสยามขึ้นมาใหม่ ด้วยการสถาปนากรุงธนบุรีเป็นราชธานี และเริ่มปราบปรามชุมนุมต่าง ๆ ในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาแล้ว

กองทัพพม่า โจมตี กรุงศรีอยุธยา สมัย พระเจ้าเอกทัศ
ภาพจิตรกรรมแสดงเหตุการณ์กองทัพพม่าโจมตีกรุงศรีอยุธยา สมัยเสียกรุงครั้งที่ 2 จากอนุสรณ์สถานแห่งชาติ

อ่านเพิ่มเติม : 

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่


อ้างอิง : 

ภมรี สุรเกียรติ. (2553). เมียนมาร์-สยามยุทธ์. กรุงเทพฯ : มติชน.

สุเจน กรรพฤทธิ์. (2562). รุกตะวันออก : ความสัมพันธ์ “สยาม-เวียดนาม” ก่อนอานามสยามยุทธ. กรุงเทพฯ : มติชน.


เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 5 มิถุนายน 2569