| เผยแพร่ |
|---|
องค์ประกอบหลังคาเรือนไทย ภูมิปัญญาเชิงช่างสืบทอดผ่านกาลสมัย ปกป้องบ้านคนไทยอย่างยั่งยืน
“เรือนไทย” หรือบ้านไทย คือสิ่งปลูกสร้างสำหรับอยู่อาศัย ที่ผ่านการคิด ออกแบบ และก่อสร้างให้สอดคล้องกับคนไทย ถือเป็นอีกหนึ่งองค์ความรู้หรือมรดกทางภูมิปัญญาที่ตกทอดมาจนถึงปัจจุบัน
ในอดีตที่อยู่อาศัยของคนไทยมักสร้างด้วยไม้ ไม่ว่าจะเป็นไม้เนื้อแข็ง หรือไม้ไผ่ เพราะดินแดนแห่งนี้เต็มไปด้วยทรัพยากรป่าไม้ คนไทยจึงดำเนินชีวิตท่ามกลางความอุดมสมบูรณ์ พร้อมกันนั้นก็เข้าใจธรรมชาติและรู้จักใช้ประโยชน์ของไม้แต่ละชนิด ไม้และไม้ไผ่จึงกลายเป็นวัสดุหลักที่ใช้สร้างที่อยู่อาศัยในแทบทุกองค์ประกอบ
ช่างไทยไม่เพียงชำนาญงานไม้เท่านั้น แต่ยังใช้องค์ความรู้ในด้านสภาพภูมิอากาศ ภูมิประเทศ และวิถีชีวิต ตลอดจนคติความเชื่อของผู้คน มารังสรรค์เป็นเรือนเครื่องไม้ที่ใช้ประโยชน์สำหรับอยู่อาศัยได้อย่างสมบูรณ์แบบ และต่อมาก็วิวัฒนาการเป็นเรือนไทยอันวิจิตรงดงามอีกด้วย
สำหรับที่อยู่อาศัยของคนไทยแบบดั้งเดิม แบ่งออกเป็น “เรือนเครื่องผูก” กับ “เรือนเครื่องสับ” หรือเรือนไม้จริง
เรือนเครื่องผูกมีลักษณะเป็นที่อยู่อาศัยชั่วคราว หรือกึ่งถาวร ใช้วัสดุอย่างไม้ไผ่ สร้างอย่างเรียบง่ายด้วยการ “ผูก” โครงสร้างเข้าด้วยกัน มุงด้วยวัสดุเบา อย่างจาก ฟางข้าว หรือใบตองตึง

ส่วนเรือนเครื่องสับจะสร้างจากไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ แปรรูปเป็นองค์ประกอบต่าง ๆ ด้วยเครื่องมือผ่า “สับ” และออกแบบแต่ละชิ้นส่วนให้สามารถยึดติดกันด้วยการเข้าลิ้น จึงมีความแข็งแรงมั่นคงกว่าเรือนเครื่องผูก

แต่ไม่ว่าจะเป็นเรือนประเภทใด โครงสร้างหลักของเรือนคือ “หลังคา” องค์ประกอบที่อยู่ด้านบนของอาคาร คอยทำหน้าที่ปกป้องที่อยู่อาศัยจากภูมิอากาศที่แปรปรวน ไม่ว่าจะเป็น แดด ลม และฝน แม้หลังคาเรือนของแต่ละท้องถิ่นอาจแตกต่างกันไปในรายละเอียดปลีกย่อย เช่น ขนาด ความลาดชัน หรือการตกแต่ง แต่องค์ประกอบหลักของโครงสร้างหลังคาแทบจะคล้ายคลึงกันทั้งหมด
สิ่งเหล่านี้ช่วยยึดโครงสร้างของเรือนไทยให้ตั้งตระหง่านผ่านฤดูกาลของแต่ละปีมาได้ โดยมี “กระเบื้องหลังคา” อันเป็นปราการด่านแรกที่จะปกป้องตัวเรือนจากลมฟ้าอากาศ แต่กระเบื้องหลังคาไม่อาจทำหน้าที่นี้ได้อย่างดีเยี่ยมหากปราศจากโครงสร้างหลังคาที่อยู่ใต้แผ่นกระเบื้องนั้น เพราะความมั่นคงที่แท้จริงเกิดจากการผสมผสานภูมิปัญญาเชิงช่างในส่วนของโครงสร้าง ที่ทำหน้าที่รับน้ำหนักและค้ำจุนสถาปัตยกรรมร่วมกันอย่างเป็นระบบ มีองค์ประกอบหลักดังนี้
ขื่อ แผ่นไม้ที่ยึดหัวเสาของเรือนในด้านสกัด คือด้านกว้างของเรือน ขื่อถ่ายแรงจากหลังคาทั้งหมดลงไปที่เสา ยึดเสาเรือนไว้ไม่ให้ล้ม แบ่งตามตำแหน่งได้เป็นขื่อกลางห้อง กับขื่อหัวเรือน ท้ายเรือน
ทั้งนี้ แผ่นไม้แบบเดียวกับขื่อ แต่วางตามด้านยาวของเรือน ขนานไปกับสันหลังคาจะเรียกว่า “อะเส”
ดั้ง ไม้ที่วางตั้งฉากอยู่กลางขื่อ ปลายยอดเท่ากับความสูงของหลังคา ดั้งจึงเป็นตัวกำหนดมุมหรือความลาดชันของหลังคา หากเป็นเรือนเครื่องผูก ดั้งจะเป็นเสายาวเลยขื่อลงมาถึงพื้นเรือน เรียกเสานั้นว่า “เสาดั้ง”
อกไก่ ไม้เหลี่ยมรูปข้าวหลามตัดคล้ายอกของไก่ วางอยู่บนแนวดั้ง ยาวตลอดตัวเรือน เป็นองค์ประกอบรูปแบบคานที่รับสันจั่ว และอยู่บนสุดของโครงสร้างหลังคา

จันทัน ไม้ที่วางพาดระหว่างอะเสกับอกไก่ ความชันขึ้นอยู่กับความกว้างของขื่อ กับความสูงของดั้ง ปลายจันทันสองข้างมักทอดยาวออกไปเพื่อรับชายคา
จันทันจะคอยรับน้ำหนักจากหลังคาแล้วถ่ายลงมาที่ดั้งกับขื่อ หากระยะเสาห่างกันมาก จะเพิ่มจันทันระหว่างช่วงเสาให้ช่วยรับน้ำหนักได้ดีขึ้น

แป ไม้ที่วางพาดบนจันทันในแนวนอน ยาวขนานอกไก่ไปตลอดตัวเรือน มีหลายชั้น ไล่ระดับกันตามความสูงของหลังคา ด้านล่างสุดเรียก “แปหัวเสา” จะยึดกับเสาเรือน ขื่อ และจันทัน ส่วนแปที่อยู่ถัดขึ้นไปจะเรียกว่า “แปลาน”
กลอน ไม้ที่วางขวางพาดแปเป็นระยะ ๆ เพื่อรับไม้ระแนง ที่รองรับกระเบื้องหลังคาอีกทีหนึ่ง

ระแนง ไม้หน้าตัดสี่เหลี่ยมขนาดเล็ก พาดยาวขนานความยาวของหลังคา วางเป็นระยะ ๆ ตามขนาดกระเบื้อง ทำหน้าที่ถ่ายน้ำหนักกระเบื้องหลังคาลงสู่กลอน

หลังคา ส่วนบนสุดของเรือน คือวัสดุประกอบกันเป็นผืน หรือวัสดุมุงที่กันแดดกันฝนให้กับตัวเรือน สามารถเลือกใช้วัสดุได้หลายอย่าง เช่น จาก แฝก หญ้าคา กระเบื้องดินเผา และกระเบื้องเคลือบ เป็นต้น
การเลือกวัสดุมุงหลังคาขึ้นอยู่กับความสะดวกของเจ้าของ ในอดีตเรือนชาวบ้านมักมุงด้วยวัสดุหาง่ายอย่าง จาก แฝก หรือหญ้าคา นำมาแผ่แล้วจัดเย็บเป็นตับ ใช้ไม้ไผ่เป็นแกน มุงซ้อนกันหลาย ๆ ชั้นให้แน่นพอกันน้ำฝนและแสงแดดได้ ช่วยระบายความร้อนใต้หลังคา ถ่ายเทอากาศ และน้ำหนักเบา แต่มีข้อเสียคือไม่ทนแดดทนฝน ไม่ค่อยสวยงาม และยังติดไฟง่าย
“กระเบื้อง” จึงมีคุณสมบัติในหลายด้านดีกว่า ทั้งลดโอกาสน้ำรั่วซึม ติดไฟยาก และเป็นฉนวนความร้อนกันไม่ให้ไอแดดแผ่เข้ามาภายในตัวเรือน

นอกจากนี้ ยังมีองค์ประกอบอื่นที่เกี่ยวข้องกับหลังคาอีก ได้แก่
ปั้นลม แผ่นไม้ที่ปิดชายคาด้านสกัด หรือด้านหัวเรือน ท้ายเรือน ป้องกันลมตีวัสดุมุงหลังคา
หน้าจั่ว แผงไม้สามเหลี่ยมปิดโพรงหลังคาด้านสกัด สำหรับป้องกันแดด ลม และฝน
กันสาด ส่วนหลังคาที่ลดระดับความชัน ยื่นออกไปรอบตัวเรือนเพื่อกันแดดและฝน

เชิงชาย กับตะพานหนู/สะพานหนู แผ่นไม้แนวตั้งและนอนตามลำดับ ณ ปลายสุดของชายคา ช่วยรับส่วนยื่นของกระเบื้อง ทำให้น้ำฝนไหลพุ่งออกด้านนอก ลดความเสี่ยงไม่ให้องค์ประกอบของหลังคาที่เป็นไม้เปียกชื้น

ทั้งนี้ เรือนเครื่องผูกอาจมีโครงหลังคาที่ไม่ซับซ้อนเท่ากับเรือนเครื่องสับ แต่ไม่ว่าอย่างไร เรือนของคนไทยในอดีตมักจะไม่นิยมทำฝ้าหรือเพดาน ซึ่งจะเพิ่มน้ำหนักและความยุ่งยากในการก่อสร้างโดยไม่จำเป็น
ด้วยองค์ประกอบโครงสร้างหลังคาเหล่านี้จึงทำให้เห็นว่า เรือนไทยหรือบ้านไทยมักทำในส่วนของหลังคาเป็นหน้าจั่วทรงสูงและมีชายคายื่นยาว ซึ่งไม่เพียงส่งเสริมความงามทางสถาปัตยกรรมเท่านั้น แต่ยังสนองประโยชน์ใช้สอยเพื่อความเป็นอยู่ที่สุขสบายของผู้อยู่อาศัยหลายประการ ได้แก่
1. ระบายอากาศร้อน รูปทรงหลังคาช่วยระบายอากาศร้อนที่จะลอยตัวขึ้นที่สูงและอยู่ในช่องระหว่างหลังคา ยิ่งพื้นที่จากระยะห่างและความชันของหลังคามีมาก การถ่ายเทความร้อนลงมาสู่ภายในห้องก็ยิ่งช้าลง อากาศเย็นจึงลอยต่ำลง ทำให้บ้านเรือนเย็นสบายขึ้นนั่นเอง
2. ป้องกันแสงแดดจ้า โดยเฉพาะแสงแดดยามเช้าและบ่าย กับช่วงที่พระอาทิตย์เปลี่ยนมุมในฤดูหนาว รูปแบบหลังคาที่มีชายคาและกันสาดยื่นยาวจะช่วยป้องกันไม่ให้ความร้อนเผาตัวเรือน และทำให้ภายในตัวเรือนเย็นสบาย
3. ป้องกันน้ำฝน ความชันของหลังคาทำให้น้ำฝนไหลลงอย่างรวดเร็ว ไม่รั่วซึมตามร่องหรือช่องว่างระหว่างวัสดุมุงหลังคา ยิ่งชายคายื่นยาวออกไปมากเท่าใด ก็ยิ่งช่วยกันไม่ให้ฝนสาดใส่ตัวเรือนตรง ๆ อีกด้วย
แม้ในยุคหลัง ๆ ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3 เป็นต้นมา การสร้างบ้านเรือนในไทยจะได้รับอิทธิพลจากจีนและฝรั่งมากขึ้นตามลำดับ รวมถึงรูปแบบการดำเนินชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป จนทำให้เกิดอาคารรูปแบบใหม่ ๆ แต่องค์ประกอบของโครงสร้างหลังคาก็แทบไม่แตกต่างไปจากเดิมมากนัก
อย่างหลังคาทรงจั่วที่ยังต้องมีขื่อ ดั้ง จันทัน และแป นี่จึงสะท้อนให้เห็นถึงภูมิปัญญาของช่างไทย ที่เกิดจากการเรียนรู้ ลองผิดลองถูกจนชำนาญ สืบทอดผ่านกาลสมัยจากรุ่นสู่รุ่น และยังพัฒนาปรับปรุงอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อให้บ้านได้รับการปกป้องให้ดีที่สุด

เช่นเดียวกับปราการด่านแรกของโครงสร้างหลังคา นั่นคือ “กระเบื้องหลังคา” ส่วนสำคัญที่พิทักษ์รักษาทุกอย่างภายใต้แผ่นกระเบื้องให้มั่นคงแข็งแรงและปลอดภัย ทั้งยังทำหน้าที่เปรียบเสมือนอัญมณีประดับมงกุฎ ช่วยเพิ่มความสง่างามให้แก่อาคารบ้านเรือน
การเลือกใช้กระเบื้องจึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง ซึ่งผลิตภัณฑ์กระเบื้องหลังคาของ SCG ตอบโจทย์ได้อย่างครบครัน ด้วยวัสดุหลากหลายประเภทที่เหมาะกับหลังคาทุกรูปทรง พร้อมเฉดสีที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน เพื่อมอบความงดงามที่ลงตัวให้กับบ้านเรือนของคนไทยทุกสไตล์
โดยเฉพาะ หลังคาเซรามิก เอสซีจี รุ่น เอ็กซ์เซลล่า ที่สะท้อนความเหนือระดับของงานสถาปัตยกรรม ด้วยเอกลักษณ์แห่งความสง่างาม ผิวสัมผัสอันประณีต สีสันคงทนไม่ซีดจางง่าย พร้อมคุณสมบัติแข็งแกร่งทนทานต่อทุกสภาพอากาศ จึงเป็นมากกว่าวัสดุมุงหลังคา แต่คือการลงทุนเพื่อคุณค่าและความงามที่ยืนยาวเหนือกาลเวลา
คุณภาพอัดแน่นของกระเบื้องหลังคา SCG จึงเป็นสิ่งที่มั่นใจได้ว่าจะทำหน้าที่พิทักษ์รักษาหลังคาบ้าน ดุจปราการที่ปกป้องตัวเรือน พร้อมเติมเต็มความภูมิฐานให้บ้านคงความสง่างามไปตราบนานเท่านาน
อ่านเพิ่มเติม :
สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่
อ้างอิง :
สำนักสถาปัตยกรรม, กรมศิลปากร. (2554). โครงสร้างสถาปัตยกรรมไทยประเภทเครื่องไม้ : เรือนไทยภาคกลาง. กรุงเทพฯ : กรมศิลปากร.
พีรศักดิ์ พิศลบุตร. (2514). เครื่องประกอบตกแต่งเครื่องบนหลังคาสถาปัตยกรรมไทย. วิทยานิพนธ์ระดับปริญญาศิลปศาสตร์บัณฑิต (โบราณคดี) คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร.
สำนักงานส่งเสริมเอกลักษณ์ของชาติ, สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี. (2536). เรือนไทย. กรุงเทพฯ : ฉลองรัตน.





