จากศาสนาโซโรอัสเตอร์ สู่นิกายชีอะห์ เส้นทางความศรัทธาของผู้คนใน “อิหร่าน”

ศาสนาโซโรอัสเตอร์ ลัทธิบูชาไฟ
พิธีบูชาไฟในศาสนาโซโรอัสเตอร์ (ภาพจาก Wikimedia Commons)

นอกจากประวัติศาสตร์ที่ยาวนานของดินแดนอิหร่าน หรือเปอร์เซียแล้ว ศาสนาหรือความศรัทธาของผู้คนในที่ราบสูงอิหร่านก็มีความเก่าแก่ และยืนยันถึงอัตลักษณ์ของพวกเขาได้เป็นอย่างดี โดยเริ่มต้นจากหนึ่งในความเชื่อที่เก่าแก่ที่สุดในโลก นั่นคือ “ศาสนาโซโรอัสเตอร์”

ศาสนาโซโรอัสเตอร์

โซโรอัสเตอร์ (Zoroaster) เป็นศาสนาดั้งเดิมของชาวอิหร่าน ก่อนศาสนาอิสลามจะแผ่เข้ามาในดินแดนเปอร์เซียหลังจากการยึดครองของรัฐคอลีฟะฮ์ราชิดูน ช่วงกลางคริสต์ศตวรรษที่ 7

โซโรอัสเตอร์มีถิ่นกำเนิดอยู่ที่แคว้นอาเซอร์ไบจาน (Azerbaijan) บริเวณทะเลสาบแคสเปียน ทางตอนเหนือของอิหร่าน และแผ่ลงใต้จนกลายเป็นศรัทธาหลักของ พระเจ้าดาริอุสมหาราช (Darius the Great) กษัตริย์แห่งราชวงศ์อาเคเมเนียน (Achaemenian Dynasty) ผู้ปกครองจักรวรรดิเปอร์เซียเมื่อปี 522-486 ก่อนคริสตกาล

รากฐานความเชื่อของโซโรอัสเตอร์เริ่มต้นจากการนับถือพระเจ้าองค์เดียว (เอกเทวนิยม) ทรงพระนามว่า อะฮูรามาสดาร์ (Ahura Mazda) ดังร่องรอยจารึกของกษัตริย์ดาริอุสทรงบันทึกไว้ว่า “ความสำเร็จของพระองค์ทั้งมวลเกิดจากความโปรดปรานของพระเจ้าอะฮูรามาสดาร์”

ภาพวาด ชีวประวัติ โซโรอัสเตอร์ ผู้ก่อตั้ง ศาสนาโซโรอัสเตอร์
ภาพวาดชีวประวัติของโซโรอัสเตอร์

สำหรับคัมภีร์ของศาสนาคือ อะเวสตา (Avesta) ส่วนพิธีกรรมทางศาสนาจะเน้นการบวงสรวงพระเป็นเจ้าบนยอดเขาสูงด้วยการบูชาไฟ บ่อยครั้งคนทั่วไปจึงจดจำโซโรอัสเตอร์ว่าเป็นลัทธิของ “พวกบูชาไฟ”

หลังยุคจักรวรรดิอาเคเมเนียนเป็นต้นมา ศาสนาโซโรอัสเตอร์ค่อย ๆ เสื่อมลงตามลำดับ เป็นเหตุให้ต้องมีการสังคายนากันหลายครั้ง จนกลายเป็น “ลัทธิมาสดาร์” ในสมัยราชวงศ์แซสซาเนียน (Sasanian dynasty, ค.ศ. 224-651) ซึ่งนับถือพระเจ้าหลายองค์ (พหุเทวนิยม)

กระทั่งปลายราชวงศ์แซสซาเนียน ศาสนาอิสลามก็แผ่เข้ามาถึงดินแดนเปอร์เซีย จากการขยายอำนาจของกาหลิบอุมัร (Umar) แห่งรัฐคอลีฟะฮ์ราชิดูน

ลัทธิบูชาไฟ
ภาพวาดลัทธิบูชาไฟ ในหนังสือ A Journey from London to Persepolis, including wanderings in Daghestan, Georgia, Armenia, Kurdistan, Mesopotamia, and Persia ของ John Ussher (ภาพจาก British Library)

ศูนย์กลางชีอะห์

เมื่อกลายเป็นส่วนหนึ่งของโลกมุสลิม อิหร่านก็กลายเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการเปลี่ยนแปลงว่าด้วยการแยกนิกายของศาสนาอิสลาม ซึ่งมีเค้าลางมาตั้งแต่หลังการเสียชีวิตของท่านศาสดามุฮัมหมัดแล้ว นั่นคือการเกิดนิกายซุนนี (Sunni) และชีอะห์ (Shia)

ความแตกต่างของทั้ง 2 นิกายอยู่ที่กระบวนการเลือกผู้นำสืบต่อจากท่านศาสดา นิกายซุนนี จะเลือกสรรผู้นำจากความเหมาะสมตามวิถีของชาวอาหรับ ไม่ใช่สายโลหิต มีประมุขคือ คอลีฟะฮ์ หรือกาหลิบ ส่วนชีอะห์เลือกจากเชื้อสายของท่านศาสดา ด้วยเหตุผลว่าท่านได้ชี้นำไว้แล้ว (อย่างไม่เป็นทางการ) ผ่านสายของอะลี บุตรเขยของศาสดามุฮัมหมัด มีประมุขคือ อิหม่าม

พัฒนาการของศาสนาอิสลามนิกายชีอะห์เติบโตอย่างเป็นระบบจากระดับล่างของประชาคมชาวอิหร่านและขยายตัวอย่างกว้างขวาง โดย ซัลมาน อัล-ฟาริซี (Salman al-Farsi) ชายในตระกูลที่นับถือโซโรอัสเตอร์มาก่อน และนับถือกันว่าเป็นชาวอิหร่านท่านแรกที่รับอิสลาม

อะลี อิหม่าม
พิธีสถาปนาท่านอะลี เป็นอิหม่าม ภาพวาดสมัยอิลข่าน คริสต์ศตวรรษที่ 14 (ภาพจาก Wikimedia Commons)

ดินแดนเปอร์เซียเพิ่มความสำคัญมากขึ้นเมื่อ อิหม่ามอะลี อัล-ริดะห์ (Ali al-Rida) อิหม่ามลำดับที่ 8 ของชาวชีอะห์ ลี้ภัยจากดินแดนอาหรับมายังเมืองมาชาด (Mashad) และพระขนิษฐา ท่านหญิงมะซูมะฮ์ ก็มาเสียชีวิตที่เมืองกุม (Qum) ในเปอร์เซีย ทั้ง 2 เมืองจึงกลายเป็นเมืองสำคัญทางศาสนาของนิกายชีอะห์

อิหร่านเป็นดินแดนแห่งนิกายชีอะห์อย่างแท้จริงในสมัย ราชวงศ์ซาฟาวิด (Safavid dynasty) เมื่อช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 16 เมื่อชาห์ อิสมาอิล (Shah Ismail) สถาปนาศาสนาอิสลามนนิกายนี้เป็นศาสนาประจำดินแดนเปอร์เซียอย่างเป็นทางการ ด้วยหลักศรัทธา อิมามะฮ์  (Imamah) เชื่อมั่นผู้นำที่สืบทอดจากท่านศาสดา เริ่มจากอะลี และวงศ์วานของท่าน หรือที่รู้จักในชื่อ ชีอะห์สิบสองอิหม่าม (Twelver Shi’ism)

วิถีความเชื่อของประชาชนในประเทศอิหร่าน จึงตั้งต้นจากศาสนาโซโรอัสเตอร์ตั้งแต่ก่อนคริสตกาล กระทั่งศาสนาอิสลามแผ่เข้ามา พวกเขายังคงยืนยันอัตลักษณ์ว่าไม่ได้สยบยอมต่อความเชื่อของชาวอาหรับไปซะทีเดียว ด้วยการกำหนดให้ศาสนาอิสลามนิกายชีอะห์เป็นศาสนาประจำชาติ

อ่านเพิ่มเติม : 

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่


อ้างอิง : 

ธเนศ ช่วงพิชิต และคณะ. (2550). กรุ่นกลิ่นอารยธรรมเปอร์เซียในเมืองสยาม : วิถีความเชื่อ. กรุงเทพฯ : มติชน.


เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 9 มีนาคม 2569