เกาหลีใต้สู้ฝุ่น PM2.5 นาน 20 ปี จนกรุงโซลเป็นเมืองอากาศดีสุดแห่งหนึ่งในเอเชีย

เกาหลีใต้สู้ฝุ่น PM2.5
เกาหลีใต้กับปัญหาฝุ่น (ภาพ : ElisaRoxanna, CC BY-SA 4.0 , via Wikimedia Commons)

เกาหลีใต้สู้ฝุ่น PM2.5 นาน 20 ปี จนกรุงโซลเป็นเมืองอากาศดีสุดแห่งหนึ่งในเอเชีย

ปัญหา PM2.5 ได้รับการพูดถึงในวงกว้างมาตลอดหลายปีมานี้ เพราะไม่เพียงกระทบต่อสุขภาพ แต่ยังกระทบถึงระบบเศรษฐกิจ สาธารณสุข รวมทั้งการเมืองด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งอีกแง่หนึ่ง การเมืองนี่แหละที่เป็นตัวกำหนดนโยบายที่สามารถเป็นหนึ่งในกลไกแก้ปัญหานี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ประเทศที่เอาจริงเอาจังในการแก้ไขปัญหา PM2.5 นอกจาก “สิงคโปร์” เพื่อนบ้านในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของไทยแล้ว อีกหนึ่งประเทศที่รัฐบาลทุ่มสุดตัวในการประกาศสงครามกับฝุ่น PM2.5 ก็คือ “เกาหลีใต้”

เกาหลีใต้สู้ฝุ่น PM2.5
อาคารในกรุงโซล (ภาพ : csk from Pixabay)

เกาหลีใต้สู้ฝุ่น PM2.5 อย่างไร?

วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ เล่าเรื่องนี้ในผลงาน “The Lost Human: หนทางรอดก่อนยุคสูญพันธุ์” (สำนักพิมพ์มติชน) ไว้ตอนหนึ่งว่า

ในอดีต ชาวเมืองกรุงโซลประสบปัญหาฝุ่นจากรถยนต์ที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงดีเซล ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเกิดฝุ่น PM2.5 ถึงขั้นที่ทำให้กรุงโซลเคยเป็นมหานครที่มีปัญหาฝุ่นเป็นอันดับ 3 ของเอเชีย รองจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน และกรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย

เหตุนี้ใน พ.ศ. 2550 รัฐบาลเกาหลีใต้สู้ฝุ่น PM2.5 ด้วยการเริ่มต้นนโยบาย Clear Seoul อย่างจริงจังและเด็ดขาด ด้วยการประกาศยกเลิกการใช้รถซิตี้บัสแบบน้ำมันเชื้อเพลิงดีเซล แล้วหันไปใช้เครื่องยนต์แบบก๊าซธรรมชาติอัด (CNG) หรือแบบไฟฟ้าทั้งหมดแทน

ประกอบกับโครงการ Green Car Smart Seoul ที่เป็นรากฐานให้เกิดการใช้รถไฟฟ้าอย่างแพร่หลาย ซึ่งได้กำหนดพื้นที่จราจรสีเขียว เพื่อขยายเขตการห้ามรถยนต์ที่ปล่อยมลพิษไปทั่วกรุงโซล

ไม่เพียงเท่านั้น รัฐบาลเกาหลีใต้ยังสนับสนุนเงินช่วยเหลือให้ประชาชนที่ต้องการทำลายรถเก่าที่ปล่อยมลพิษ ด้วยการมอบ climate card หรือบัตรโดยสารขนส่งสาธารณะ ที่สามารถใช้บริการแบบไม่จำกัดเป็นระยะเวลา 1 ปี

จุดยืนและเป้าหมายหลักของรัฐบาลเกาหลีใต้ คือ การขยายเขตห้ามขับขี่ในพื้นที่จราจรสีเขียวภายใน พ.ศ. 2578 และการยกเลิกใช้รถยนต์เครื่องสันดาปในกรุงโซลและทั่วประเทศภายใน พ.ศ. 2593

การผลักดันเชิงนโยบายและการหามาตรการรองรับให้ประชาชน ทำให้เมื่อเทียบปริมาณฝุ่น PM2.5 ของกรุงโซลเมื่อ พ.ศ. 2548 กับ พ.ศ. 2563 พบว่าลดลงถึงร้อยละ 75 และก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลดลงถึงร้อยละ 14

ตัวเลขนี้ไม่ได้มาลอยๆ แต่เกิดจากการคำนวณโดยโปรแกรมของสถาบันวิจัยสิ่งแวดล้อมสตอล์กโฮล์ม โดยกรุงโซลได้รับการประเมินในระดับดีเยี่ยม ซึ่งการได้รับการยอมรับในระดับสากลนี้มีความหมายต่อรัฐบาลเกาหลีใต้อย่างมาก

ปัญหาฝุ่น PM2.5 กรุงเทพฯ เกาหลีใต้สู้ฝุ่น PM2.5
ปัญหาฝุ่น PM2.5 ในกรุงเทพฯ ต้นเดือนธันวาคม พ.ศ. 2568 (ภาพ : ศูนย์ภาพมติชน)

นอกจากนี้ การบังคับใช้การห้ามขับขี่เพื่อจัดการฝุ่นตามฤดูกาล โดยเฉพาะช่วง 4 เดือนในฤดูหนาว ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นฤดูที่ฝุ่นพิษหนาแน่นที่สุด ยังทำให้ปริมาณการสัญจรของรถยนต์ที่ปล่อยมลพิษในกรุงโซลลดลงถึงร้อยละ 97

“ขณะที่กรุงโซลใช้เวลาถึง 20 ปี เพื่อทำสงครามกับฝุ่นอย่างจริงจังแบบกัดไม่ปล่อย แม้ตอนแรกในการบังคับใช้กฎหมายหลายฉบับจะได้รับการคัดค้านจากประชาชนบางกลุ่ม แต่รัฐบาลก็ไม่ยอมลดราวาศอกจนสามารถทำให้กรุงโซลกลายเป็นเมืองที่ผู้คนเข้าถึงอากาศบริสุทธิ์ได้จากทุกที่และทุกมิติของชีวิต และยังเป็นหนึ่งในเมืองที่มีอากาศดีที่สุดในเอเชีย” วันชัย สรุป

แม้ทุกวันนี้เกาหลีใต้จะยังเผชิญฝุ่นพิษ PM2.5 แต่ก็ถือว่าอยู่ในระดับที่ไม่วิกฤตหนักเหมือนเมื่อก่อน และเมื่อตัดกลับมาที่ประเทศไทย เป็นเรื่องน่าคิดอยู่เหมือนกันว่าเรามุ่งมั่นแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 นี้มากแค่ไหน เพราะไม่ว่าเวลาจะผ่านไปเท่าไหร่ ก็เหมือนเราพายเรือในอ่างวนประเด็นเดิมทุกครั้ง

อ่านเพิ่มเติม : 

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่


อ้างอิง :

วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์. The Lost Human: หนทางรอดก่อนยุคสูญพันธุ์. กรุงเทพฯ: มติชน, 2568.


เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 3 ธันวาคม 2568