“รัชกาลที่ 4” พระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรีอีกหนึ่งพระองค์ ที่เสด็จสวรรคตในเดือน “ตุลาคม”

พระบรมสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ประกอบเรื่อง พระจอมเกล้า เป็นข่าว ใน หนังสือพิมพ์ฝรั่ง รัชกาลที่ 4 พระมหากษัตริย์ไทย ที่เสด็จสวรรคตในเดือนตุลาคม ฉลองวันเกิด
พระบรมสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 (ภาพจาก Wikimedia Commons)

รัชกาลที่ 4 พระมหากษัตริย์ไทย ที่เสด็จสวรรคตในเดือนตุลาคม

“เดือนตุลาคม” ถือเป็นเดือนแห่งการจากลาของปวงชนชาวไทย เพราะมีพระมหากษัตริย์และพระราชินีไทยที่เสด็จสวรรคตในเดือนนี้หลายพระองค์ อาทิ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 (เสด็จสวรรคตวันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2453), พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (เสด็จสวรรคตวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2559) และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง (เสด็จสวรรคตวันที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2568)

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 จาก fb สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ
พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

นอกจาก 3 พระองค์ดังกล่าวไปแล้วนั้น ยังมีกษัตริย์ไทยอีกพระองค์หนึ่ง ซึ่งเป็นผู้ทรงวางรากฐานให้บ้านเมืองเจริญรุ่งเรืองจวบจนปัจจุบัน คือ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 เสด็จสวรรคตในวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2411

หลังจากพระองค์ทรงกลับจากการเสด็จฯ ทอดพระเนตรสุริยุปราคาเต็มดวงที่บ้านหว้ากอ ประจวบคีรีขันธ์ พระองค์ก็ทรงเริ่มมีอาการประชวรจับไข้

กระทั่งเมื่อพระองค์ทรงมีพระอาการหนัก มีข้อมูลกล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้รับสั่งทรงขอขมาพระบรมวงศานุวงศ์และเสนาบดีว่า วันนี้เป็นวันพระจันทร์เต็มดวง นักปราชญ์ทั้งหลายก็ถึงความดับเป็นอันมากในวันเพ็ญดังนี้ ควรพระชนมายุจะหมดจะดับในวันนี้เป็นแน่แล้ว ซึ่งขัดเคืองว่ากล่าวแก่ท่านทั้งหลายทั้งปวงมาแต่ก่อนนี้ ขออโหสิกรรมกันเสียเถิด อย่าได้เป็นเวรกันต่อไป

พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ประทับ ณ เกยหน้าพลับพลาที่ประทับ โปรดให้ฉายพระรูปกับคณะแขกเมือง ณ ค่ายหลวงบ้านหว้ากอ (ภาพจาก : fb สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ)

เมื่อพระอาการอ่อนหนัก ก็รับสั่งให้พยุงพระองค์พลิกพระเศียรทับพระพาหา เหมือนอย่างพระไสยาสน์ แล้วตรัสว่าเขาตายกัน ดังนี้แล้วให้จุดเทียนชัย แล้วทรงเจริญกรรมฐาน ซึ่งกล่าวกันว่า พระองค์ทรงกำหนดอานาปานัสสติ คือ การกำหนดลมหายใจเข้าออก ประกอบด้วยภาวนาบทพุทโธกำกับ จึงทำให้ผู้ที่อยู่ใกล้ชิดในสมัยนั้น ได้ยินแต่เสียงว่า พุท-โธ, พุท-โธ, พุท-โธ ฯ แล้วพระสุรเสียงค่อยแผ่วเบาลงๆ ได้ยินแต่เพียงคำว่า โธ-โธ-โธ ๆ แล้วเสด็จสวรรคตด้วยพระอาการอันสงบ

สิริพระชนมายุ 64 พรรษา 

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่


อ้างอิง : 

https://www.silpa-mag.com/this-day-in-history/article_3007

https://www.finearts.go.th/promotion/view/21007


เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 25 ตุลาคม 2568