ใครเป็นใครในการบริหาร “ราชสำนักฝ่ายใน” สมัยอยุธยา แต่ละคนศักดินาเท่าไร?

ข้าราชสำนักฝ่ายใน สมัยรัชกาลที่ 4
ภาพประกอบเนื้อหา - ภาพตกแต่งเพิ่มเติมจากภาพลายเส้นข้าราชสำนักฝ่ายในสมัยรัชกาลที่ 4 ภาพจากหนังสือ Travels in Siam, Cambodia and Laos 1858-1860 เขียนโดย Henri Mouhot

ในสมัยกรุงศรีอยุธยา “ราชสำนักฝ่ายใน” เป็นสถาบันที่มีระบบระเบียบเช่นเดียวกับสถาบันการปกครองประเทศ หรือฝ่ายหน้า จึงมีการจัดแบ่งหน้าที่ตามโครงสร้างการบริหาร เพื่อให้การจัดการกิจการด้านต่าง ๆ เป็นไปอย่างสงบเรียบร้อย

อยุธยา
ภาพ “ยูเดีย” หรือกรุงศรีอยุธยา วาดโดยโยฮันเนส วิงโบนส์ (Johannes Vingboons) ต้นสมัยสมเด็จพระนารายณ์

การจัดแบ่งตำแหน่งของสถาบัน “ฝ่ายใน” มีกำหนดกฎระเบียบอยู่ในพระไอยการตำแหน่งนาพลเรือนและกฎมณเฑียรบาล โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ กลุ่มแรกคือ ข้าราชสำนักสตรี กับกลุ่มที่สอง นักเทษขันที บางตำแหน่งระบุศักดินาชัดเจน แต่บางตำแหน่งไม่พบร่องรอยหรือข้อมูล จึงขอยกมานำเสนอไว้ ดังนี้

กลุ่มแรก ข้าราชสำนักสตรี มี สมเด็จพระอัครมเหสี เป็นประมุข คอยแบ่งสรรอำนาจตามฐานานุศักดิ์ ตำแหน่งรองลงมาคือ นักพฤธิชราฉลองพระโอษฐ์ ซึ่งเปรียบเสมือนราชปุโรหิต หรือเสนาบดี ให้คำปรึกษาแนะนำพระอัครมเหสี

นอกจากนี้ยังมีตำแหน่ง พระชายา ที่รองลงมาจากสมเด็จพระอัครมเหสี ประกอบด้วยพระสนมเอก 4 องค์ ได้แก่ ท้าวอินทรสุเรนทร์ ท้าวศรีสุดาจันทร์ ท้าวอินทรเทวี และท้าวศรีจุฬาลักษณ์ ทั้ง 4 องค์ถือศักดินา 1,000

รองลงมาจะเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ของฝ่ายใน 4 ท่าน ได้แก่ ท้าวสมศักดิ์ ท้าวโสภา ท้าวศรีสัจจา และท้าวอินสุริยา คุณท้าวเหล่านี้มีหน้าที่บังคับบัญชาในเขตพระราชฐาน แต่ละท่านถือศักดินา 1,000

ตำแหน่งที่มีความสำคัญไม่แพ้กันคือ ท้าววรจันทร์ ซึ่งเป็นตำแหน่งพระพี่เลี้ยงของพระมหากษัตริย์เมื่อทรงพระเยาว์ ถือศักดินา 1,000 รองลงมาคือ ท้าวทรงกันดาน มีหน้าที่ดูแลการคลัง ถือศักดินา 800

พระมหากษัตริย์อยุธยายังทรงมีนางในอีกจำนวนมาก เรียกรวม ๆ ว่า นางสนมสตรีกำนัล ถือศักดินาคนละ 800 นางในเหล่านี้หากพระราชทานให้เป็นภรรยาผู้มีบำเหน็จความชอบคนใด ศักดินาจะเพิ่มหรือลดได้ตามตำแหน่งของสามี โดยให้มีศักดินาเท่ากับกึ่งหนึ่งของสามี

ข้าราชสำนักสตรีฝ่ายในยังประกอบด้วย สตรีกำนัล (ผู้รับใช้เจ้านาย) จ่า (ชาวคลังและเสมียน) ฝ่ายโขลนทวาร (ยาม) ฝ่ายราชยาน (คานหาม) ฝ่ายวิเสท (ครัว) พระพี่เลี้ยง และพวกใช้แรงงาน ได้แก่ นางเตี้ย นางค่อม นางเทย และนางเผือก มีหน้าที่ควบคุมพวกใช้แรงงานทั่วไป ศักดินา 200-600

ภาพวาดสตรีไทย ราวทศวรรษ 1900

ส่วนข้าราชสำนักฝ่ายในกลุ่มที่สอง คือ นักเทษขันที เป็นขุนนางและข้าราชการที่มีหน้าที่รับผิดชอบระหว่างฝ่ายหน้ากับฝ่ายใน เพราะสตรีสมัยโบราณถูกจำกัดสิทธิจนประกอบกิจกรรมได้ไม่กว้างขวางเท่าบุรุษ จึงจำเป็นต้องมีเจ้าพนักงานคอยทำหน้าที่ประกอบกิจกรรมนอกพระราชฐานแทนเจ้านายสตรีเหล่านั้น เช่น การติดต่อกับข้าราชการฝ่ายหน้าซึ่งเป็นชาย การค้าขาย ฯลฯ

กลุ่มนักเทษขันทีมีกรมของตนเรียก “กรมขันที” เป็นหน่วยงานเล็ก ๆ ที่ขึ้นตรงกับกรมวัง เจ้ากรมคือ ออกพระศรีมโนราชภักดีศรีปลัยลวัล ถือศักดินา 1,000 ปลัดกรมคือ หลวงราชาชานภักดี ชาวพนักงาน ประกอบด้วย ปลัดจ่านุชิด ปลัดพิพิธ ปลัดมรกต 

ต่อมาเป็นหัวหน้าองครักษ์ หลวงศรีมโนราชภักดีศรีองคเทพรักษาองค์ กับหลวงเทพชำนาญภักดีศรีเทพรักษาองครักษ์ ถือศักดินา 1,000 กฎมณเฑียรบาลกรุงเก่ายังระบุชื่อขุนนางในกรมนี้อีก 3 ท่าน คือ พระศรีอภัย ขุนราชาข่าน และขุนมโน

นักเทษขันทีมีหน้าที่อยู่ในเขตพระราชฐานชั้นในโดยส่วนใหญ่ เพราะถูกจำกัดบริเวณไม่ให้ออกไปเพ่นพ่านนอกพระราชฐานเช่นกัน หากไม่ใช่เพื่อเป็นตัวแทนติดต่อระหว่างฝ่ายในกับฝ่ายหน้า

รูปขันทีกำลังไล่ตีขุนนางหนุ่มที่มาแอบดูนางใน (ภาพลายรดน้ำบนฝาผนังขอเขียน วังสวนผักกาด)

เหล่านี้เป็นโครงสร้างคร่าว ๆ การบริหารราชสำนักฝ่ายในสมัยอยุธยา เป็นรูปแบบทางจารีตที่มีสืบเนื่องต่อมาจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ก่อนจะเปลี่ยนแปลงไปเพื่อให้เข้ากับยุคสมัย

อ่านเพิ่มเติม : 

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่


อ้างอิง : 

จุฬิศพงศ์ จุฬารัตน์. ขันทีแขก ในราชสำนักอยุธยา. นิตยสารศิลปวัฒนธรรม ฉบับ เมษายน พ.ศ. 2543.

สมสมัย ศรีศูทรพรรณ. (2517). โฉมหน้าศักดินาไทย. กรุงเทพฯ : สภาหน้าโดม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.


เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 15 ตุลาคม 2568