กรมหลวงเทพพลภักดิ์ พระราชโอรสในรัชกาลที่ 1 เจ้านายอีกพระองค์ที่ “รักร่วมเพศ”

รูปปั้น หม่อมไกรสร กรมหลวงรักษรณเรศ วัดปิตุลาธิราชรังสฤษฎิ์ กลุ่มอำนาจ กรมหลวงเทพพลภักดิ์ พระราชโอรสในรัชกาลที่ 1 ผ้าขาว สิ่งที่ขาดไม่ได้
รูปปั้น หม่อมไกรสร หรือกรมหลวงรักษรณเรศร ตามจินตนาการของช่างปั้นในปัจจุบันในศาลกรมหลวงรักษรณเรศร สร้างเมื่อ พ.ศ. 2534 ณ วัดปิตุลาธิราชรังสฤษฎิ์ หรือวัดเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา

กรมหลวงเทพพลภักดิ์ พระราชโอรสในรัชกาลที่ 1 เจ้านายอีกพระองค์ที่มีพฤติกรรม “รักร่วมเพศ” เช่นเดียวกับกรมหลวงรักษ์รณเรศ

บุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ที่ปรากฏเรื่องราว “รักร่วมเพศ” คือ พระองค์เจ้าไกรสร กรมหลวงรักษ์รณเรศ หรือหม่อมไกรสร ขณะเดียวกัน พระเชษฐา (พี่ชาย) ของกรมหลวงรักษ์รณเรศ ที่ประสูติจากพระมารดาคนเดียวกันก็เคยประพฤติ “รักร่วมเพศ” เช่นเดียวกัน นั่นคือ “กรมหลวงเทพพลภักดิ์”

พระองค์เจ้าอภัยทัต กรมหลวงเทพพลภักดิ์ พระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาน้อยแก้ว เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2328 มีพระอนุชาร่วมพระมารดาคือ กรมหลวงรักษ์รณเรศ 

ในสมัยรัชกาลที่ 1 พ.ศ. 2350 พระองค์เจ้าอภัยทัตได้รับการโปรดเกล้าฯ สถาปนาทรงกรมเป็น “กรมหมื่นเทพพลภักดิ์” จากนั้นในสมัยรัชกาลที่ 2 พระองค์ได้ว่าราชการกรมพระคชบาล กำกับดูแลเกี่ยวกับช้างในราชสำนัก ต่อมา พ.ศ. 2375 ในสมัยรัชกาลที่ 3 โปรดเกล้าฯ เลื่อนเป็น “กรมหลวงเทพพลภักดิ์” 

พฤติกรรม “รักร่วมเพศ” ของกรมหลวงเทพพลภักดิ์ ปรากฏในพระราชพงศาวดารความว่า “แต่ก่อนกรมหลวงเทพพลภักดิ์ก็ประพฤติการไม่อยู่กับลูกเมียเหมือนกันเช่นนี้ สมเด็จพระบรมวงศาธิราชซึ่งเป็นผู้ใหญ่ก็ทรงทราบทุกพระองค์ ก็หาได้ว่ากล่าวกรมหลวงเทพพลภักดิ์ประการใดไม่”

ภาพประกอบเนื้อหา – จิตรกรรมวัดโพธิ์

ความประพฤติแบบ “ไม่อยู่กับลูกเมีย” ของกรมหลวงเทพพลภักดิ์ อาจคล้ายคลึงกับกรมหลวงรักษ์รณเรศ ที่พระราชพงศาวดารระบุว่า “ประพฤติการที่ไม่อยู่กับเมีย”

กรณีของกรมหลวงรักษ์รณเรศ พระราชพงศาวดารอธิบายพฤติกรรมไว้บางส่วนความว่า

“ตัวไม่อินังขังข้อกับลูกเมีย มาหลงรักอ้ายคนโขนคนละคร”

“ตั้งแต่เล่นละครเข้าแล้ว ก็ไม่ได้บรรทมข้างในด้วยหม่อมห้ามเลย บรรทมอยู่แต่ที่เก๋งข้างท้องพระโรงด้วยพวกละคร”

“เป็นสวาทไม่ถึงชำเรา แต่เอามือเจ้าละครและมือท่านกำคุยหฐานด้วยกันทั้ง 2 ฝ่าย ให้สำเร็จภาวะธาตุเคลื่อนพร้อมกัน เป็นแต่เท่านั้น”

อย่างไรก็ตาม ความประพฤติของกรมหลวงรักษ์รณเรศเช่นนี้เป็นที่รับรู้กันโดยทั่ว แม้แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ก็ทรงทราบ แต่ไม่ได้ทรงตำหนิติเตียนใด ๆ เพราะทรงเข้าใจดีว่าพฤติกรรมเช่นนี้มีให้เห็นกันอยู่ เช่น กรมหลวงเทพพลภักดิ์ ผู้ทรงเป็นพระเชษฐาแท้ ๆ ของกรมหลวงรักษ์รณเรศ และจักรพรรดิเต้ากวังแห่งราชวงศ์ชิง ก็ “ซ่องเสพ” ทั้งหญิงและชาย โดยเฉพาะพวกงิ้ว 

นอกจากนี้ รัชกาลที่ 3 ยังทรงเกรงว่า หากทรงว่ากล่าวตักเตือน “ประพฤติการที่ไม่อยู่กับเมีย” ก็จะเป็นการประจานให้กรมหลวงรักษ์รณเรศเสียหายได้ความอัปยศ 

ดังนั้น “สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึ่งมิได้เอาพระทัยเป็นพระราชธุระ ด้วยสำคัญพระทัยว่าเขาประพฤติให้เหมือนพี่ชาย”

หม่อมไกรสร สำเร็จโทษด้วยท่อนจันทน์
รูปปั้นหม่อมไกรสร หรือกรมหลวงรักษรณเรศร ตามจินตนาการของช่างปั้นในปัจจุบัน ในศาลกรมหลวงรักษรณเรศร สร้างเมื่อ พ.ศ. 2534 ณ วัดปิตุลาธิราชรังสฤษฎิ์ หรือวัดเมือง จ. ฉะเชิงเทรา

กรณีของกรมหลวงรักษ์รณเรศ เรื่อง “ประพฤติการที่ไม่อยู่กับเมีย” ถูกนำมาประกอบเป็นหนึ่งในเหตุปัจจัยข้อหา “กบฏ” โดยถูกรวมเข้ากับเรื่องความมักใหญ่ใฝ่สูง ซ่องสุมกำลังผู้คน ว่าความไม่ยุติธรรม คดโกงฉ้อราษฎร์บังหลวง ฯลฯ อันนำไปสู่การประหารชีวิตกรมหลวงรักษ์รณเรศ

แต่ความประพฤติแบบ “ไม่อยู่กับลูกเมีย” ของกรมหลวงเทพพลภักดิ์น่าจะไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่ใตในสมัยนั้น เพราะพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรวมถึงเจ้านายชั้นผู้ใหญ่ล้วนทรงทราบเรื่องเป็นอย่างดี “ก็หาได้ว่ากล่าวกรมหลวงเทพพลภักดิ์ประการใดไม่”

กรมหลวงเทพพลภักดิ์สิ้นพระชนม์วันที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2380 พระชันษา 52 ปี พระราชทานเพลิงพระศพ ณ พระเมรุท้องสนามหลวง วันที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2381

อ่านเพิ่มเติม : 

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่


อ้างอิง : 

ราชสกุลวงศ์. พิมพ์ครั้งที่ 14. กรุงเทพฯ : สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร, 2554.

ทิพากรวงศ์, เจ้าพระยา. พระราชพงศาวดาร กรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 3 เล่ม 2, 2504


เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 6 ตุลาคม 2568