| เผยแพร่ |
|---|
ผมร่วง เป็นอีกหนึ่งปัญหาใหญ่กวนใจของใครหลายคน เนื่องจากเส้นผมเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับเราได้ หากมีปัญหาผมร่วงเยอะมากก็จะส่งผลให้ผมบาง และสูญเสียความมั่นใจไปในที่สุด
ใครที่กำลังมองหาวิธีลดผมร่วงให้ได้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ ในบทความนี้ได้รวบรวมวิธีต่าง ๆ มาให้คุณแล้ว นอกจากนี้ยังจะพาทุกคนมารู้จักกับสาเหตุผมร่วง เพื่อหาทางแก้ปัญหาผมร่วง ผมบางได้อย่างตรงจุดนั่นเอง
อาการผมร่วง มีลักษณะอย่างไร มีกี่ประเภท?
อาการผมร่วงมีหลากหลายรูปแบบ อาจสังเกตได้จากการที่ผมร่วงเยอะผิดปกติมากกว่า 200 เส้นต่อวัน ผมบางลงจนเห็นหนังศีรษะชัดขึ้น รวมถึงเส้นผมมีความเปราะบาง หักขาดง่าย โดยอาการผมร่วงจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ๆ ดังนี้
- ผมร่วงแบบไม่มีแผลเป็น (Non-scarring alopecia) คือ ประเภทที่เซลล์รากผมยังไม่ถูกทำลาย สามารถรักษาให้หายได้ เช่น ผมร่วงจากกรรมพันธุ์, ผมร่วงเป็นหย่อม, ผมร่วงหลังคลอด, ผมร่วงจากความเครียด หรือผมร่วงตามวัย
- ผมร่วงแบบมีแผลเป็น (Scarring alopecia) คือ ประเภทที่เซลล์รากผมถูกทำลายและไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ เช่น มีแผลเป็นบนหนังศีรษะที่เกิดจากอุบัติเหตุ, เป็นโรคลูคีเมีย, โรคภูมิแพ้ผิวหนัง หรือเนื้องอกหนังศีรษะ หรือโรคผิวหนังบางโรคที่ทำลายรากผม
วิธีวินิจฉัยอาการผมร่วง ทำอย่างไรได้บ้าง?

เมื่อมีปัญหาผมร่วงหนักมาก การเข้าพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยอาการผมร่วงจะช่วยหาสาเหตุที่แท้จริง และช่วยแก้ปัญหาผมร่วงได้อย่างตรงจุด โดยแพทย์จะทำการตรวจวินิจฉัย ดังนี้
- ซักประวัติ แพทย์จะซักถามถึงระยะเวลาที่ผมร่วง ลักษณะของผมร่วง จำนวนเส้นผมที่ร่วง ประวัติสุขภาพโดยรวม การใช้ยา รวมถึงประวัติคนในครอบครัวว่ามีปัญหาผมร่วงเหมือนกันหรือไม่
- ตรวจหนังศีรษะ ตรวจเพื่อดูรอยโรค รอยแผลเป็น การอักเสบ รวมถึงตรวจดูเส้นผมว่ามีความเปราะบาง หักขาดง่ายหรือไม่
- ตรวจเลือด แพทย์จะทำการตรวจเลือดเพื่อดูปริมาณฮอร์โมนในร่างกาย เช่น ฮอร์โมนเพศ ฮอร์โมนไทรอยด์ และธาตุเหล็ก และวิตามินดี
- ทดสอบด้วยการดึงผม โดยจะดึงผมจากบริเวณต่าง ๆ ของหนังศีรษะเพื่อตรวจดูว่ามีผมร่วงเยอะมากกว่าปกติหรือไม่ และทดสอบความแข็งแรงของรากผม
- ตรวจชิ้นเนื้อหนังศีรษะ หากมีผมร่วงชนิดแผลเป็น หรือผมร่วงที่รักษาเบื้องต้นยังไม่ดีขึ้น หรือไม่แน่ใจเรื่องผลการวินิจฉัยโดยแพทย์จะตัดชิ้นเนื้อขนาดเล็กบนหนังศีรษะ นำไปตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์เพื่อหาสาเหตุผมร่วง เช่น การติดเชื้อ หรือโรคภูมิแพ้ผิวหนัง
ผมร่วงเกิดจากสาเหตุอะไรบ้าง?
ผู้ที่มีปัญหาผมร่วง ผมบาง อาจสงสัยว่าผมร่วงเกิดจากสาเหตุอะไร? สำหรับปัญหาผมร่วงนั้นสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุปัจจัยรวมกัน และเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นได้ทุกเพศ ทุกวัย โดยสาเหตุหลักที่ทำให้ผมร่วงมีดังนี้
- พันธุกรรม เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดปัญหาผมร่วงได้ทั้งในผู้หญิงและผู้ชาย หากคนในครอบครัวมีปัญหาผมร่วงก็มักจะเกิดปัญหานี้ตามมาได้ง่าย
- ความเครียดสะสม จะส่งผลต่อฮอร์โมนและระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย ทำให้เกิดปัญหาผมร่วงได้
- ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง หากฮอร์โมนเพศหญิง เพศชายมีการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะฮอร์โมนฮอร์โมน DHT (Dihydrotestosterone) ก็จะส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของเส้นผมและทำให้เกิดปัญหาผมร่วง ผมบาง ตามมาได้
- โรคบางชนิด เช่น โรคต่อมไทรอยด์, โรคโลหิตจาง, โรคมะเร็ง หรือโรคภูมิแพ้ผิวหนัง สามารถทำให้เกิดปัญหาผมร่วงได้
- การรับประทานยา การรับประทานยาบางชนิด เช่น ยาต้านไทรอยด์, ยาลดความดันโลหิตสูง, ยาคีโมบำบัด, ยาลดสิว หรือยาแก้ซึมเศร้า อาจทำให้เกิดปัญหาผมร่วงได้
- ขาดสารอาหาร เช่น ธาตุเหล็ก, สังกะสี, โปรตีน, ไบโอติน, วิตามินบี 12 เป็นต้น
- การใช้สารเคมีทำผม เช่น ยืดผม ดัดผม หรือทำสีผม จะทำให้ผมเปราะบาง และหักขาดได้ง่ายจนผมบางลง
ปัญหาผมร่วง ดูแลรักษาอย่างไรได้บ้าง?
ปัญหาผมร่วง ผมบาง สามารถทำการรักษาได้หลากหลายวิธี หากเลือกวิธีที่เหมาะสมก็จะช่วยลดผมร่วงได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยวิธีรักษาผมร่วงสามารถทำได้ดังนี้
- ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เป็นหนึ่งในการแก้ผมร่วงด้วยวิธีธรรมชาติ สามารถทำได้ง่าย ๆ เช่น ลดความเครียด, รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่, พักผ่อนให้เพียงพอ, หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่, ลดการดึงผม, ปกป้องหนังศีรษะจากความร้อนและแสงแดด เป็นต้น
- ใช้แชมพูที่เหมาะกับหนังศีรษะ ควรหลีกเลี่ยงการใช้แชมพูที่มีสารเคมีรุนแรงเพื่อลดปัญหาผมร่วง
- ทำทรีตเมนต์ จะช่วยบำรุงเส้นผมให้ชุ่มชื้น แข็งแรง และกระตุ้นการเจริญเติบโตของเส้นผมได้ดี
- รับประทานวิตามินเสริม ผู้ที่สงสัยว่าผมร่วง กินวิตามินอะไรดี? การรับประทานวิตามินเสริมที่มีส่วนประกอบของซิงค์และไบโอติน จะช่วยลดผมร่วงและกระตุ้นให้เกิดลูกผมใหม่ขึ้นได้
- ใช้ยา สำหรับการใช้ยารักษาผมร่วงจะมีทั้งแบบทาและแบบรับประทาน แต่ทั้งนี้ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยา
- รักษาด้วยเลเซอร์กระตุ้นรากผม เป็นอีกหนึ่งวิธีแก้ผมร่วงที่จะช่วยรักษาผมบาง แก้ผมร่วง และกระตุ้นการเจริญเติบโตของเส้นผมได้มากขึ้น
- ใช้เกล็ดเลือดเข้มข้น PRP เป็นการนำเกล็ดเลือดของผู้ที่เข้ารับการรักษามาปั่นจนได้เกล็ดเลือดเข้มข้น จากนั้นก็นำมาฉีดลงบนหนังศีรษะเพื่อกระตุ้นการทำงานของเซลล์รากผม ลดปัญหาผมร่วง
- ปลูกผม เป็นการผ่าตัดย้ายรากผมจากบริเวณท้ายทอยมาปลูกบริเวณที่ต้องการแก้ปัญหาผมร่วง ผมบาง หัวล้าน
แนะนำวิธีป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาผมร่วง

ปัญหาผมร่วง หากดูแลตนเองและป้องกันให้ถูกวิธีก็จะช่วยทำให้ปัญหานี้เบาลงไปได้ โดยวิธีป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาผมร่วงมีดังนี้
- รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เน้นอาหารที่มีธาตุเหล็ก, โปรตีน, สังกะสี และวิตามินบี 12
- ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ควรออกกำลังกายอย่างน้อย 3-5 วันต่อสัปดาห์ เป็นเวลา 30 นาที
- ลดความเครียด หากิจกรรมผ่อนคลายทำเพื่อลดความเครียด เช่น อ่านหนังสือ, นั่งสมาธิ, ดูหนัง หรือฟังเพลง
- นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ควรนอนอย่างน้อย 7-8 ชั่วโมงต่อวัน
- สระผมอย่างถูกวิธี สระผมบ่อย ผมร่วงจริงไหม? คงเป็นคำถามที่หลายคนสงสัย ซึ่งการสระผมบ่อย ๆ หรือล้างแชมพูไม่สะอาด สามารถทำให้ผมร่วงได้จริง จึงควรสระผม 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ นวดศีรษะเบา ๆ และล้างแชมพูให้สะอาด
- ลดการทำผมที่รุนแรง เช่น ยืดผม, ดัดผม, ทำสีผม หรือสระผมด้วยน้ำร้อน
- หลีกเลี่ยงการรวบผมตึง เพราะอาจทำให้ศีรษะเกิดการดึงรั้ง และทำให้ผมขาดหลุดร่วงได้ง่าย
สรุปวิธีการลดปัญหาผมร่วง
ผมร่วง เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุปัจจัย หากต้องการหาวิธีรักษาผมร่วงให้มีประสิทธิภาพ และเห็นผลลัพธ์ได้จริง ควรเข้ารับคำปรึกษา ตรวจประเมินปัญหากับแพทย์ผู้ชำนาญการ เพื่อวางแผนพร้อมหาแนวทางการรักษาที่ตรงจุดต่อไป
สำหรับผู้ที่กำลังตัดสินใจว่าผมร่วง หาหมอที่ไหนดี? SkinX แอปพลิเคชันพบหมอผิวหนังออนไลน์เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ บริการให้คำปรึกษาโดยแพทย์จากโรงพยาบาลและคลินิกชั้นนำถึง 210 คน มีหมวดหมู่การรักษามากกว่า 20 ประเภท รวมถึงปัญหาหนังศีรษะและเส้นผม ปัญหาโรคผิวหนังต่าง ๆ ให้คุณปรึกษาได้อย่างสะดวกทุกเวลา ไม่ต้องรอคิว!





