วัดพระมหาธาตุฯ มรดกโลกไม่ได้มีแค่ความภูมิใจ แต่มี “การบ้าน” รออยู่ เพื่อพัฒนาอย่างยั่งยืน

วัดพระมหาธาตุฯ มรดกโลก เป็นภาพมุมสูง (ภาพจาก มติชน 27 กรกฎาคม 2569)
วัดพระมหาธาตุวรวิหาร จ.นครศรีธรรมราช (ภาพจาก มติชน 27 กรกฎาคม 2569)

วัดพระมหาธาตุฯ มรดกโลกไม่ได้มีแค่ความภูมิใจ แต่มี “การบ้าน” รออยู่ เพื่อพัฒนาอย่างยั่งยืน

วัดพระมหาธาตุฯ มรดกโลก เป็นภาพพระอาทิตย์ทรงกลด
วัดพระมหาธาตุฯ มรดกโลก (ภาพจาก : อพิสิทธิ์ ธีระจารุวรรณ)

การที่วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร นครศรีธรรมราช ได้รับการประกาศเป็น “มรดกโลก” ไม่เพียงแต่นำความภาคภูมิใจมาสู่ชาวนครศรีธรรมราชและคนไทยทั้งประเทศเท่านั้น แต่ยังนับเป็น “การทำงานเชิงรุก” ตามข้อเสนอแนะ 7 ข้อของคณะกรรมการมรดกโลก ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่ามรดกโลกไม่ใช่แค่ป้ายประกาศเกียรติคุณ แต่คือพันธกิจในการดูแลรักษาให้ยั่งยืน

นายฉัตรชัย ศุกระกาญจน์ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า หลังจากนี้คณะกรรมการระดับจังหวัด ต้องมาวางแผนร่วมกันเพื่อดำเนินการตามคำแนะนำทั้ง 7 ข้อ ของคณะกรรมการมรดกโลก ให้รัฐภาคีพิจารณาดำเนินการคือ

1. ดำเนินกระบวนการรับรองพื้นที่กันชน ปรับปรุงให้แล้วเสร็จ พร้อมทั้งจัดเตรียมข้อมูลตัวเลขและแผนที่เป็นปัจจุบัน ตลอดจนข้อมูลเกี่ยวกับบทบัญญัติทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

2. สรุปการแก้ไขแนวทางการอนุรักษ์ปี พ.ศ. 2533 (ค.ศ. 1990) ภายหลังการอนุมัติร่างแก้ไขพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ

3. ดำเนินกระบวนการจัดทำข้อมูลดิจิทัลของอาคาร เอกสารจดหมายเหตุ และของสะสมของวัดอย่างต่อเนื่อง

วัดพระมหาธาตุฯ มรดกโลก มีรำมโนราห์
รำมโนราห์ ที่วัดพระมหาธาตุฯ จ.นครศรีธรรมราช ในระหว่างที่คณะกรรมการมรดกโลก ยูเนสโก ประชุมกันที่ปูซาน เกาหลีใต้ ก่อนขึ้นทะเบียนวัดพระมหาธาตุฯ เป็นมรดกโลก (ภาพจาก : ข่าวสด 27 กรกฎาคม 2569)

4. ดำเนินการวิเคราะห์ความมั่นคงทางโครงสร้างและการศึกษาด้านการอนุรักษ์ผนังภายในและฐานรากของวิหารโพธิ์ลังกา รวมถึงการบูรณะพระพุทธรูปภายในวิหาร

5. วิเคราะห์และจัดทำเอกสารระบบโครงสร้างของทางเดินลานประทักษิณและเสารองรับหลังคาของวิหารทับเกษตร

6. พัฒนากลยุทธการอนุรักษ์สำหรับการอนุรักษ์ศาสนสถานภายในวัดในระยะยาว

7. ออกแบบแผนการวิจัยเพื่อศึกษาขอบเขตร่องรอยโบราณสถานฮินดูอยู่ใต้พระบรมธาตุในปัจจุบัน เพื่อให้ทราบถึงวิวัฒนาการทางประวัติศาสตร์ของอาณาบริเวณร่วมกับทางวัด พัฒนามาตรการคุ้มครองมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้และแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง

นายฉัตรชัย ยืนยันถึงความพร้อมและความเชื่อมั่นว่า “ทั้ง 7 ข้อ ยืนยันว่าทำทันอย่างแน่นอน บางข้อเราก็กำลังดำเนินการอยู่” และส่งรายงานไปยังศูนย์มรดกโลกภายในวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2572 (ค.ศ. 2029) เพื่อให้ ICOMOS ตรวจสอบ

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่


อ้างอิง : 

หนังสือพิมพ์มติชน  28 กรกฎาคม 2569


เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 27 กรกฎาคม 2569