“ภาพหลุด” ทางประวัติศาสตร์ จีน-ฝรั่งต่างติด “ฝิ่น”

ภาพหลุดที่ (10) “ฝิ่น” ยาพิษที่ที่บั่นทอนชีวิตชาวจีน จาก นสพ.THE ILLUSTRATED LONDON NEWS ฉบับวันที่ 18 ธันวาคม 1858 (ของสะสมของไกรฤกษ์ นานา)

ภาพวาดลายเส้นที่เคยถูกเปิดเผยผ่านสื่อสาธารณะในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 19-20 ที่สื่อให้เห็นความจริงอีกด้านหนึ่งของบุคคลสาธารณะหรือสถานการณ์บางอย่างที่กำลังเป็นกระแสสังคม แต่มีลักษณะฝืนความรู้สึก ทำให้ขาดความเชื่อมั่นในตัวบุคคลและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของสังคม ในยุคนี้เขาเรียกรูปแบบนี้ว่า “ภาพหลุด”

ภาพหลุดทางประวัติศาสตร์มีเจตนาเสียดสีสถานการณ์บ้านเมือง โดยใช้ตัวบุคคลที่มีชีวิตจริง ๆ ตัวการ์ตูน หรือภาพเหตุการณ์ เป็นเครื่องมือในการถ่ายทอดให้ผิดแผกแตกต่างออกไปจากข้อมูลข่าวสารที่สังคมรับรู้ เพื่อเตือนสังคมให้มองเห็นความจริงอีกด้านหนึ่งที่อาจถูกปิดบังไว้ จากภาพภายนอกอันบิดเบือน เข้าตำราถ้าไม่มีควันก็คงไม่มีเปลวไฟอะไรทำนองนั้น

ในประวัติศาสตร์ของประเทศจีน “ฝิ่น” เป็นยาเสพติดที่ชาวตะวันตกนำเข้ามาและสร้างความเสียหายให้กับประเทศจีนมหาศาล แต่เหมือนกับเวลากรรมจริง เมื่อมี “ภาพหลุด” ที่บอกเล่าประวัติศาสตร์ว่า ชาวตะวันตกก็ติดฝิ่นเสียเองเช่นกัน โดยภาพดังกล่าวนั้นเป็นเอกสารสะสมของ ไกรฤกษ์ นานา ที่เจ้าตัวเองเคยนำมาบอกเล่าไว้ถึง 12 รูป พร้อมทั้งเขียนอธิบายหลายของเหตุการร์แต่ละภาพไว้ในบทความชื่อ ภาพหลุด’ ทางประวัติศาสตร์เขย่าเก้าอี้นักประวัติศาสตร์” (ศิลปวัฒนธรรม, กันยายน 2556) หากในที่นี้ขอยกเพียง 2 ภาพ คือ ภาพที่ 10 และ11 ที่เกี่ยวกับ “ฝิ่น” และของมูลที่ไกรกฤษ์ นานา เขียนไว้ดังนี้

ภาพหลุดที่ (10) : “ฝิ่น”ยาพิษมีไว้บั่นทอนชีวิตชาวจีน

ผู้เขียนเคยเปิดเผยข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับจุดประสงค์ของคนอังกฤษในการขายฝิ่นให้คนจีน ในหัวข้อ  “วิธีคอรัปชั่นเชิงนโยบาย ทำยังไงก็ได้ให้คนจีนติดฝิ่น” ในหนังสือชื่อเบื้องหลังสนธิสัญญาเบาริ่ง และประวัติภาคพิสดารของ SIR JOHN BOWRING ในขณะที่เขียนเรื่องนั้นยังไม่พบภาพที่สามารถอธิบายเป้าหมายของอังกฤษให้เห็นภาพได้ ต่อมาก็ได้พบภาพโดนใจที่คนอังกฤษเปิดใจความคิดของตนเองแบบสาวไส้ให้กากิน

ก่อนเกิดสงครามฝิ่นในจีน (ค.ศ. 1860-61) อังกฤษไม่สามารถเปิดระบบการค้าเสรีในจีนได้ จึงคิดหาวิธีมอมเมาสังคมจีนให้ตกอยู่ในบ่วงอบายมุขคือยาเสพติดที่คนอังกฤษปลูกในอินเดีย แต่ไม่อนุญาตให้คนอินเดียสูบ และจะขายให้จีนเท่านั้น เพื่อทำลายโครงสร้างทางสังคมของจีน

เพราะถ้าสามารถปลุกกระแสนิยมสูบฝิ่นให้เติบโตได้ในจีน ลูกค้าฝิ่นเมื่อติดยาแล้วก็จะขวนขวายเสาะหามาบำบัดความอยากของตนลงจนได้ โดยที่พ่อค้าฝิ่นชาวอังกฤษแทบจะไม่ต้องลงทุนลงแรงให้มากเรื่องกับการเปิดเสรีการค้าของอังกฤษที่ทางการจีนต่อต้าน แต่ถ้าคนจีนติดฝิ่นแล้วทางการก็จะไม่สามารถสกัดกั้นการนำฝิ่นเข้าไปขายได้ และคนจีนก็จะหาทางติดต่อซื้อหามาสูบจากคนอังกฤษเอง เท่านี้ก็หมดปัญหา

และก็เป็นจริงดังคาดเมื่อฝิ่นติดตลาดในจีน ถึงตอนนี้สภาพเศรษฐกิจและสังคมของจีนเลวร้ายลงไปเรื่อย ๆ ประชาชนติดฝิ่นทั่วไปทั้งข้าราชการ ลูกจ้าง และนักศึกษา แม้แต่บรรดาเชื้อพระวงศ์และขันทีในราชสำนักก็ติดฝิ่น พ่อค้าจีนลักลอบค้าฝิ่นกับคนอังกฤษร่ำรวยขึ้นอย่างรวดเร็ว ในขณะที่สังคมจีนตกต่ำลงอย่างน่าอนาถใจ

ทว่าในอังกฤษเอง สื่อมวลชนอังกฤษ (ดูภาพที่ 10 ประกอบ) กลับบอกชาวอังกฤษว่าฝิ่นเป็นสิ่งเลวร้ายที่เมื่อติดแล้วก็จะทำให้ชีวิตและครอบครัวล่มสลายและเป็นความผิดของชาวจีนที่หันมาเสพฝิ่น ครอบครัวชาวจีนถึงกับสิ้นเนื้อประดาตัว และต้องขายทรัพย์สมบัติเพื่อซื้อฝิ่นมาสูบจนถึงกับหมดเนื้อหมดตัว เป็นหนี้เป็นสินและตายจากไปเพราะพิษภัยของฝิ่น

แต่เวรกรรมคงมีอยู่จริงในโลกนี้ เพราะชาวยุโรป (อังกฤษ และฝรั่งเศส ร่วมรบในสงครามฝิ่นกับชาวจีน และชนะศึกครั้งนี้มาด้วยกัน – ผู้เขียน) ทำให้ฝิ่นถูกลักลอบเข้ามาถึงยุโรปเช่นกัน และได้มอมเมาคนฝรั่งเศสไม่น้อยไปกว่าคนจีน

แต่สื่อมวลชนยุโรปกลับตีแผ่ว่าฝิ่นเริ่มต้นในจีนแล้วทะลักเข้ามาในยุโรปโดยชาวจีน ทำให้ในปารีสมีโรงฝิ่นลับ ๆ เปิดให้บริการในลักษณะโรงฝิ่นแบบในเมืองจีนมีบริกรเป็นชาวจีนโพ้นทะเลดำเนินกิจการมอมเมาชาวยุโรป และถูกป้ายสีว่าการสูบฝิ่นไม่ใช่พฤติกรรมของชาวตะวันตก แต่เป็นการเลียนแบบวัฒนธรรมจีน

สังคมฝรั่งเศสที่สมบูรณ์พูนสุข และเคยมีระเบียบแบบแผน เริ่มสั่นคลอนเพราะคนฝรั่งเศสลักลอบสูบฝิ่นที่ระบาดเข้ามาจากจีน และระบาดเข้าไปในโครงสร้างทางสังคมของชาวฝรั่งเศส ประชาชน กลาสี นักธุรกิจ หรือแม้แต่แม่บ้าน ซึ่งเป็นปัญญาชนและเป็นกำลังของสังคมชาวตะวันตกเริ่มติดฝิ่นกันงอมแงม  ดังที่เห็นในภาพ

ภาพหลุดที่ (11) ตีแผ่ความฟอนเฟะของสังคมชาวฝรั่งเศสที่เสพฝิ่นและติดฝิ่นตามแฟชั่นใหม่ที่ไหลเข้ามาจากจีน บรรยายใต้ภาพว่า UN VICE NOUVEAU หรืออบายมุขชนิดใหม่ และบรรยากาศภายในโรงยาฝิ่นที่ประเทศฝรั่งเศส


เผยแพร่ครั้งแรกในระบบออนไลน์เมื่อ : 12 กันยายน 2562

บทความก่อนหน้านี้
บทความถัดไป