วัดตระพังทองหลาง อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ชมภาพปูนปั้นยุคทองศิลปะสุโขทัย

วัดตระพังทองหลาง อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย (ภาพถ่ายโดย ธวัชชัย รามนัฏ)

วัดตระพังทองหลาง ตั้งอยู่นอกกำแพงเมืองสุโขทัยทางด้านทิศตะวันออก วัดนี้มีความสำคัญมากในแง่ของสถาปัตยกรรมและประติมากรรม โบราณสถานที่สำคัญประกอบด้วย มณฑป วิหาร เจดีย์ราย มีคูน้ำล้อมรอบ และอุโบสถ (โบสถ์) อยู่ทางตะวันออก วัดนี้ไม่มีเจดีย์ประธาน แต่ใช้มณฑปทำหน้าที่เสมือนเป็นเจดีย์ประธาน

มณฑปก่อด้วยอิฐ เป็นอาคารในผังรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปขนาดใหญ่เต็มพื้นที่ แต่ปัจจุบันชำรุดมากแล้ว ด้านทิศตะวันออกเป็นซุ้มประตู อีกสามด้านเป็นผนังที่ประดับด้วยปูนปั้น เป็นเรื่องตามพุทธประวัติ สภาพชำรุดแต่จากหลักฐานที่บันทึกเป็นภาพถ่ายเก่าทำให้ทราบเรื่องราวได้ว่า

ผนังด้านทิศเหนือ เป็นภาพตอนพระพุทธเจ้าทรงทรมานช้างนาฬาคีรี โดยปั้นรูปพระพุทธองค์ประทับยืนเคียงข้างด้วยอัครสาวกคือ พระอานนท์ ที่ปลายพระบาทของพระพุทธเจ้ามีร่องรอยให้ทราบว่าเป็นหัวเข่าช้าง ซึ่งคุกเข่ายอมแพ้พระพุทธเจ้า

“พระพุทธเจ้าทรงทรมานช้างนาฬาคีรี” ภาพปูนปั้นผนังด้านทิศเหนือ มณฑป วัดตระพังทองหลาง (ภาพจากหนังสือ “ลักษณะไทย พระพุทธปฎิมา อัตลักษณ์พุทธศิลป์ไทย”/ http://www.laksanathai.com)

ผนังด้านทิศใต้ เป็นภาพตอนพระพุทธเจ้าเสด็จลงจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ภายหลังเสด็จขึ้นไปโปรดพระพุทธมารดา ปั้นรูปพระพุทธเจ้าในท่าลีลา (เดิน) มีพระอินทร์ พระพรหม และเหล่าทวยเทพตามส่งเสด็จ ได้มีการถอดพิมพ์ภาพปูนปั้นนี้ขณะที่อยู่ในสภาพสมบูรณ์กว่า จัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ รามคำแหง สุโขทัย

“พระพุทธเจ้าเสด็จลงจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์” ภาพปูนปั้นผนังด้านทิศใต้ มณฑป วัดตระพังทองหลาง (ภาพจากหนังสือ “ลักษณะไทย พระพุทธปฎิมา อัตลักษณ์พุทธศิลป์ไทย”/ http://www.laksanathai.com)

ผนังด้านทิศตะวันตก เป็นภาพตอนพระพุทธเจ้าโปรดเทศนาสั่งสอนพวกศากยวงศ์ที่เมืองกบิลพัสดุ์ ขณะทรงสั่งสอนทรงแสดงยมกปาฏิหาริย์ เป็นรูปรัศมีเปลวไฟล้อมรอบพระองค์ และมีรูปบรรดาพระญาติแวดล้อมอยู่ภายนอกรูปรัศมีนั้น

“พระพุทธเจ้าทรงแสดงยมกปาฏิหาริย์” ภาพปูนปั้นผนังด้านทิศตะวันตก มณฑป วัดตระพังทองหลาง (ภาพจากหนังสือ “ลักษณะไทย พระพุทธปฎิมา อัตลักษณ์พุทธศิลป์ไทย”/ http://www.laksanathai.com)

บรรดาภาพปูนปั้นเหล่านี้แสดงถึงลักษณะศิลปะสุโขทัยที่เจริญสูงสุด หรือที่เรียกว่ายุคทองของศิลปะสุโขทัย ซึ่งอายุอยู่ในราวกลางพุทธศตวรรษที่ ๒๐

[ขอบคุณข้อมูลและภาพจากเพจ: อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย]

บทความก่อนหน้านี้
บทความถัดไป