“เกมเศรษฐี” เกมเล่นเก็งกำไรแบบนักลงทุน มีที่มาจากการจงใจเสียดสีนายทุน

บอร์ดเกม(เกมกระดาน) วันนี้เป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย นอจากการขายบอร์ดเกมแล้ว ยังมีการเปิดสถานที่นัดพบให้มาเล่นบอร์ดเกม เรียกว่า “บอร์ดเกม คาเฟ่” ซึ่งในบรรดาเกมต่างๆ “เกมเศรษฐี” คือเกมอมตะที่รู้จักกันอย่างกว้างขวาง

เกมเศรษฐีมีที่มาอย่างไร ใครเป็นผู้ออกแบบและสร้างกติกา “เรื่องจริง นอกบันทึก ประวัติศาสตร์” (รีดเดอร์ส ไดเจสท์ (ประเทศไทย) 2549)ทำเรื่องนี้ไว้อย่างละเอียด ซึ่งขอสรุปบางส่วนมานำเสนอดังนี้

ค.ศ. 1930 ชาร์ลส์ ดาร์โรว์ (Charles Darrow) ที่กำลังวางงานได้ร่างหน้าตา และวิธีเล่นเกมใหม่ของเขาขึ้น และแน่นอนว่าเกมทำมือนี้เป็นที่นิยมในหมู่เพื่อนฝูงของเขา นั่นทำให้เขาคิดว่ามันสามารถแปรเป็นธุรกิจได้ ดาร์โรว์ได้ไปพบกับ บริษัทปาร์กเกอร์ บราเธอร์ส (Parker Bro- thers) แต่เขาถูกปฏิเสธ เรื่องจากเกมยังมีข้อเสียอยู่มาก เช่น ใช้เวลาเล่นเกมนาน, กติกาซับซ้อน, การชนะไม่ชัดเจน

หาดาร์โรว์ยังคงเดินหน้าต่อไป ด้วยความช่วยเหลือจากเพื่อนที่เป็รช่างพิมพ์ เขาขายเกม 500 ชุดให้ ห้างสรรพสินค้าท้องถิ่น เอฟ.เอ.โอ. ชวอร์ส (E.A.O. Schwarz) ยอดขายเกมดังกล่าว ทําให้ปาร์กเกอร์ บราเธอร์ส เปลี่ยนใจและผลิตเกม เศรษฐี 20,000 ชุดต่อสัปดาห์ภายในหกเดือน นับตั้งแต่เริ่มสัญญา ดาร์โรว์กําลังกลายเป็นผู้ออกแบบเกมกระดานเศรษฐีคนแรกของโลก

เกมเศรษฐี มาจากไหน

การคิดเกมเศรษฐีมีที่มาจาก ความตั้งใจที่จะกระตุ้นการริเริ่มสร้างสรรค์เพื่อรางวัลในเกมและการเก็งกําไร ซึ่งเป็นสิ่งเดียว ที่เนื้อหาในเกมมุ่งให้ผู้เล่นทํา แต่ในระหว่างการดําเนินคดีเพื่อจดทะเบียนการค้าหลังดาร์โรว์เสียชีวิต ปรากฏว่า มีเกมกระดานที่มีลักษณะคล้ายกับของดาร์โรว์ เกมที่ว่านี้ของชาวเควกเกอร์ (Quakers-คริสต์ นิกายหนึ่ง) ซึ่งอยู่ทางชายฝั่งตะวันออกของอเมริกา และเล่นกันมากว่า 30 ปีก่อนที่ดาร์โรว์จะ “คิดค้น”เกมเศรษฐีเสียอีก

แม้ตารางกระดานจะมีชื่ออสังหาริมทรัพย์เหมือนกัน แต่เกมของเควกเกอร์มีเป้าหมายต่างออกไป เควกเอร์ต้องการชี้ให้เห็นความชั่วร้ายของการเก็งกําไร และค้ากําไรเกินควรเป็นหลัก ไม่ใช่ผลตอบแทนจากการประสบความสําเร็จ นอกจากนี้เพื่อนสนิทดาร์โรว์คนหนึ่งบอกว่า เขาเคยเล่นเกมของเควกเกอร์ และยืมกติกามาใช้ด้วย

ชาวเควกเกอร์คัดค้าน

ราล์ฟ อันส์แพช (Ralph Anspach) อาจารย์ ด้านเศรษฐศาสตร์เปิดเผยเรื่องต่อไปนี้ ระหว่างเปิดศึกต่อต้านบริษัทเกม ปาร์กเกอร์-เจเนอรัล มิลส์ (Parker-General Mills) ในเรื่องลิขสิทธิ์ของเกม “ต้านเกมเศรษฐี” ของเขา ซึ่งมีเป้าหมาย คือ ทําลายบริษัทยักษ์ใหญ่ทั้งหลาย หลังจากปรากฏตัวทางโทรทัศน์ในปีค.ศ. 1974 อันส์แพชได้รับโทรศัพท์จากหญิงสูงวัยคนหนึ่ง

“ฉันว่าบริษัทปาร์กเกอร์ บราเธอร์ส มุ่งฟ้อง คุณที่พยายามทําให้เกมของเขาไม่เป็นเอกสิทธิ์ ของใคร” เธอบอกเขา จากนั้นก็เล่าเรื่องเพื่อน สมัยเรียนที่ครอบครัวของเขาเคยเล่นกระดานอสังหาริมทรัพย์ของเควกเกอร์ก่อนหน้าที่จะมี เกมเศรษฐีนานแล้ว ราล์ฟ อันส์แพชสืบสาว ย้อนรอยเกมพื้นบ้านหลายเกมจนมาหยุดที่เกม ของเอลิซาเบท มาจี (Elizabeth Magie) ใน แมรีแลนด์ ซึ่งเป็นเจ้าของสิทธิบัตร “เกมเจ้าที่ดิน” (Landlord’s Game) เมื่อค.ศ. 1904

มาจีเป็น “ผู้จ่ายภาษีตามระบบภาษีชั้นเดียว” (Single-taxer) เธอสนับสนุนการเก็บภาษีรัฐชั้นเดียวเพื่อต้านการเก็งกําไรที่ดิน เกมกระดาน เจ้าที่ดินมีช่องอสังหาริมทรัพย์ริมขอบทั้งสี่ด้านของกระดานสี่เหลี่ยม มีธนาคาร โรงทานหนึ่งแห่ง รางรถไฟ สาธารณูปโภค คุก และมี “ที่ดิน ที่มุมกระดานมุมหนึ่ง ขณะเล่นเกม ผู้เล่นอาจไปหยุดอยู่ที่ย่านคนจนหรือย่านคนรวยซึ่งกระจายอยู่รอบกระดาน เกมเจ้าที่ดินเริ่มเป็นที่นิยมในคณะเศรษฐศาสตร์ของมหาวิทยาลัยตามฝั่งอีสต์โคสต์ นักศึกษาเพิ่มกติกาใหม่หนึ่งข้อ คือ เงินค่าเช่าจะเพิ่มขึ้นเมื่อมีบ้านกระดาษหลังเล็ก ตั้งบนที่ดินนั้นหลังเพิ่มกติกาใหม่ผู้คนเรียกชื่อว่า เกมเศรษฐีประมูล (Auction Monopoly) แล้วก็ย่อเป็นเกมเศรษฐี (Monopoly) มาจีจด สิทธิบัตรเกมเจ้าที่ดินอีกครั้งในปีค.ศ.1924

น้อยคนจะซื้อเกมที่มาจีผลิตขาย พวกเขาวาดกระดานกันเองโดยใช้ชื่อถนนในถิ่นอาศัย เพื่อให้สนุกยิ่งขึ้น และเลียนแบบกติกากันไปมา ในที่สุด ราล์ฟ อันส์แพช ก็สืบพบว่าชาร์ลส์ ดาร์โรว์มาพบเกมนี้ได้อย่างไร

“โฆษณาในหนังสือ Christian Science Monitor ทําให้ผู้คนรู้จักเกมเศรษฐี ชาร์ลส์ ทอดด์ (Charles Todd) จากฟิลาเดลเฟียหวน นึกถึงวันหนึ่งในปีค.ศ.1932 เขาบังเอิญพบ เพื่อนสมัยเด็กชื่อ เอสเทอร์ โจนส์ (Esther Jones) ซึ่งแต่งงานกับดาร์โรว์ ทอดด์ชวนสองสามีภรรยามารับประทานอาหารเย็นที่บ้านหลัง อาหารก็เล่นเกมของมาจี ‘เป็นเกมใหม่แกะ กล่องสําหรับพวกเขา’ ทอดด์กล่าว ‘เขาไม่เคย เห็นมาก่อนและสนใจเกมมาก…เห็นได้ชัดว่า ดาร์โรว์ชอบเกมนี้มาก’ เขาเล่นเกมด้วยกันอีก 5-6 ครั้ง ครั้งสุดท้ายชาร์ลส์ขอกติกาที่เขียนไว้ ‘เขาบอกว่าเกมนี้ดีมากอยากแก้ไขให้ถูกต้อง’”

ความสําเร็จของเกม

ทำให้เกมเศรษฐีน่าดึงดูดใจ ด้วยการออกแบบสมัยใหม่ไม่เหมือนใคร มีลูกเล่นในบัตรเงินทุนและบัตรเสี่ยงโชคที่แปลกตา  ฯลฯ เกมรูปแบบใหม่กลายเป็น กิจกรรมเสพติดของครอบครัว เล่นช่วงค.ศ. 1934 และรายได้งามจากกระแสนิยมสร้างความมั่งคั่งให้บริษัทปาร์กเกอร์ บราเธอร์ส

โรเบิร์ต บาร์ตัน (Robert Barton) ประธาน บริษัทปาร์กเกอร์ บราเธอร์ส เขียนจดหมายถึง ดาร์โรว์ว่า “เกมเศรษฐีของเราไปได้ดี และเราต้องการทําทุกวิถีทางเท่าที่ทําได้เพื่อปกป้อง ชื่อเสียงและสถานะของเกมนี้” เขาเชิญดาร์โรว์ มาเซ็นเอกสารรับรองว่าเกมเศรษฐีเป็นเกมที่ ดาร์โรว์คิดขึ้นเองทั้งหมด

เอลิซาเบท มาจีไม่ได้แข่งกับปาร์กเกอร์ บราเธอร์สเรื่องเกมเศรษฐี แต่เธอกลับขอเจรจาต่อรองกับพวกเขาแทน เธอเพียงอยากให้ความคิดเกี่ยวกับนโยบายภาษีชั้นเดียวนิยมแพร่หลาย และพิสูจน์ว่าผู้เก็งกําไรที่ดินต่างได้เปรียบ ด้านเศรษฐกิจอย่างไม่เป็นธรรม

ปาร์กเกอร์ บราเธอร์สจ่ายค่าสิทธิบัตรให้มาจี 500 เหรียญ และแม้ไม่มีส่วนแบ่งการขาย แต่บริษัทก็สัญญา ว่าจะผลิตเกมเจ้าที่ดินฉบับต้นแบบเพื่อขายให้สาธารณชน บริษัททําตามสัญญาที่ตกลงกัน แม้ยอดขายจะเพียงไม่กี่ร้อยก็ตาม

ปาร์กเกอร์ บราเธอร์สทำ เกมเจ้าที่ดินที่ออกจำหน่ายให้ตามสัญญา โดยมาจีได้เขียนหมายเหตุที่แนบไปกับเกม สรุปเป้าหมายว่าต้องการยกตัวอย่างให้เห็นว่า “เจ้าของที่ดินได้เปรียบคนอาชีพอื่นอย่างไร” แต่สําหรับเกมเศรษฐี ซึ่งเป็นเกมกระดานการ ค้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก แน่นอนว่าการลงทุนโดย ใช้ข้อได้เปรียบนี้เป็นประเด็นสําคัญของเกม

 


เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 29 พฤษภาคม 2562

บทความก่อนหน้านี้
บทความถัดไป