วัดเทวราชกุญชร วรวิหาร นามพระราชทานจากรัชกาลที่ 3

วัดเทวราชกุญชร วรวิหาร
วัดเทวราชกุญชร (ภาพจาก เฟซบุ๊ก วัดเทวราชกุญชร วรวิหาร)

วัดเทวราชกุญชร วรวิหาร วัดเก่าแก่ตั้งแต่สมัยอยุธยา นามพระราชทานจากรัชกาลที่ 3

วัดเทวราชกุญชร วรวิหาร ตั้งอยู่บริเวณเทเวศร์ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เหนือปากคลองผดุงกรุงเกษม แต่ก่อนจะมีชื่อวัดสละสลวยเช่นนี้ เดิมมีชื่อว่า “วัดสมอแครง” เป็นวัดราษฎร์สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยอยุธยา

สำหรับชื่อสมอแครงนั้นสะท้อนถึงภูมิทัศน์และวิถีชีวิตของชาวบ้านริมแม่น้ำ เชื่อกันว่าชื่อวัดมีที่มาจาก 3 ข้อสันนิษฐาน ดังนี้ 

ข้อสันนิษฐานที่หนึ่ง คือ สมอมาจากชื่อต้นสมอที่อยู่มานานจนร่องแร่ง เรียกว่า สมอร่องแร่ง ต่อมาจึงเพี้ยนเป็น สมอแครง

ข้อสันนิษฐานที่สอง คือ สมอมาจากคำว่า ถมอ แปลว่าหิน แครงมาจากคำว่า แกร่ง ทั้งสองคำนี้เป็นคำในภาษาเขมร รวมกันเป็น ถมอแครง หรือ สมอแครง หมายความว่า หินแกร่ง 

ข้อสันนิษฐานที่สาม คือ สมอมาจากชื่อต้นสมอ และคำว่า แครง แปลว่า งดงาม รวมแล้วหมายความว่า วัดที่มีต้นสมอขึ้นเรียงรายกันอย่างงดงาม

วัดแห่งนี้เป็นวัดเก่าแก่มากแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ และได้รับการบูรณะปฏิสังขรเรื่อยมา จนกระทั่งในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 เจ้าขรัวตาของกรมพระพิทักษ์เทเวศร์ หรือพระองค์เจ้ากุญชร พระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาศิลา ได้มาทำนุบำรุงวัดแห่งนี้ รวมถึงพระองค์เจ้ากุญชรด้วย ดังนั้น รัชกาลที่ 3 จึงพระราชทานชื่อวัดสมอแครง ใหม่เป็น “วัดเทวราชกุญชร” 

พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์สมัยรัชกาลที่ 3 ของเจ้าพระยาทิพากรวงศ์ บันทึกไว้ว่า “…เจ้าขรัวตาของท่านกรมหมื่นพิทักษ์เทเวศร์บูรณะวัดสมอแครงวัด ๑ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานชื่อว่า วัดเทวราชกุญชร…”

พระพุทธเทวราชปฏิมากร ปางมารวิชัย
พระพุทธเทวราชปฏิมากร ปางมารวิชัย (ภาพจาก เฟซบุ๊ก วัดเทวราชกุญชร)

ชื่อใหม่ของวัดสะท้อนถึงคติความเชื่อพรามหณ์-พุทธ โดยคำว่า เทวราช หมายถึง ราชาผู้เป็นใหญ่ สื่อถึงพระอินทร์ และคำว่า กุญชร หมายถึง ช้างเอราวัณพาหนะของพระอินทร์ อีกทั้งยังสะท้อนเรื่องเทวราชาที่ยกให้กษัตริย์เป็นสมมติเทพลงมาจัดระเบียบและปกครองมนุษย์ ซึ่งเป็นคติเก่าแก่ตั้งแต่สมัยอยุธยา

วัดเทวราชกุญชร วรวิหาร จึงเป็นวัดหนึ่งที่สำคัญมากในกรุงเทพฯ นอกจากจะมีประวัติยาวนานมาตั้งแต่สมัยอยุธยาแล้ว ยังมีสถาปัตยกรรมล้ำค่าสะท้อนคติความเชื่อทางพุทธศาสนา อีกทั้งยังมีความสำคัญต่อราชสำนักและราษฎร และเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่มีคุณค่าต่อคนรุ่นหลัง

พระอินทร์ทรงช้าง หน้าพิพิธภัณฑ์สักทอง
พระอินทร์ทรงช้าง หน้าพิพิธภัณฑ์สักทอง (ภาพจาก เฟซบุ๊ก วัดเทวราชกุญชร)

อ่านเพิ่มเติม : 

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่


อ้างอิง : 

มูลนิธิสิริวัฒนภัคดี. วัดเทวราชกุญชร. นครปฐม : รุ่งศิลป์กํารพิมพ์ (๑๙๗๗), ๒๕๖๐.


เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 15 มิถุนายน 2569