“เผาพระบุพโพ” ขั้นตอนหนึ่งในพระราชพิธีพระศพแต่โบราณ ทำกันอย่างไร?

พระโกศทรงพระบรมศพสมเด็จฯ เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร ประดิษฐานบนเบญจาแว่นฟ้าทองคำ ณ พระเมรุพิมาน ประกอบเรื่อง การเผาพระบุพโพ
ภาพประกอบเนื้อหา - พระโกศทรงพระบรมศพสมเด็จฯ เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร ประดิษฐานบนเบญจาแว่นฟ้าทองคำ ณ พระเมรุพิมาน (พระอุโบสถวัดบวรสถานสุทธาวาส) ภายใต้พระเศวตฉัตร 7 ชั้น (22 มกราคม 2443) (ภาพจาก : สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ)

การเผาพระบุพโพ ส่วนหนึ่งในพระราชพิธีพระบรมศพและพระศพของเจ้านายแต่โบราณ กระทำกันอย่างไร?

เนื่องจากสมัยก่อนพระบรมศพและพระศพเจ้านายจะต้องบรรจุอยู่ในพระบรมโกศหรือพระโกศ ไม่ใช่หีบศพสมัยใหม่ที่ช่วยรักษาสภาพศพได้อย่างในปัจจุบัน จึงต้องมีวิธีจัดการกับ “พระบุพโพ” หรือน้ำเหลือง ซึ่งเป็นของเสียที่ไหลออกจากศพ แล้วแยกออกมาเผาต่างหาก

ขั้นตอนการ “สุกำศพ” หรือแต่งพระบรมศพ เครื่องสุกำ (เครื่องทรง) ทั้งหลายตลอดจนการห่อผ้าขาวจำนวนมาก ส่วนหนึ่งก็เพื่อซับพระบุพโพไว้นั่นเอง

พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระโกศทองใหญ่
ลายเส้นจำลองลักษณะของพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระโกศทองใหญ่ ในหนังสือของเคาน์โบวัว เชื่อว่าวาดจากพระราชดำรัสตรัสเล่าโดยรัชกาลที่ 4 เกี่ยวกับพระราชพิธีพระบรมศพของพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าฯ จะเห็นธรรมเนียมการบรรจุพระบรมศพใส่ในพระโกศพร้อมเครื่องราชูปโภคต่าง ๆ ฉลองพระองค์เต็มยศในท่านั่งยอง ๆ (ภาพจาก ไกรฤกษ์ นานา – สงวนลิขสิทธิ์ภาพ)

นอกจากนี้ การประดิษฐานพระโกศยังมีการทำ “ทาง” สำหรับให้พระบุพโพไหลออกมาได้สะดวกและรวมไว้ที่แห่งเดียว ตามที่ “จดหมายเหตุรัชกาลที่ ๓” กล่าวถึงการประดิษฐานพระบรมโกศพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 ไว้ว่า

“ชาวที่เชิญพระเสลี่ยงแว่นฟ้าเข้าไปรับพระบรมโกศเชิญเสด็จขึ้นสู่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทมุขฝ่ายปราจีนทิศ แล้วเชิญพระบรมโกศขึ้นประดิษฐานเหนือพระแท่นแว่นฟ้า ๓ ชั้นที่พนักงานสี่ตำรวจแต่งไว้… 

ให้พนักงานช่างทหารในเจาะพื้นพระมหาปราสาท สนมพลเรือนเอาใบบัวดีบุกรองใต้พื้นพระบรมโกศ เอาไม้ไผ่ทะลวงข้อทำท่อหยั่งลงไปใต้พื้นพระมหาปราสาทถึงถ้ำที่รองพระบุพโพ”

เป็นหลักฐานว่า ด้านใต้พระบรมโกศจะมีช่องและท่อสำหรับนำพระบุพโพให้ไหลออกสู่ภาชนะข้างล่างที่เรียกว่า “ถ้ำ”

สำหรับการจัดการกับพระบุพโพ จะกระทำหลังพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลและการสร้างพระเมรุแล้วเสร็จ เมื่อเตรียมพระเมรุพร้อมให้พระมหากษัตริย์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ถวายเพลิงพระศพแล้ว ก่อนการถวายเพลิงพระสรีระ จะเริ่มต้นด้วยการเผาพระบุพโพ

ลำดับแรก เจ้าพนักงานจะเปลื้องเครื่องสุกำศพ นำสิ่งปฏิกูลภายในพระโกศ เช่น กระดาษฟาง หมอนหนุน ไปเผาพร้อมกับพระบุพโพ โดยจะมีการสดับปกรณ์ หรือการสวดอภิธรรม 7 คัมภีร์ก่อน ส่วนสถานที่เผาจะอยู่ตามวัดต่าง ๆ เป็นคนละส่วนกับการออกพระเมรุที่ท้องสนามหลวง หากมีการตั้งพระศพเจ้านายพร้อมกันหลายพระองค์ก็จะนำพระบุพโพไปเผาพร้อมกัน

พระมหาพิชัยราชรถ อัญเชิญพระโกศพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ (ภาพจาก สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ)

ข้อมูลพิธีกรรมบางส่วนยังปรากฏอยู่ใน “ราชกิจจานุเบกษารัชกาลที่ ๕” ให้รายละเอียดขั้นตอนและเครื่องประกอบพระอิสริยยศ ดังนี้

“วันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ รัตนโกสินทร์ศก ๑๐๘ เจ้าพนักงานเตรียมการที่จะได้แห่พระบุพโพพระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้าศรีเสาวภางค์ แต่วังพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหลวงเทวะวงษ์วโรประการ ไปเข้าปรำผ้าขาววัดสเกษครั้นเวลาบ่าย ๔ โมงเศษได้เชิญถ้ำพระบุพโพขึ้นราชยานกง แห่ไปโดยกระบวน มีธงชาย ธงมังกร ธงตขาบ พิณพาทย์ไทย คู่แห่กลองชนะจ่าปี่จ่ากลอง แตรสังข์เครื่องสูงแลมีคู่เคียงอินทร์พรหมแวดล้อมราชยานกงทรงถ้ำพระบุพโพตามธรรมเนียม

เมื่อถึงวัดสเกษแล้ว เชิญถ้ำพระบุพโพขึ้นบนพลับพลา สดับปกรณ์ของหลวงพระราชทานเพลิง แล้วพระราชทานเพลิงตามธรรมเนียมเสร็จแล้ว เจ้าพนักงานเชิญพระอังคาร พระบุพโพลงบรรจุในลุ้งแล้ว เชิญขึ้นราชยานกง แห่ไปพักไว้บนภูเขาทองวัดสเกษเปนเสร็จการ”

ภายหลังวิทยาการด้านการแพทย์ก้าวหน้า ประกอบกับการเปลี่ยนวิธีบรรจุพระบรมศพและพระศพมาไว้ในหีบพระศพแทน พระโกศจึงเป็นเครื่องประกอบพระอิสริยยศ ไม่ได้ใช้บรรจุพระบรมศพหรือพระศพจริง ๆ ไม่ต้องเตรียมถ้ำพระบุพโพและเผาตามธรรมเนียมเดิมแล้ว

อ่านเพิ่มเติม : 

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่


อ้างอิง : 

นนทพร อยู่มั่งมี. พระโกศ, สุกำศพ และเผาพระบุพโพ : พระราชพิธีพระบรมศพและพระศพเจ้านายสมัยกรุงรัตนโกสินทร์. นิตยสารศิลปวัฒนธรรม ฉบับกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551.


เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 19 ธันวาคม 2568