
| ผู้เขียน | กองบรรณาธิการศิลปวัฒนธรรม |
|---|---|
| เผยแพร่ |
“เทวดาช่วยเผา” หลังเสร็จสิ้นงานออกพระเมรุรัชกาลที่ 2
หลังจากพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 เสด็จสวรรคต เมื่อ พ.ศ. 2367 พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 จึงโปรดเกล้าฯ ให้ปลูกพระเมรุเพื่อประกอบพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพตามโบราณราชประเพณี
หลังจากเสร็จสิ้นพระราชพิธีข้างต้น ต่อมาปรากฏว่า สมเด็จพระอมรินทรามาตย์ (สมเด็จพระอมรินทราบรมราชินี) พระอัครมเหสีในรัชกาลที่ 1 เสด็จสวรรคต เมื่อ พ.ศ. 2369 จึงโปรดเกล้าฯ ให้ใช้พระเมรุองค์เดียวกันนั้นถวายพระเพลิงพระบรมศพ
ครั้นเสร็จพระราชพิธีแล้วจึงเริ่มรื้อถอนพระเมรุ แต่ยังรื้อไม่เสร็จสิ้น เหลือเพียงแต่โครง ปรากฏว่าเกิดสงครามกับลาวคราวกบฏเจ้าอนุวงศ์ งานรื้อถอนพระเมรุจึงค้างอยู่อย่างนั้น

พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (ภาพจาก หนังสือ พระราชพิธีบรมราชาภิเษก)
ผ่านไปจนสงครามใกล้จะสิ้นสุด วันหนึ่ง ในพระนครฝนตกพรำ ๆ เวลาประมาณ 2 ยาม หรือเที่ยงคืน ฟ้าผ่าลงมาที่พระเมรุจนทำให้ไฟไหม้ โดยไฟเริ่มลามจากยอดพระเมรุ แล้วไล่ลงมาถึงฐานรองรับองค์ปรางค์ แล้วเพลิงก็ไหม้ต่อลงมาจนเกิดเป็นแสงสว่างไปทั่วทั้งแม่น้ำ เพราะพระเมรุทำจากไม้และมีขนาดสูงใหญ่
ไฟไหม้ครั้งนี้เป็นที่กล่าวถึงกันมาก ชาวบ้านในพระนครต่างก็ตื่นตกใจกันยกใหญ่ ด้วยเพลิงลุกโหมกลางพระนครเหมือน “ลูกไฟนั้นเป็นถ่านก้อนโต ๆ”
บ้านที่อยู่ใต้ลมต่างพากันออกมาคอยระแวดระวังไม่ให้เศษเถ้าเศษไฟปลิวลอยมาตกใส่บ้านเรือนของพวกตนจนอาจไหม้ตามไปอีก โชคดีที่ลมไม่โหมแรงมากนัก ไฟไหม้ที่พระเมรุก็ไหม้จนหมด ไม่มีใครจะดับได้ คนจึงพากันพูดว่า
“บุญของพระเจ้าแผ่นดิน เทวดาช่วยเผาเสีย ถ้าจะรื้อคนของท่านก็จะล้มตายมาก ด้วยพระเมรุทำไว้กว่า 2 ปีแล้ว ไม้ยางผุ ถ้าคนรื้อก็หักพังลงมาตกตายทับตายมาก”
สะท้อนให้เห็นว่า พระเมรุในสมัยก่อนมีขนาดสูงและใหญ่มาก การก่อสร้างและรื้อถอนยังต้องใช้กำลังแรงงานคนเป็นหลัก อาจพลาดพลั้งพลัดตกลงมาจนบาดเจ็บหรือถึงขั้นสิ้นชีพได้เลยนั่นเอง

อ่านเพิ่มเติม :
- พระเมรุมาศนี้เป็นของใครแน่ พระจอมเกล้า, พระปิ่นเกล้า หรือเจ้านายพระองค์อื่น?
- พระเมรุมณฑป ที่ใช้ในงานพระศพเจ้านาย-พระสงฆ์ 9 องค์/รูป
สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่
อ้างอิง :
“331 ปี สกุลอมาตย์ และ 73 ปี แห่งการพระราชทานนามสกุลอมาตยกุล”. เรือนแก้วการพิมพ์, 2529.
เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 15 ธันวาคม 2568




