“ผี”ราชองครักษ์เฝ้า ร. 6 กราบถวายบังคมลาตายด้วยตนเอง

พระที่นั่งอัมพรสถานและพระที่นั่งอุดรภาค (ในวงกลม) พระราชวังดุสิต (ภาพwww.vajiravudh.ac.th)

“ผี”ราชองครักษ์แต่งเต็มยศใหญ่เฝ้า ร. 6 ที่พระที่นั่งอุดรภาค เพื่อกราบถวายบังคมลาตายด้วยตนเอง

ธรรมเนียมของข้าราชสำนักตั้งแต่สมัยโบราณ คือ เมื่อได้เข้ารับราชการถวายตัวเป็นข้าพระบาทคอยถวายงาน เมื่อถึงแก่กรรมแล้วก็จะต้องกราบบังคมทูลลาเพื่อให้พระเจ้าอยู่หัวรับทราบและมีพระราชวินิจฉัยพระราชทานเกียรติยศสมกับคุณงามความดีในตำแหน่งหน้าที่บริหารบ้านเมืองและข้าในพระองค์

ธรรมเนียมนี้ยังมีการสืบทอดมาถึงรัชกาลปัจจุบัน สำหรับผู้ที่เป็นข้าราชการกระทรวงหรือเป็นข้าในราชสำนักหรือข้าราชการที่ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตามชั้นที่กำหนด หรือเชื้อพระวงศ์ เมื่อถึงแก่กรรมแล้ว ผู้ที่เป็นทายาทหรือเจ้าภาพจะต้องจัดดอกไม้กระทง 1 กระทง ธูปไม้ระกำ 1 ดอก เทียน 1 เล่มมีพานรองพร้อม

ด้วยธรรมเนียมดังกล่าวจึงเกิดกรณี “ผีเข้าเฝ้าพระเจ้าอยู่หัว”

“ผี” ที่ว่าคือ นายพันโทจมื่นฤทธิ์รณจักร (กรับ โฆษะโยธิน) ผู้บังคับการทหารรักษาวัง และราชองค์รักษ์ ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อพระบรมวงศ์เธอ กรมพระนเรศวรฤทธิ์  สิ้นพระชนม์ [10 สิงหาคม 2468 ] ขณะนั้นพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จประทับอยู่ที่พระที่นั่งอุดร จะเสด็จพระราชทานน้ำสรงพระศพ

พระยาบำรุงราชบริพาธ เป็นผู้บันทึกเรื่องนี้ไว้ดังนี้

พระที่นั่งอุดรเป็นพระที่นั่งองค์เล็กมีเฉลียงเชื่อมต่อจากพระที่นั่งอัมพรสถานทั้งชั้นบนและชั้นล่าง แต่ก่อนจะถึงองค์พระที่นั่งอุดรมีอัฒจันทร์หินอ่อน เป็นทางลงและทางขึ้นระหว่างถนนผ่านกลาง ถนนนี้สร้างเพื่อรถพระที่นั่งเข้าเทียบ เมื่อมีพระราชประสงค์จะเสด็จขึ้นทางรถหรือเสด็จลงที่นั่น (ตามธรรมดาถ้าไม่รับสั่งเรียกเป็นพิเศษ รถพระที่นั่งจะเทียบที่หน้าพระที่นั่งอัมพรสถานบรรดาราชองครักษ์และมหาดเล็กเชิญเครื่องตามเสด็จ ก็จะไปรอเฝ้ารับเสด็จ ณ ที่นั่นด้วย)

การเสด็จพระราชดำเนินจากพระที่นั่งอุดร ไปประทับรถพระที่นั่งยังหน้าพระที่นั่งอัมพร จึงเสด็จพระองค์เดียวไม่มีใครตามเสด็จด้วย ตามธรรมดาก็มักจะเสด็จทางเฉลียงบนเป็นส่วนมาก แต่บางคราวอาจเสด็จพระราชดำเนินทางเฉลียงล่าง ตามพระราชอัธยาศัย และในวันนั้นก็บังเอิญเสด็จทางเฉลียงล่าง

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงนำมาเล่าที่โต๊ะเสวยว่า [ตามบันทึกพระยาบำรุงราชบริพาธบันทึก]

“พอเสด็จลงอัฒจันทร์ชั้นบน เลี้ยวออกพระทวารจเสด็จลงอัฒจันทร์ชั้นล่าง ก็ทอดพระเนตรเห็น นายพันโทจมื่นฤทธ์รณจักร (กรับ โฆษะโยธิน) ผู้บังคับการทหารรักษาวัง และเป็นราชองครักษ์เวรยืนเฝ้าถวายการเคารพอยู่ริมถนนเชิงอัฒจันทร์ ทรงก้าวลงจากอัฒจันทร์ พลางยกพระหัตถ์ขึ้นรับการเคารพ และทรงนึกในพระทัยว่า อีตาคนนี้เป็นราชองครักษ์เวร ทำไมไม่ไปคอยเฝ้ารับเสด็จที่หน้าพระที่นั่งอัมพร มายืนเฝ้าอยู่ที่นี่ทำไม

หรือจะมาคอยเฝ้าถวายหนังสือ บางทีอาจจะมีเรื่องที่จะกราบบังคมทูลเฉพาะพระองค์บ้างกระมัง แต่ก็เปล่า ไม่เห็นถวายหนังสือ หรือกราบบังคมทูลอะไรเลย และทรงรู้สึกแปลกพระทัยว่าวันนี้หมายกำหนดการให้แต่งเต็มยศขาว ทำไมตาคนนี้แต่งเต็มยศใหญ่

ครั้งจะทรงทักว่าแต่งตัวผิด ก็ทรงเกรงว่าเจ้าตัวจะตกใจกระทำให้เกิดปฏิกิริยาขึ้น  จึงเสด็จพระราชดำเนินผ่านไปโดยมิได้รับสั่งทักทายอย่างหนึ่งอย่างใด เสด็จมาประทับรถพระที่นั่ง หน้าพระที่นั่งอัมพรสถาน เลยมิได้เอาพระทัยใส่ต่อนายพันโท จมื่นฤทธิ์รณจักร”

จนการพระราชทานน้ำสรงพระศพ กรมพระนเรศวรฤทธิ์ ตามราชประเพณีเสร็จเรียบร้อย ครั้นเสด็จกลับมาถึงพระที่นั่งอุดรก็ทอดพระเนตร เห็นดอกไม้ธูปเทียนถวายบังคมทูลลาตายตั้งอยู่ จึงทรงหยิบซองหนังสือขึ้นเปิดทอดพระเนตรมีข้อความว่า

“ดอกไม้ธูปเทียนของข้าพระพุทธเจ้า นายพันโทจมื่นฤทธิ์รณจักร (กรับ โฆษะโยธิน) ขอพระราชทานกราบบังคมลาถึงแก่กรรม ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะฯ”

ทันใดนั้นก็ทรงระลึกได้ว่า นายพันโท จมื่นฤทธิ์รณจักร แต่งเต็มยศใหญ่มาเฝ้าทรงรู้สึกผิดสังเกตอยู่แล้วนั้น ที่แท้ก็เพื่อมากราบถวายบังคมลาตาย ด้วยตนเอง


ข้อมูลจาก :

พระยาบำรุงราชบริพาธ. เรื่องผีมาเฝ้าและการประชวรจนสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว, พิมพ์เป็นอนุสรณ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ สดสุข กาญจนาม ณ เมรุวัดทเพศิรินทราวาส 12 กันยายน 2515


เผยแพร่เนื้อหาในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 19 พฤศจิกายน 2561