จีนคัดนางในอย่างไรที่ว่าโหด จาก 5,000 มีแค่ 50 ได้เป็นสนมจักรพรรดิ ใช้เกณฑ์อะไรตัดตัว

ภาพประกอบเนื้อหา - ภาพวาดพระสนมประกอบหนังสือร้อยเรื่องราววังต้องห้าม, 2560

เรื่องราวในพระราชวังจีนมีให้เล่ามากมายไม่จบสิ้น แต่ดูเหมือนว่าหัวข้อที่คนสนใจก็ยังไม่พ้นเรื่องนางใน โดยสมัยราชวงศ์หมิงเป็นช่วงที่พระราชวังคับคั่งไปด้วยบุคลากรในพระราชวัง โดยเฉพาะนางกำนัล ตามบันทึกแล้วช่วงเวลานั้นมีนางกำนัลในพระราชวังมากถึง 9,000 คน ขณะที่การคัดเลือกนางในก็เข้มข้นอย่างมาก

ตามบันทึกเรื่องการคัดเลือกนางในไปจนถึงพระสนมในพระราชวังจีน แต่ละราชวงศ์มีรายละเอียดแตกต่างกัน สำหรับราชวงศ์หมิง ว่ากันว่าจักรพรรดิหงอู่ (จูหยวนจาง) จำเป็นต้องป้องกันภัยจากบรรดาญาติของพระสนมและพระมเหสี การคัดเลือกพระสนมและพระมเหสีจึงต้องมาจากสามัญชนทั้งหมด บันทึกหลายแห่งบอกเล่าสถานการณ์บ้านเมืองเมื่อถึงช่วงคัดเลือกว่า ชาวบ้านต่างหวั่นวิตก รีบจับคู่แต่งงานกันเพื่อหลีกเลี่ยงถูกคัดเลือกอันเป็นผลให้ประชากรเพิ่มขึ้น

ขณะที่ราชวงศ์ชิงมุ่งรักษาสายเลือดในราชวงศ์ซึ่งเป็นชนชั้นปกครอง จึงเป็นราชวงศ์ที่เลือกพระสนมและพระมเหสีจากคนในตระกูล 8 กองธง (สมัยราชวงศ์ชิงแบ่งกองทหารเป็น 8 กลุ่ม ผู้ควบคุมจะเป็นผู้มีสัมพันธ์หรือเป็นญาติในตระกูลของจักรพรรดิและพระญาติในราชวงศ์ชิง) โดยคัดเลือกทุก 3 ปี พิธีคัดเลือกนางในครั้งแรกของราชวงศ์ชิงจัดในรัชศกซุ่นจื้อปีที่ 11 หลังจากจักรพรรดิซุ่นจื้อเป็นต้นมา บุตรีของขุนนาง 8 กองธงทั้งที่เป็นแมนจู มองโกล และชาวฮั่นที่มีอายุ 13-17 ปี ต้องเข้ารับคัดเลือก หากยังไม่ผ่านการคัดเลือกมีข้อกำหนดห้ามแต่งงานเด็ดขาด แต่เมื่อใดที่อายุเกิน 17 ปีและไม่เคยได้รับเลือกถึงจะแต่งงานได้ สำหรับผู้รับผิดชอบดูแลงานคือกระทรวงการคลัง

นอกจากนี้ จ้าวกว่างเชา ผู้เขียนและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับพระราชวังต้องห้ามบันทึกในหนังสือ “ร้อยเรื่องราววังต้องห้าม อธิบายว่า เน่ยอู้ฝู่ (กรมวัง) จะเป็นฝ่ายคัดเลือกสตรีจากเปาอี ของ 3 กองธงระดับสูง (ครอบครัวข้าทาสของหัวหน้ากองธงซึ่งเป็นชนชั้นสูง) เข้าวังเพื่อเป็นนางกำนัลในราชสำนักด้วย ย่อมเข้าข่าย “คัดสาวงาม” เช่นกัน โดยกลุ่มนี้ก็มีสิทธิได้เลื่อนขั้นเป็นพระสนมหากต้องตาองค์จักรพรรดิ เมื่อให้กำเนิดพระโอรสก็ได้ขึ้นเป็นพระมเหสี

สำหรับจำนวนพระมเหสี และพระสนมสมัยราชวงศ์หมิงมี 12 ระดับ ขณะที่จักรพรรดิคังซี แห่งราชวงศ์ชิงมี 8 ระดับ แม้ผู้ได้รับคัดเลือกจะถือว่ามีสิทธิเป็นถึงพระมเหสี แต่จำนวนไม่น้อยมักเกรงกลัวชีวิตที่ต้องไปอยู่ในมุมที่โดดเดี่ยวไม่เป็นที่รู้จัก หรือใช้ชีวิตวัยสาวอย่างเงียบเหงาในฐานะพระสนมของฝ่ายในในพื้นที่พระราชวังอันกว้างขวาง ที่เกรงกลัวย่อมไม่ใช่ปราศจากต้นตอ หากพิจารณาว่าสวัสดิการของนางกำลังมีมากมาย แต่ด้วยความเข้มงวดของราชวงศ์หมิง นางกำนัลแม้เสียชีวิตก็ไม่ได้ออกจากวัง สำหรับนางกำนัลที่สูงอายุ ร่างกายอ่อนแอจะโดนส่งไปอยู่ที่อานเล่อถัง (สมัยราชวงศ์ชิงเรียกว่าจี๋อานสั่ว) ตลอดชีวิต

คราวนี้คงต้องพูดถึงรูปแบบการคัดเลือกที่ว่าเข้มงวดของราชวงศ์หมิง ไม่เพียงแค่เข้มในแง่เกณฑ์แล้ว ในแง่จำนวนก็ถือว่าคัด 1 จาก 100 เลยทีเดียว

ตัวอย่างที่จ้าวกว่างเชา หยิบยกมาเล่าคือการคัดในสมัยรัชศกเที่ยนฉี่ปีที่ 1 ซึ่งจักรพรรดิซีจงจะจัดพิธีอภิเษกสมรส จี้เสี่ยวหลานบันทึกใน “หมิงอี้อานหวงโฮ่วไว่จ้วน” ว่า ตอนต้นจะคัดเลือกสตรีอายุ 13-15 ปี รวมแล้ว 5,000 คนจากทั่วอาณาจักร จากนั้นจึงมาตรวจสอบคุณสมบัติอย่างเข้มงวด

บันทึกเล่าว่า “ต้องมีฟันเรียงกันได้ระเบียบ ขันทีตรวจสอบตามเกณฑ์ กล่าวว่าฟันบางคนยาวไป ฟันบางคนสั้นไป ฟันบางคนอ้วนไป ฟันบางคนผอมไป สตรีเหล่านี้ล้วนถูกคัดออก ต้องกลับบ้าน 1,000 คน

วันถัดมา เหล่าสตรียืนเหมือนวันก่อน ให้ขันทีสำรวจใบหู ดวงตา ปาก จมูก ผม ผิว แขนขา เอว ไหล่ หลัง หากลักษณะใดลักษณะหนึ่งมิได้คุณสมบัติจะมิได้รับคัดเลือก อีกทั้งให้สตรีเหล่านั้นขานเชื้อชาติ แซ่ ปีเกิด อายุ หากฟังเสียงแล้วค่อนข้างคล้ายบุรุษ เสียงอ่อนแรงไป เสียงต่ำไป เสียงตะกุกตะกัก จะถูกตัดออกทั้งหมด มีผู้ที่ถูกคัดออก 2,000 คน

วันถัดมา ขันทีนำอุปกรณ์วัดมาวัดขนาดมือเท้าของสตรี เมื่อวัดเสร็จให้เดินวนไปมาหลาย 10 ก้าวเพื่อดูความสมบูรณ์ โดยจะคัดสตรีที่ข้อมือสั้นไป เท้าใหญ่ไป กิริยาหลุกหลิกออก ในรอบนี้คัดออกอีก 1,000 คน

ที่เหลือ 1,000 คน จะได้รับเรียกเข้าวัง ให้นางในเป็นผู้คัดเลือกด้วยการพาเข้าห้องมิดชิด สำรวจหน้าอก ดมกลิ่นรักแร้ มัดผิวหนังดูริ้วรอย ผู้ที่ได้รับคัดเลือกมีเพียง 300 คนเท่านั้น ทั้งหมดได้เป็นนางใน

ตลอดระยะเวลา 1 เดือนที่อยู่ในพระราชวัง จะโดนสังเกตลักษณะนิสัยและการพูดจาอย่างละเอียดเพื่อวิเคราะห์ลักษณะต่างๆ รวมกันว่าเป็นคนแข็งกระด้างหรืออ่อนโยน ไร้สติปัญญาหรือเฉลียวฉลาด ดังนั้นผู้ที่ได้รับเลือกมีเพียง 50 คน ทั้งหมดได้เป็นพระสนม”

จะเห็นได้ว่าการคัดเลือกนางในสมัยราชวงศ์หมิงมีเกณฑ์หลักเน้นไปที่ “ความงาม” ขณะที่ราชวงศ์ชิงเน้นพิจารณาจากชาติตระกูลและคุณธรรมเพื่อบ่งบอกว่าจักรพรรดิให้ความสำคัญกับคุณธรรมไม่ได้ลุ่มหลงกามารมณ์

จักรพรรดิคังซีในราชวงศ์ชิงมีพระมเหสีและพระสนม 55 คน โดยชิงกงซู่เหวิน ระบุไว้ว่าเมื่อรัชศกคังซีปีที่ 49 จักรพรรดิตรัสแก่ต้าเสวียซื่อว่า นางกำนัลสมัยราชวงศ์หมิงที่มีถึง 9,000 คน ขันทีอีก 100,000 คน อาหารการกินไม่พอแจกจ่าย บางวันถึงกับมีคนอดตาย ในสมัยนั้นจึงเหลือแค่ 400-500 คน นอกจากนี้ ในสมัยราชวงศ์ชิง นางกำนัลที่ถวายงานครบวาระสามารถกลับบ้านและแต่งงานได้


อ้างอิง:

จ้าวกว่างเชา. ร้อยเรื่องราววังต้องห้าม. แปลโดย อชิรัชญ์ ไชยพจน์พานิช และชาญ ธนประกอบ. กรุงเทพฯ : มติชน, 2560

บทความก่อนหน้านี้
บทความถัดไป