วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร วัดสำคัญในเชียงใหม่ที่มีหอไตร 2 หลัง

หอไตร วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร เชียงใหม่ หลังแรกเป็นรูปทรงล้านนา หลังที่สองเป็นทรงล้านนาประยุกต์
หอไตรสองหลังที่อยู่ภายในวัดพระสิงห์วรมหาวิหาร เชียงใหม่

วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร วัดสำคัญในเชียงใหม่ที่มีหอไตร 2 หลัง

“วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร” หรือ “วัดพระสิงห์” เป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญที่ปรากฏอยู่ในรายชื่อแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมของเมืองเชียงใหม่ ซึ่งกำลังเสนอชื่อเพื่อขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก 

ด้วยเหตุที่วัดพระสิงห์เป็นวัดที่มีความสำคัญยิ่งในทางศิลปวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของล้านนามาตั้งแต่ต้นยุคราชวงศ์มังรายจนถึงปัจจุบัน ภายในวัดจึงเต็มไปด้วยศาสนวัตถุและศาสนสถานที่มีเอกลักษณ์ และสะท้อนถึงศรัทธาของพุทธศาสนิกชนชาวล้านนาที่มีต่อพุทธศาสนา

ความศรัทธาของพุทธศาสนิกชนชาวล้านนาดังกล่าวได้สะท้อนผ่านทั้งพระวิหารหลวงขนาดใหญ่ที่บูรณะโดยครูบาศรีวิชัยในปี พ.ศ. 2467-2468, วิหารลายคำอันวิจิตรงดงาม เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์หรือพระสิงห์ พระพุทธรูปสำคัญตามตำนานสิหิงคนิทาน รวมทั้งพระเจดีย์ทอง ซึ่งชาวล้านนานับถือกันว่าเป็นพระเจดีย์ประจำปีนักษัตรมะโรง

วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร เจดีย์สีทอง มีพระอุโบสถอยู่เบื้องหน้า มีกระถางดอกไม้ริมทางเดิน
ภายในบริเวณวัดพระสิงห์ (ภาพจาก ธนกร การิสุข)

แต่นอกเหนือจากศาสนวัตถุและศาสนสถานข้างต้นแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้วัดพระสิงห์มีลักษณะพิเศษแตกต่างจากวัดอื่น ๆ ในเชียงใหม่และล้านนาคือ หอไตร 

เพราะวัดพระสิงห์เป็นวัดแห่งแรกในเชียงใหม่ที่มีหอไตร 2 หลัง ต่างจากวัดปกติที่มีหอไตรเพียงหลังเดียว (อีกวัดคือ วัดแสนฝาง ซึ่งสร้างหอไตรหลังที่ 2 ในยุคหลัง ๆ ) 

หลังแรกเป็นหอไตรของวัด แต่หอไตรอีกหลังเป็นหอไตรส่วนตัวของ “ครูบาศรีวิชัย”

สำหรับหอไตรหลังแรกนั้น ตั้งอยู่หน้าวัดใกล้กับหน้าพระวิหารหลวง เป็นอาคารครึ่งปูนครึ่งไม้ ประดับตกแต่งด้วยลวดลายปูนปั้นรูปเทวดาและสัตว์ต่าง ๆ ข้อมูลจากหนังสือ “วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่” ขององค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยระบุว่า สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2354 โดยพระเจ้ากาวิละ 

หอไตรที่หน้าวัด วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร เป็นอาคารครึ่งปูนครึ่งไม้ มีลวดลายปูนปั้นสวยงาม
หอไตรที่หน้าวัดพระสิงห์ (ภาพจาก ธนกร การิสุข)

ขณะที่หอไตรหลังที่สองนั้น ทางวัดเรียกชื่อว่า “หอไตรปิฎก” หรือ “หอธรรมใหม่” ขณะที่จารึกอักษรธัมม์ล้านนาระบุว่า “หอพระธัมม์” 

หอไตรนี้ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือใกล้กับพระเจดีย์ เป็นอาคารปูนสองชั้น ชั้นล่างเปิดโล่ง ชั้นบนทึบ ข้อมูลจากหนังสือขององค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยระบุเพิ่มเติมว่า ก่อสร้างโดยหลวงอนุสารสุนทร (สุ่นฮี้ ซัวย่งเสง) และภรรยา 

หอไตรหลังนี้หลวงอนุสารสุนทรตั้งใจสร้างถวายครูบาศรีวิชัยพร้อมกับกุฏิส่วนตัว แต่เป็นที่น่าเสียดายว่าต่อมาภายหลังกุฏิหลังนั้นได้พังเสียหาย คงเหลือแต่เพียงหอไตรหลังดังกล่าวนี้ 

หอไตรปิฎก วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร ตั้งอยู่ท่ามกลางร่มไม้ เป็นอาคารปูน 2 ชั้น
หอไตรที่หลวงอนุสารสุนทรสร้างถวายครูบาศรีวิชัย (ภาพจาก ธนกร การิสุข)

ปัจจุบันหอไตรทั้งสองหลังยังคงได้รับดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดี โดยไม่นานมานี้ทางวัดพระสิงห์ได้ร่วมกับคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และภาคเอกชน ทำการสำรวจและอนุรักษ์คัมภีร์ใบลานซึ่งเก็บรักษาไว้ในหอไตรของวัดพระสิงห์ทั้งสองหลัง ซึ่งการสำรวจนั้นยังได้นำมาสู่การค้นพบคัมภีร์ใบลานเรื่อง “โลกวินัย” ซึ่งจารโดยครูบาศรีวิชัยด้วย

อ่านเพิ่มเติม  :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่


อ้างอิง : 

คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. “เสวนาวิชาการ “ครูบาศรีวิไชยกับหอไตรวัดพระสิงห์หลวงเวียงเชียงใหม่”.” 19 มีนาคม 2568. https://www.soc.cmu.ac.th/news/detail/2038

คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. “เสวนาวิชาการ “100 ปี ครูบาศรีวิไชยกับการบูรณะวัดพระสิงห์หลวง เวียงเชียงใหม่”.” 24 มีนาคม 2569. https://www.soc.cmu.ac.th/news/detail/2322

องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย. วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่. เชียงใหม่: ดาวคอมพิวกราฟิค, 2543.


เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 21 กรกฎาคม 2569