เจ้านายสยามหลายพระองค์ ไม่ได้ทรงพระโกศตามธรรมเนียมทันที แต่บรรจุพระศพในหีบก่อน

เจ้านายสยามหลายพระองค์ ไม่ได้ทรงพระโกศตามธรรมเนียมเดิมทันที
พระบรมอัฐิรัชกาลที่ 7 บรรจุในพระบรมโกศ ประดิษฐานในเรือรบหลวงแม่กลอง

เจ้านายสยามหลายพระองค์ ไม่ได้ทรงพระโกศตามธรรมเนียมเดิมทันที แต่บรรจุพระศพในหีบก่อน

หากพูดถึงธรรมเนียมเกี่ยวกับ “พระศพ” จะทราบกันดีว่าในอดีตพระศพของบรรดาเจ้านายสยามต่างต้องบรรจุไว้ที่พระโกศทันทีหลังจากสวรรคตหรือสิ้นพระชนม์ ทว่าก็มีเจ้านายหลายพระองค์ที่ได้นำพระศพบรรจุในหีบพระศพก่อน หลังจากนั้นจึงทรงพระโกศหรือบางครั้งก็ไม่ได้ทรงพระโกศเลย

เรื่องนี้เกิดขึ้นในหลากกรณี เช่น เจ้านายพระชันษาน้อยจะนำพระศพบรรจุไว้ในหีบให้เรียบร้อยและนำไปฝังไว้ก่อน จนถึงกำหนดพระราชทานเพลิงศพจึงขุดพระศพขึ้นมาทำตามธรรมเนียม เช่นกรณีพระศพของพระเจ้าน้องนางเธอ พระองค์เจ้าหญิงเจริญกมลสุขสวัสดิ์ พระราชธิดาในรัชกาลที่ 4 ที่สิ้นพระชนม์เมื่อพระชันษาเพียง 7 ปีเท่านั้น 

รัชทายาทรัชกาลที่ 6 เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ
สมเด็จฯ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ (ภาพ : Wikimedia Commons)

รัชกาลที่ 5 จึงโปรดให้เจ้าพนักงานขุดหีบพระศพภายในวัดสระเกศขึ้นมาใส่พระโกศ ก่อนอัญเชิญไปพระเมรุในบริเวณเดียวกัน ซึ่งในราษฎรก็มีความเชื่อดังกล่าวคือจะไม่เผาศพเด็กเล็ก แต่จะนำไปฝังและอาจขุดกระดูกมาประกอบพิธีศพในภายหลัง

นอกจากกรณีดังกล่าว การบรรจุพระศพไว้ในหีบก่อนทรงพระโกศตามธรรมเนียมยังเกิดกับเจ้านายที่เสด็จประทับต่างประเทศแล้วสิ้นพระชนม์ เช่น สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ ที่เสด็จทิวงคตที่สิงคโปร์ เมื่อ พ.ศ. 2463 กรณีนี้ได้ใช้หีบพระศพก่อนจะอัญเชิญโดยขบวนรถไฟมาที่หาดใหญ่ จากนั้นจึงเปลี่ยนจากหีบพระศพเป็นพระโกศทองน้อย

หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 เจ้านายสยามหลายพระองค์ก็สิ้นพระชนม์ที่ต่างแดนมากขึ้นและเกิดได้กรณีเช่นนี้มากมาย

ที่สำคัญคือ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่ รัชกาลที่ 7 เพราะพระองค์เสด็จสวรรคตที่ประเทศอังกฤษ เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2484 พระบรมศพลงหีบพระบรมศพขนาดใหญ่บุนวมอย่างดี แทนที่จะบรรจุในพระบรมโกศ และถวายพระเพลิงแบบเรียบง่าย ณ สุสานโกลเดอร์ กรีน

พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระโกศทองใหญ่
ลายเส้นจำลองลักษณะของพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระโกศทองใหญ่ ในหนังสือของเคาน์โบวัว เชื่อว่าวาดจากพระราชดำรัสตรัสเล่าโดยรัชกาลที่ 4 เกี่ยวกับพระราชพิธีพระบรมศพของพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าฯ จะเห็นธรรมเนียมการบรรจุพระบรมศพใส่ในพระโกศพร้อมเครื่องราชูปโภคต่าง ๆ ฉลองพระองค์เต็มยศในท่านั่งยอง ๆ (ภาพจาก ไกรฤกษ์ นานา – สงวนลิขสิทธิ์ภาพ)

การทรงพระโกศตามจารีตโบราณมีพิธีการและขั้นตอนซับซ้อนมาก เมื่อเปลี่ยนแปลงธรรมเนียมมาใช้หีบพระศพจึงสะดวกกว่าเดิม ดังที่ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ ทรงเล่าไว้ถึงการจัดพระบรมศพของรัชกาลที่ 7 ที่อังกฤษ ว่า

กรมขุนชัยนาทนเรนทร ประธานคณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์เสด็จตามพระโกศพระบรมอัฐิรัชกาลที่ 7 ลงจากเรือรบหลวงแม่กลอง

“พีระกับข้าพเจ้าเดินทางไปถึงโดยรถไฟเมื่อวันที่ ๒ มิถุนายน มีท่านชิ้น (หม่อมเจ้าศุภสวัสดิ์วงศ์สนิท) มารับที่สถานี เมื่อไปถึงที่ประทับก็เห็นมีคนไทยชุมนุมอยู่มากแล้ว ที่สำคัญนอกจากพระองค์สมเด็จ ก็มี พระอค์จิระศักดิ์ฯ และ ฯ หม่อมมณี พระองค์วรานนท์ฯ โอรสทูลหม่อมอาติ๋ว นอกจากนั้นก็มีหม่อมเจ้าอีกหลายพระองค์ เป็นโอรสธิดาเสด็จปู่สวัสดิ์บ้าง เป็นหม่อมเจ้าที่ทูลหม่อมอาทรงเลี้ยงอยู่บ้าง เมื่อไปถึงพอสมควรเวลาแล้วก็ได้ขึ้นไปถวายบังคมพระบรมศพ ซึ่งดูเหมือนบรรทมหลับอยู่ในพระหีบใหญ่บุนวมสีขาว ดูสบายดีกว่าที่จะต้องถูกจัดลงพระบรมโกศอย่างในเมืองไทยเรามักนัก”

จะเห็นได้ว่า ในอดีตที่ธรรมเนียมเดิมยังคงเข้มข้น แต่การบรรจุพระศพไว้ในหีบพระศพแทนการทรงพระโกศทันทีก็เริ่มปรากฏขึ้นบ้างแล้ว และยิ่งเมื่อวันเวลาผ่านไปธรรมเนียมดังกล่าวก็ค่อย ๆ ลดน้อยลง จนปัจจุบันในงานพระศพของเจ้านายหลายพระองค์ก็ทรงจะบรรจุพระศพไว้ในหีบพระศพแทนที่จะทรงพระโกศ ส่วนหนึ่งก็เพื่อความสะดวกสบายและเหมาะกับยุคสมัยนั่นเอง

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่


อ้างอิง 

นนทพร อยู่มั่งมี. ธรรมเนียมพระบรมศพและพระศพเจ้านาย. กรุงเทพฯ: มติชน, 2559.

https://www.silpa-mag.com/history/article_12544


เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2569