“กรมสมเด็จพระอมรินทรามาตย์” พระอัครมเหสี ร.1 ผู้มีพระจริยวัตรอย่างสามัญชน

พระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 ประกอบเรื่อง กรมสมเด็จพระอมรินทรามาตย์

กรมสมเด็จพระอมรินทรามาตย์ หรือ “ท่านผู้หญิงนาค” พระอัครมเหสีในรัชกาลที่ 1 ภรรยาเจ้าผู้มีพระจริยวัตรอย่างสามัญชน

รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 ไม่ได้มีการสถาปนาตำแหน่งพระอัครมเหสีอย่างเป็นทางการ แต่เข้าใจกันอยู่แล้วว่าตำแหน่งนั้นเป็นของ “ท่านผู้หญิงนาค” พระภรรยาเจ้าพระองค์แรกในรัชกาลที่ 1

เดิมท่านผู้หญิงนาคเป็นสามัญชน ชาวบ้านบางช้าง ตำบลอัมพวา เมืองสมุทรสงคราม ต่อมาได้สมรสกับรัชกาลที่ 1 ขณะที่ยังทรงดำรงตำแหน่งเป็นหลวงยกกระบัตรเมืองราชบุรี ในช่วงปลายกรุงศรีอยุธยา ก่อนที่กรุงจะแตก

ท่านผู้หญิงนาคมีพระราชโอรสและพระราชธิดารวม 10 พระองค์ ที่ทรงเจริญพระชนม์มี 5 พระองค์ ได้แก่ เจ้าฟ้าฉิมใหญ่, เจ้าฟ้าฉิม หรือพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2, เจ้าฟ้าแจ่ม หรือกรมหลวงศรีสุนทรเทพ, เจ้าฟ้าจุ้ย หรือสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาเสนานุรักษ์ และเจ้าฟ้าเอี้ยง หรือเจ้าฟ้าประไพวดี กรมหลวงเทพยวดี

“พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชครั้งดำรงพระอิสริยยศเป็นสมเด็จ
เจ้าพระยามหากษัตริย์ศึกเสด็จกลับจากราชการทัพเมืองเขมร” ภาพบนเพดานโดม ด้านทิศเหนือของพระที่นั่งอนันตสมาคม

เมื่อรัชกาลที่ 1 ทรงปราบดาภิเษกขึ้นครองราชย์แล้ว ท่านผู้หญิงนาคไม่ได้ประทับที่พระบรมมหาราชวัง พระองค์ยังคงประทับอยู่ที่พระราชวังเดิมฝั่งธนบุรี จะเสด็จฯ เข้าไปยังวังหลวงบ้างเป็นครั้งคราว เพื่อทรงเยี่ยมพระราชโอรสและพระราชธิดา แล้วเสด็จฯ กลับก่อนประตูวังปิดตอนค่ำ

แม้ว่าในทางนิตินัยและพฤตินัย ท่านผู้หญิงนาคจะได้เป็นเจ้านายชั้นสูงแห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ แต่พระจริยวัตรที่ทรงปฏิบัติอยู่เป็นประจำนั้น พระองค์ยังทรงดำรงเหมือนอย่างสามัญชน ไม่ทรงใช้คำราชาศัพท์กับพระบรมราชสวามีหรือกับพระราชโอรสและพระราชธิดา ทรงเรียกรัชกาลที่ 1 ว่า “เจ้าคุณ” และเรียกพระราชโอรสและพระราชธิดาว่า พ่อฉิม พ่อจุ้ย แม่แจ่ม อย่างที่เคยทรงเรียกมา

หลังจากรัชกาลที่ 1 เสด็จสวรรคต พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 ก็โปรดเกล้าฯ สถาปนาพระอิสริยยศพระบรมราชชนนีเป็น “กรมสมเด็จพระอมรินทรามาตย์”

พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (ภาพสีน้ำมัน ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง กรุงเทพฯ)

จะเห็นว่าพระอิสริยยศข้างต้นจะมีความคล้ายคลึงกับพระนาม “กรมพระเทพามาตย์” ซึ่งเป็นพระนามทรงกรมของเจ้านายสตรีในสมัยปลายกรุงศรีอยุธยา ที่พระมหากษัตริย์จะทรงสถาปนาพระอิสริยยศของพระราชมารดาให้มีพระนามทรงกรมลักษณะนี้ 

อย่างในสมัยสมเด็จพระเจ้าเอกทัศน์ เมื่อทรงครองราชย์แล้วก็โปรดเกล้าฯ สถาปนาพระอิสริยยศพระราชมารดา คือ กรมหลวงพิพิธมนตรี เป็น กรมพระเทพามาตย์ โดยคำว่า มาตย์ ก็อาจมาจากคำว่า มาตุ ที่แปลว่า แม่ นั่นเอง

แล้วตำแหน่งพระอัครมเหสีที่มีพระอิสริยยศเป็น “พระบรมราชินี” ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์มีพระองค์ใดอีกบ้าง? มาร่วมไล่เรียงไปพร้อมกันใน “สับประวัติศาสตร์ ZAB HISTORY ‘พระบรมราชินี’ ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ นางแก้วเคียงคู่ราชบัลลังก์”

อ่านเพิ่มเติม : 

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่


เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 12 พฤศจิกายน 2568