ตระกูลบุนนาค ทรงอิทธิพลสุดในสยามสมัยรัชกาลที่ 4 จากบันทึกของจอห์น เบาว์ริง

สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ ช่วง บุนนาค สมเด็จช่วง (ช่วง บุนนาค) เรียนภาษาอังกฤษที่ไหน ตระกูลบุนนาค ทรงอิทธิพลสุดในสยาม
สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค)

ตระกูลบุนนาค ทรงอิทธิพลสุดในสยามสมัยรัชกาลที่ 4 จากบันทึกของจอห์น เบาว์ริง

จอห์น เบาว์ริง ตัวแทนของราชสำนักอังกฤษที่ได้เข้ามาทำสนธิสัญญาทางการค้าและไมตรีกับสยามประเทศ เมื่อ พ.ศ. 2398 ตรงกับรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 เคยบันทึกเอาไว้ว่า “บุนนาค” เป็นตระกูลที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดในสยาม

ขุนนางตระกูลบุนนาคที่ทรงอำนาจมากคนหนึ่งก็คือ เจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ที่สมุหพระกลาโหม หรือ “ช่วง บุนนาค” อัครมหาเสนาบดีคนสำคัญในสมัยรัชกาลที่ 4 หากเปรียบเทียบให้เห็นภาพ ช่วง บุนนาค ก็คือนายกรัฐมนตรีในยุคปัจจุบัน ที่มีสิทธิขาดการบริหารราชการแผ่นดินในระดับที่สูงมากเลยทีเดียว

เซอร์จอห์น เบาริง

ในบันทึกของเบาว์ริงตอนหนึ่ง กล่าวถึง ช่วง บุนนาค ไว้ว่า

“บุคคลิกส่วนตัวของอัครเสนาบดีเป็นสิ่งที่น่าชื่นชมยิ่ง เขาเป็นบุคคลที่โดดเด่นที่สุด และตระกูลของเขาก็ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศ เขาเป็นกลจักรสำคัญที่อัญเชิญพระเจ้าแผ่นดินองค์ปัจจุบันขึ้นครองราชย์…”

อำนาจของขุนนางตระกูลบุนนาคเริ่มสั่งสมมาตั้งแต่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 เรื่อยมาจนถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 โดยสองพี่น้อง สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาประยูรวงศ์ หรือดิศ บุนนาค (ท่านเป็นบิดาของช่วง บุนนาค) และสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาพิไชยญาติ หรือทัต บุนนาค เป็นผู้นำคนสำคัญของตระกูล

อิทธิพลของตระกูลบุนนาคก็พุ่งถึงขีดสุดในสมัยรัชกาลที่ 4 ตำแหน่งสำคัญที่มีบทบาทหน้าที่ในการบริหารราชการแผ่นดินก็เป็นของขุนนางตระกูลบุนนาคแทบทั้งสิ้น

ทูตต่างประเทศ
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้เซอร์จอห์น เบาริ่ง อัครราชทูตอังกฤษ เข้าเฝ้า (ภาพจิตรกรรมเทิดพระเกียรติกษัตริย์แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ วาดโดย นคร หุราพันธ์ ปัจจุบันแขวนอยู่ภายในอาคารรัฐสภา)

นอกเหนือจาก “พ่อ-อา-ลูก” สามบุคคลที่กล่าวไปแล้ว ในสมัยรัชกาลที่ 4 ก็ยังโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งขุนนางตระกูลบุนนาคให้ดำรงตำแหน่งสำคัญอีกมาก ได้แก่ เจ้าพระยาทิพากรวงศมหาโกษาธิบดี หรือขำ บุนนาค, พระยามนตรีสุริยวงศ์ หรือชุ่ม บุนนาค, พระยาศรีพิพัฒน์รัตนราชโกษา หรือแพ บุนนาค, พระยาวรพงศ์พิพัฒน์ หรือแย้ม บุนนาค และพระยาสุรวงศ์ไวยวัฒน์ หรือวร บุนนาค

แปดขุนนางตระกูลบุนนาคได้เข้ายึดกุมหน่วยงานที่สำคัญของประเทศ คือ กรมพระกลาโหม, กรมพระคลัง, กรมพระคลังสินค้า, กรมท่า และกรมมหาดเล็ก ซึ่งครอบคลุมอำนาจการบริหารราชการแผ่นดินทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ และการทหาร

ขณะที่ขุนนางตระกูลอื่นก็ปรากฏรับราชการในตำแหน่งสูงอยู่บ้าง แต่จะมีตระกูลละเพียง 1-2 คนเท่านั้น เมื่อเปรียบเทียบแล้วจึงเห็นได้แตกต่างกันอย่างชัดเจนว่า ขุนนางตระกูลบุนนาคได้ยึดครองอำนาจการบริหารราชการแผ่นดินของสยามไว้เบ็ดเสร็จ 

สมกับที่เบาว์ริงกล่าวไว้ว่า “ตระกูลของเขาก็ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศ”

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่


อ้างอิง : 

เทอดพงศ์ คงจันทร์. การเมืองเรื่องสถาปนาพระจอมเกล้า. พิมพ์ครั้งที่ 2. มติชน, 2547.

กรมศิลปากร. บันทึกรายวันของเซอร์ จอห์น เบาริง, 2532.


เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 7 พฤศจิากยน 2568