“ลงสรงสนาน” พระราชพิธีเก่าแก่ ที่ ร.5 ทรงจัดขึ้น เพื่อสถาปนามกุฎราชกุมาร

พระราชพิธีลงสรงสนาน สมัยรัชกาลที่ 5 ครั้ง สถาปนา สมเด็จฯ เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร
พระราชพิธีลงสรงสนาน สมัยรัชกาลที่ 5 (ภาพจาก สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ)

พระราชพิธีลงสรงสนาน พระราชพิธีเก่าแก่หาชมยาก ที่ ร.5 ทรงจัดขึ้น เพื่อสถาปนา “มกุฎราชกุมาร” พระองค์แรกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ทรงสถาปนา สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ ขึ้นเป็น สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร เมื่อ พ.ศ. 2429 ขณะสมเด็จฯ เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ ทรงมีพระชนมายุ 9 พรรษา

สมเด็จฯ เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร พระราชพิธีลงสรงสนาน
สมเด็จฯ เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ (ภาพจาก สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ)

วาระมหามงคลคราวนั้น รัชกาลที่ 5 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประกอบพระราชพิธีตามโบราณราชประเพณีครั้งกรุงศรีอยุธยา ประกอบด้วย พระราชพิธีเฉลิมพระนามจารึกพระสุพรรณบัฏ พร้อมทั้งมี พระราชพิธีลงสรงสนาน ที่เรียกว่า “พิธีใหญ่” และโปรดให้เรียกการประกอบพระราชพิธีครั้งนี้ว่า พระราชพิธีมหาพิไชยมงคลลงสรงสนานเฉลิมพระปรมาภิไธย

ผศ. ดร. นนทพร อยู่มั่งมี เล่าถึงพระราชพิธีเก่าแก่นี้ไว้ในหนังสือ “สถิตสายขัตติยราช: ธรรมเนียมการสืบราชสมบัติไทย” (สำนักพิมพ์มติชน) ว่า

สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ มีการจัดพระราชพิธีลงสรงฯ ครั้งแรก เมื่อ พ.ศ. 2356 ในรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ 2) ที่ทรงจัดพระราชทาน “เจ้าฟ้ามงกุฎ” ซึ่งต่อมา คือ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4)

หลังจากนั้นได้ว่างเว้นหลายรัชกาล กระทั่งรัชกาลที่ 5 มีพระราชดำริสืบทอดแบบแผนพระราชพิธีนี้มิให้สูญหาย เพราะผู้รู้ธรรมเนียมการพระราชพิธีเหลืออยู่ไม่มาก จึงทรงใช้โอกาสในการสถาปนาองค์รัชทายาทตั้งการพระราชพิธีขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2429 ห่างจากพระราชพิธีครั้งแรกกว่า 70 ปี

ขบวนแห่พระสุพรรณบัฏ สมเด็จฯ เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร พระราชพิธีลงสรงสนาน
ขบวนแห่ในงานรับพระสุพรรณบัฏ สมเด็จฯ เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ เมื่อ พ.ศ. 2429 (ภาพจาก สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ)

การประกอบพระราชพิธีลงสรงฯ มีขั้นตอนหลายอย่าง ตั้งแต่การเตรียมแพลงสรงสนาน มีลักษณะเป็นแพรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาดใหญ่ กว้าง 9 วา สูงพ้นน้ำ 3 ศอก 1 คืบ 6 นิ้ว ทำเป็นแพชั้นนอก ส่วนชั้นในมีน้ำล้อมรอบกั้นราชวัติ (รั้ว) ระหว่างชั้น ศูนย์กลางแพคือปริมณฑลพระกรงเป็นน้ำสำหรับเสด็จลงสรง สร้างพระมณฑปด้วยไม้มะเดื่อครอบ

ภายในยังประกอบด้วยส่วนต่างๆ ที่มีรายละเอียดอีกมาก เช่น ตั้งเทวรูปประจำทั้ง 4 มุม สำหรับให้พราหมณ์อวยชัยเวลาลงสรง พร้อมทั้งสร้างบันไดลงสู่พื้นน้ำ บริเวณรายรอบปักฉัตรเครื่องสูง 7 ชั้น ส่วนกลางมณฑปมีพระกรงสำหรับสรงสนานบุผ้าขาวกรองน้ำโดยรอบทับด้วยลวด มีหลักสำหรับโผจับเวลาสรงสนาน

ด้านตะวันตกตั้งพระแท่นแว่นฟ้าและตั่งไม้มะเดื่อ สำหรับรับน้ำพระพุทธมนต์และน้ำพระกระยาสนาน ริมพระมณฑปในกรงมีมะพร้าวทอง-เงินอย่างละคู่ กุ้งทอง-นาก-เงิน อย่างละ 4 ตัว และปลาทอง-นาก-เงิน อย่างละ 4 ตัว เท่าขนาดกุ้งและปลาจริงๆ ลอยอยู่ทั้ง 4 มุม

ภายนอกแพลงสรงสนาน มีเรือพระราชพิธีลอยลำอารักขา พร้อมด้วยหมอจระเข้กระทำพิธีเวทมนตร์ คอยระวังจระเข้และสัตว์ร้ายไม่ให้เข้ามาในพระราชพิธี ส่วนบรรดาฝีพายต่างทอดแหเรียงกันเป็นลำดับเพื่อป้องกันสัตว์ร้าย

แพลงสรง เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ พระราชพิธีลงสรงสนาน
แพลงสรง ในพระราชพิธีลงสรงฯ สมัยรัชกาลที่ 5 (ภาพจาก สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ)

ขั้นตอนสำคัญ “พระราชพิธีลงสรงสนาน”

ผศ. ดร. นนทพร เล่าถึงพระราชพิธีลงสรงสนานอีกว่า เริ่มในช่วงเช้าของวันที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2429 มีพิธีสงฆ์ ได้แก่ การถวายอาหารบิณฑบาต ส่วนพิธีพราหมณ์ ได้แก่ การอ่านไสยเวทบูชาเทพเจ้าประจำมุมทั้ง 4 ทิศ เมื่อถึงพระฤกษ์แล้ว มโหรีต่างประโคมพร้อมด้วยยิงสลุตต่อเนื่องจนเสร็จสิ้นพระราชพิธี

สมเด็จฯ เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร พระราชพิธีลงสรงสนาน แพลงสรง
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงส่งสมเด็จฯ เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ ลงแพลงสรง (ภาพจาก สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ)

ส่วนขั้นตอนสำคัญของพระราชพิธีลงสรงสนาน หนังสือ “สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร” กรมศิลปากร เล่าไว้ดังนี้

“พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรับพระกรสมเด็จเจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ เสด็จลงบันไดแก้วไปยังพระกรงส่งพระราชทานให้สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงษ์ฯ พาเสด็จลงจุ่มพระองค์ในพระกรงสรงสนานด้วยมะพร้าวคู่ปิดเงินปิดทองถวายให้ทรงว่ายโผไปมา 3 เที่ยว แล้วขึ้นประทับบนพระแท่นแว่นฟ้าเหนือตั่งไม้อุทุมพรรองด้วยใบไม้ทรงเหยียบตามตำรับราชประเพณี ผินพระพักตร์ไปสู่มงคลทิศ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสอดพระมหาธำมรงค์นพรัตน พระราชทานน้ำพระมหาสังข์ทักษินาวัฏและน้ำพระเต้าเบญจครรภพระมหาสังข์ 5 พระมหาสังข์ 3 น้ำพระพุทธมนต์และน้ำพระกระยาสนาน กรมพระปวเรศวริยาลงกรณ์ พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นวชิรญาณวโรรส สมเด็จพระวันรัตน สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ถวายน้ำพระปริต ครอบพระกริ่ง แล้วพระบรมวงศานุวงศ์ฝ่ายหน้าฝ่ายในถวายน้ำพระพุทธมนต์”

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงเป็นรัชทายาทจนถึงพระชนมายุ 16 พรรษา เนื่องด้วยเสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2437

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่


อ้างอิง :

นนทพร อยู่มั่งมี. สถิตสายขัตติยราช: ธรรมเนียมการสืบราชสมบัติไทย. กรุงเทพฯ : มติชน, 2567


เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 23 กรกฎาคม 2568