“หลวงโกชาอิศหาก” มัสยิดหนึ่งเดียวในชุมชนจีนย่านสำเพ็งมาจากไหน?

อาคารมัสยิดหลวงโกชาอิศหากที่ก่อสร้างแบบยุโรป (ภาพถ่ายโดย ธัชชัย ยอดพิชัย)

มัสยิดหลวงโกชาอิศหาก ตั้งอยู่เลขที่ 979 ถนนทรงวาด เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ  ชื่อตามผู้ก่อตั้งมัสยิดคือ หลวงโกชาอิศหาก (เกิด บินอับดุลลาห์) และเป็นมัสยิดเพียงแห่งเดียวที่ตั้งอยู่ในย่านชุมชนจีนสำคัญอย่างสำเพ็ง ก่อตั้งมาแต่สมัยรัชกาลที่ 5 จนถึงปัจจุบัน

หลวงโกชาอิศหาก  (ภาพถ่ายโดย ธัชชัย ยอดพิชัย)

หลวงโกชาอิศหาก (พ.ศ. 2350-2440) ชื่อเดิม เกิด บินอับดุลลาห์ เป็นบุตร ของหวันมูซา กับนางจุ้ย ชาวเมืองไทรบุรี (ขณะนั้นเป็นจังหวัดหนึ่งของไทย) หลวงโกชาอิศหากเข้ารับราชการตําแหน่งล่ามมลายู กรมท่าขวา ทําหน้าที่ติดต่อกับชาวต่างประเทศที่เข้ามาทําการค้าขายกับกรุงสยาม หรือบรรดาประเทศราชแหลมมลายูที่มาถวายเครื่องราชบรรณาการเป็นประจําทุกปี

จอห์น ครอเฟิร์ด ทูตจากประเทศอังกฤษ ที่เข้ามายังกรุงสยามในรัชกาลที่ 2 เพื่อเจริญสัมพันธไมตรีและเจรจาการค้า บันทึกของเขา ตอนหนึ่งก็กล่าวถึง “หลวงโกชาอิศหาก” ไว้เช่นกันว่า สยามได้จัดส่งเจ้าพนักงานซึ่งมีหน้าที่ดูแลและคอยเป็นล่ามของราชทูต บุคคลผู้นี้มีตําแหน่งเป็นหลวงโกชาอิศหาก มีชื่อว่า “นักโกด่าอาลี” ซึ่งเป็นขุนนางมุสลิมเชื้อสายมลายู ตําแหน่งล่ามแขกฝรั่งในกรมท่าขวา เดิมเป็นนายเรือและพ่อค้าชื่อเกิด  

หลวงโกชาอิศหากรู้จักและคุ้นเคยกับบรรดาชาวต่างชาติทั้งหลายเป็นอย่างดี โดยเฉพาะชาวต่างประเทศที่นับถือศาสนาอิสลามที่มาติดต่อค้าขายทางเรือกับประเทศไทย ขณะนั้นท่าจอดเรือในกรุงเทพฯ จะอยู่บริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยา โดยเริ่มตั้งแต่บางรักไปถึงท่าราชวงศ์ ชาวต่างประเทศที่นับถืออิสลามจึงขอร้องให้ท่านได้จัดหาที่สําหรับทําการละหมาด จะได้ไม่ต้องเดินทางไปละหมาดที่มัสยิดไกลๆ เนื่องจากการคมนาคมลําบากมาก

ซึ่งกลายเป็นจุดเริ่มต้นในการก่อสร้าง “มัสยิดหลวงโกชาอิศหาก”

แล้วหลวงโกชาอิศหากก็จัดหาซื้อที่ดินได้แปลงหนึ่งมีเนือ้ที่ประมาณ 2 ไร่ อยู่ใกล้แม่น้ำเจ้าพระยา  และท่าเรือที่ชาวต่างชาติจอดเรือขนถ่ายสินค้า โดยจัดสร้างเรือนไม้เล็กๆ เรียกว่า “บ้านแล” พอเป็นที่ละหมาดเท่านั้นยังไม่มีความสะดวกสบาย ต้องเดินบนสะพานเล็กๆ ข้ามร่องสวนเจ้าไป (เวลานั้นยังไม่มีถนนทรงวาด) ต่อมาบ้านแลเริ่มทรุดโทรม ลงเรื่อย

ถึงสมัยรัชกาลที่ 5 หลวงโกชาอิศหากมีความตั้งใจจะสร้างมัสยิดให้มั่นคงถาวรสืบไป จึงทำการเรี่ยไรทรัพย์สินเงินทองจากลูกหลานที่มีฐานะมั่นคง รวมกับเงินทองส่วนตัวของท่านที่ได้สะสมไว้เพื่อการนี้โดยเฉพาะ ในส่วนของพื้นที่ด้านหน้าสร้างเป็นอาคารทรงยุโรปตามสมัยนิยมขณะนั้นสำหรับประกอบศาสนพิธี ส่วนพื้นที่ด้านหลังจัดเป็นกุโปร์สำหรับฝังศพประมาณ 1 ไร่

ภายหลังหลวงโกชาอิศหากก็ถึงแก่กรรม ในปี 2440 พระโกชาอิศหาก (หมัด บินอับดุลลาห์) เป็นบุตรคนโตของท่านเป็นผู้ดูแลคนต่อมา ปัจจุบันการบริหารงานของมัสยิดดำเนินการโดยบุคคลในสกุล “มันตรัฐ” ซึ่งเป็นเชื้อสายของหลวงโกชาอิศหาก โดยมีวันละหมาดใหญ่คือทุกวันศุกร์ เวลาประมาณเที่ยง ชาวมุสลิมที่อาศัยอยู่ในบริเวณสําเพ็ง และเยาวราชจะเข้ามาร่วมกันทําละหมาด

SUMMER SALE! ลดราคาพิเศษกลับมาแล้ว สมัครสมาชิกรายปีนิตยสาร ศิลปวัฒนธรรม ลดราคา 40% เฉพาะสมัครวันที่ 1-30 เม.ย. 64 คลิกดูข้อมูลเพิ่มและสมัครที่นี่


ข้อมูลจาก

วิษณุ ทรัพย์สมบัติ. “มัสยิดหลวงโกชาอิศหาก” ใน, สำเพ็งประวัติศาสตร์ชุมชนในกรุงเทพฯ,  สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกณณ์มหวิทยาลัย พิมพ์ครั้งที่ 2 พ.ศ. 2559


เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 2 ธันวาคม 2563

บทความก่อนหน้านี้
บทความถัดไป