ธานินทร์ อินทรเทพ ผู้ร้อง “กิเลสมนุษย์” กับบทบาทในคณะ “สุเทพโชว์” ผุดเพลงหนังในตำนาน

ธานินทร์ อินทรเทพ (ด้านบนสุด)

สมัยมาจัดรายการ “มุมความสุข” ที่วิทยุศึกษาเมื่อปีสองปีก่อน ก็ตอนค่ำๆ จากสองถึงสี่ทุ่มสัปดาห์ละ ครั้งครั้งละ 2 ชั่วโมง รายการนี้นักจัดคนเดิมเขาชอบเอาเพลงไทยลูกกรุงเก่าๆ มาเปิด และเมื่อคนเก่าไม่อยู่แต่ มีคนใหม่อย่างผมมานั่งแทนจึงเจอดี

คอเพลงบ้านเราบางคนชอบ ลองของใหม่ครับ ที่พูดยังงี้เหตุเพราะว่าเจอกับตัวจังๆ ก็เรื่องเพลงเก่าในยุคก่อนนั่นแหละ

รูปแบบรายการที่ผมทําคือเปิด เพลงที่เลือกเองบ้าง บางทีเปิดตามใจคนฟัง ถ้าไม่มีเพลงตามที่ขอก็จะกลับไปหาที่บ้านแล้วเอามาใช้ในสัปดาห์ต่อๆ ไป มีเหมือนกันที่ผู้ฟังใจดีเขาส่งซีดีมาให้เปิด คือไม่ชอบฟังคนเดียว แต่อยากให้ดีเจเปิดออกอากาศ เพราะกําชับว่า

“ต้องเปิดให้ได้นะ ผมส่งแผ่นมาแล้ว”

เออ…เอากะเขาสิ

ในจํานวนเพลงตามคําขอนี่ล่ะครับที่คอเพลงเขามักลองผมคือ ลองภูมิว่า เพลงที่บอกที่แนะเนี่ยรู้จักไหม? มีที่มาที่ไปยังไง? แล้วมีไหม? จะได้ฟัง ไหม? เป็นต้น ซึ่งผมก็ตอบไปตามที่รู้ อะไรไม่รู้ก็บอกตรงๆ ว่าไม่รู้ และที่ขอกันมาเมื่อหาเจอก็จะเอามาให้ฟัง หากไม่เจอะหรือไม่มีก็อดครับ แต่มีแล้ว รับรองเปิดให้แน่นอน

อย่างตอนโน้นมีอยู่คืนไปนั่งจัดได้แค่สัปดาห์ที่ 2 หรือ 3 ตอนนั้นสักสามทุ่มเศษมีเสียงชายอยู่คนโทร. เข้ามา

“นี่คุณ มีเพลงหนังไหม อยากฟังเพชรตัดเพชรน่ะ”

“โอเพลงนี้ไม่ค่อยมีใครขอ ต้องหาก่อนครับ” ผมบอก

“ในหนังสมัยโน้นไง มีมั้ย?” คุณพี่เค้นอีก

“ให้ผมหาก่อนนะขอรับ” ผมตอบแล้ววางสาย

คืนนั้นเมื่อกลับถึงบ้านจึงค่อยๆ พลิกซีดีหลายแผ่นหาเพชรตัดเพชร หาอยู่พักใหญ่ไปเจอะในชั้นวางซีดี พวกเพลงหนัง มีครับเพชรตัดเพชร ของคณะสุเทพโชว์ ที่ร้องว่า

เพชรตัดเพชรต้องเพชรตัดเพชร เพชรตัดเพชรต้องเพชรตัดเพชร
ทุกสิ่งสรรค์เกิดมาเฆี่ยนกัน เช่นงูเห่านั้นพ่ายแพ้พังพอน
เสือกินเนื้อส่วนนกหินหนอน แมงกระชอนตกน้ำปลาตอด โถ..เป็นไปได้

ไม้ก็แพ้มีดและคมขวาน หินสะท้านพ่ายแพ้ค้อนใหญ่
เสือโดนช้างเหยียบสู้ไม่ไหว (แบนแต๊ดแต๋) ช้างตัวใหญ่พ่ายแพ้มดแดง โถ..เวทนา

เช่นความรักฉันยังพ่ายเธอ เฝ้าแต่เพ้อรักเธอจนบ้า
โธ่…ชีวิตฉันใครสร้างมา เทพเจ้าองค์ไหน

เว้นแต่เพชรตัดเพชรด้วยกัน เพชรเท่านั้นตัดเพชรพอได้
ไม่ใช่เพชรตัดเพชรไม่ไหว แข็งอย่างไรตัดเพชรไม่ขาด เพชรจึงยิ่งใหญ่

เพชรตัดเพชรต้องเพชรตัดเพชร เพชรตัดเพชรต้องเพชรตัดเพชร…..

นี่คือเพลงเอกจากภาพยนตร์ยิ่งใหญ่ระบบซีเนมาสโคป 35 มม. สีอิสต์แมนเรื่องเพชรตัดเพชร นําแสดงโดยพระเอก มิตร ชัยบัญชา ปะทะลือชัย นฤนาท และนางเอก เพชราเชาวราษฎร์ ประชันนางเอกสาวสวยจีน เรจิน่า ไป่ปิง พร้อมดาราชั้นนําของไทยคับคั่ง เช่น เกชา เปลี่ยนวิถี อดุลย์ ดุลยรัตน์ วิไลวรรณ วัฒนพานิช ฉายที่โรงภาพยนตร์เฉลิมเขตร์ เชิงสะพานกษัตริย์ศึก เมื่อ พ.ศ. 2509

เพลงเพชรตัดเพชร ครูสุรพล โทณะวณิก ศิลปินแห่งชาติแต่งทั้งเนื้อและทํานอง วงดนตรีซิลเวอร์แซนด์บรรเลงเพลง คณะสุเทพโชว์ มีสุเทพ วงศ์กําแหง เป็นหัวหน้ากับนักร้องในวงประกอบด้วย ทนงศักดิ์ ภักดีเทวา ธานินทร์ อินทรเทพ มนูญ เทพประทาน นริศ ทรัพย์ประภา และ อดุลย์ กรีน ขับร้องในภาพยนตร์และบันทึกแผ่นเสียง

ตอนนี้มารู้จักนักร้องของวงกันครับ ซึ่ง สุเทพ วงศ์กําแหง หรืออาเทพเคยเล่าถึงนักร้องในวงชุดนี้ให้ผมฟังอยู่เหมือนกันตั้งแต่ทนงศักดิ์ ภักดีเทวา ลูกชายป้าทอง หรือ สุลาลีวัลย์ สุวรรณทัต ดารานักแสดงอาวุโสตั้งแต่สมัยละครเวทีเฟืองๆ หลังสงครามโลกครั้งก่อน ทนงศักดิ์เคยไปเมืองจีนกับคณะของสุวัฒน์ วรดิลก เมื่อ พ.ศ. 2500 พอกลับเมืองไทยจึงเข้าวงการบันเทิง เพราะบริษัทที่เคยว่าจ้างเขาไม่ให้ทํางานแล้ว

ธานินทร์ อินทรเทพ ชายหนุ่มที่คลั่งไคล้เสียงเพลงมาแต่เด็ก เป็นลูกศิษย์ ครูพยงค์ มุกดา ศิลปินแห่งชาติ ครูพยงค์เห็นหน่วยก้านจึงพามาให้อยู่ในทีมของอาเทพ จากนั้นอาเทพได้เปลี่ยนนามสกุลจากเดิม อินทรแจ้ง เป็น อินทรเทพ เขาจึงเป็นชาวเทพคนแรกของค่าย

มนูญ เทพประทาน ครูสอนหนังสือจากต่างจังหวัด ชอบร้องเพลงลูกกรุง มาหาอาเทพเพื่อฝากตัวเป็นลูกศิษย์ อาเทพส่งไปร้องในไนต์คลับ เห็นซุ่มเสียงดีจึงรับเป็นทีมงานให้ใช้นามสกุลในการร้องว่า เทพประทาน

นริศ ทรัพย์ประภา นักแต่งเพลง นักร้อง นักเรียบเรียงเสียงประสานมือหนึ่งของไทยในยุคก่อน ศิลปินผู้นี้อาเทพบอกว่า เป็นมือขวาในการทําเพลงชุดสุเทพโชว์หรือสุเทพคอรัสจนโด่งดังติดใจคอเพลงมาแต่ครั้งโน้นจนถึงปัจจุบัน

อดุลย์ กรีน ศิลปินนักร้อง นักแสดง เคยเล่นหนังเล่นละครมาก่อนที่จะเข้าวงสุเทพโชว์ อาเทพเล่าว่า ตอนนั้น นริศ ทรัพย์ประภา เป็นคนพามา บอกให้เล่นตลกๆ หรือให้ร้องเพลงก็ได้

อดุลย์เป็นลูกผสมไทย อังกฤษ หน้าตาออกฝรั่ง รูปร่างสูงโปร่ง ไว้หนวด ชอบขยับหนวดทําหน้าทะเล้นส่งเสียงแปลกๆ ให้ขําๆ อย่างในเพลงเพชรตัดเพชร เขาทําเสียง เพี้ยนๆ ประสานว่า “แบนแต๊ดแต๋…” ให้ครึกครื้น อดุลย์มาโด่งดังมากจากเพลงที่ร้องคู่กับมานี มณีวรรณ ชุดจุดเทียน ซึ่งสมัยโน้นถูกแบนเป็นเพลงต้องห้าม คืองดเปิดออกอากาศด้วย

ภาครัฐเห็นว่าทะลึงลามก แต่ยิ่งห้าม ก็เหมือนยิ่งยุเพราะเพลงชุดจุดเทียน ที่ร้องว่า “จุดเทียนเวียนวนเรามา สองคนวนเอ๋ยวนเวียน…หมุนกลับสลับ เปลี่ยนเรามาดับเทียนเวียนเอ๋ยเวียน วน…” กลับมียอดขายสูงปรี๊ดเรตติ้ง พุ่งกระฉูด คนหาฟังกันทั้งเมือง เพลงชุดนี้จึงขายดิบขายดีทําเอาทั้งอดุลย์ กับมานีชื่อกระฉ่อนจนคอเพลงจําได้มาถึงขณะนี้

นั่นคือนักร้องของวงสุเทพโชว์ ในหนังเรื่องเพชรตัดเพชร เพลงที่คนฟังรายการวิทยุผมเขาขอครับ

บทความก่อนหน้านี้
บทความถัดไป