4 สถานที่ล่องแก่งที่รอคุณไปพิชิต

ถ้าเป็นหน้าหนาวก็ต้องชวนกันไปปีนเขาดูทะเลหมอก แต่พอถึงหน้าฝนต้องดั้นด้นไปผจญภัยกับการล่องแก่ง ที่ต้องนำเรือฝ่าสายน้ำที่เชี่ยวกรากที่ไหลคดเคี้ยวไปตามแก่งหินน้อยใหญ่ ถือเป็นบททดสอบความกล้าปนความสนุกสนานเร้าใจ ในช่วงเดือนกรกฎาคม-ตุลาคมเป็นช่วงฤดูฝน น้ำฝนจากธรรมชาติที่ตกลงมานอกจากจะเติมความชุ่มชื้นให้ผืนป่าแล้ว ยังช่วยให้ลำน้ำเกาะแก่งต่างๆ กลับมีชีวิตขึ้นอีกครั้ง “ล่องแก่ง” จึงกลายเป็นการเที่ยวแบบแอดเวนเจอร์ที่คนชอบเกมกีฬาทางน้ำห้ามพลาด

การล่องแก่งในฤดูน้ำหลากเช่นนี้ นอกจากความกล้าแล้วยังต้องใช้ทักษะในการบังคับเรือ เพื่อจะเอาตัวรอดจากการปะทะกับแก่งหินและสายน้ำที่กระแทกตัวเรือยาง เป็นบททดสอบสมรรถภาพของร่างกายที่มีจุดหมายปลายทางคือชัยชนะที่เปียกปอนแต่มันสะใจมาก

เมืองไทยมีแก่งลำน้ำสำหรับการล่องแก่งท้าทายให้ทดสอบความกล้า ท้าความสนุกสนานอยู่หลายแห่ง และนี่คือ 4 แก่งที่รอคุณไปพิชิต

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลก์ Facebook : Bangkok Bank SME

แก่งลำน้ำว้า จังหวัดน่าน

ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติแม่จริม จังหวัดน่าน ได้ชื่อว่ายากและท้าทายที่สุดของการล่องแก่งในเมืองไทย และยังติดอันดับต้นๆ ของเอเชียด้วยด้วยความยาว 125 กิโลเมตร ซึ่งถ้าใครต้องการจะพิชิตแก่งที่สวยงามแห่งนี้ต้องใช้เวลาล่องแก่งถึง 2 วันเต็ม

แก่งลำน้ำว้ามีต้นน้ำจากทิวเขาหลวงพระบาง ไหลคดเคี้ยวไปตามหุบเขาจนเกิดแก่งหินและวังน้ำ สองข้างทางเป็นป่าไม้ที่ยังอุดมสมบูรณ์ ถูกแบ่งออกเป็น 3 ช่วง คือน้ำว้าตอนบน ตอนกลาง และตอนล่าง โดยตอนบน 35 กิโลเมตร ถือว่าโหดสุด เพราะผ่านโขดหิน น้ำวน และน้ำตกเป็นระยะๆ เรียกได้ว่าแก่งปราบเซียนทีเดียว มีครบทุกความท้าทาย เหมาะสำหรับนักล่องแก่งที่มากประสบการณ์ ส่วนตอนกลางและตอนล่างเป็นสนามสำหรับมือใหม่ที่มาหาประสบการณ์

แก่งน้ำเข็ก จังหวัดพิษณุโลก

ลำน้ำเข็กมีแหล่งกำเนิดจากเทือกเขาเพชรบูรณ์ ในเขต อำเภอเขาค้อ ไหลผ่านอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง มาเป็นน้ำตกศรีดิษฐ์ และน้ำตกแก่งโสภาอันสวยงามและมีชื่อเสียงของจังหวัดพิษณุโลก มีระยะทางในการล่องแก่งเพียง 8 กิโลเมตร ซึ่งใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง

ความท้าทายของลำน้ำเข็กคือมีถึง 17 แก่งที่มีความยากง่ายต่างกัน โดยเริ่มต้นจากระดับ 1 กระแสน้ำยังนิ่งพายไปได้เรื่อยๆ จากนั้นกระแสน้ำจะเริ่มแรงขึ้นสร้างความสนุกสนานท้าทาย ส่วนไฮไลต์อยู่ที่ระดับ 5 ซึ่งมีด้วยกัน 4 แก่งคือ แก่งซาง, แก่งโสภารา, แก่งนางคอย, และแก่งยาว ด้วยกระแสน้ำค่อนข้างแรงทำให้ต้องใช้ฝีมือในการพายเพื่อหลบหินน้อยใหญ่ พอมาถึงช่วงปลายของลำน้ำเข็ก น้ำจะไหลเอื่อยๆ ให้ได้พักแรงพร้อมกับชมทิวทัศน์ป่าไม้สองข้างทางอย่างมีความสุขกับชัยชนะ

แก่งหินเพิง จังหวัดปราจีนบุรี

เป็นอีกที่หนึ่งที่สถานที่ที่พิสูจน์ความกล้าของคนรักการเที่ยวแบบผจญภัยได้อย่างครบเครื่องเรื่องล่องแก่ง ในช่วงฤดูฝนน้ำจะไหลเชี่ยวมาก ตัวแก่งหินเพิงมีลักษณะเป็นลานหินหักเทลื่นลงมาจนเกิดเป็นกระแสน้ำวนขนาดใหญ่และเชี่ยวกราก ต้องใช้ความสามารถและทักษะในการพายเป็นอย่างยิ่ง สุดยอดของความท้าทายอยู่ที่ 4 แก่ง คือแก่งหนามล้อมที่มีวังน้ำวนขนาดใหญ่, แก่งวังบอน มีกระแสน้ำไหลลาดเอียง 30 องศา เรียกว่าถ้าบังคับเรือไม่ดีมีหวังโดนเททั้งลำกันเลย, แก่งลูกเสือ เป็นแก่งเล็กๆ ที่สามารถหยุดพักหายใจฟื้นฟูกำลังกันก่อน, แก่งวังไทร เป็นแก่งลาดเอียง กระแสน้ำจะไหลผ่านเกาะแก่งต่างๆ แล้วม้วนตัวเป็นวงคลื่นต้องใช้ทักษะความชำนาญในการพายเรือค่อนข้างสูง และแก่งสุดท้าย แก่งงูเห่า มีลักษณะคล้ายกับฝายกั้นน้ำ ที่จะทำให้เรือพุ่งทะยานไปข้างหน้าได้อย่างหวาดเสียว

แก่งนครนายก

เป็นสายน้ำที่มีต้นกำเนิดมาจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ไหลลงมากลายเป็นน้ำตกนางรอง ไหลมาบรรจบกับแม่น้ำนครนายก ซึ่งไหลมาจากน้ำตกเหวนรกภายในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ กระแสน้ำไหลแรง ตลอดเส้นทางของแม่น้ำนครนายกเป็นเส้นทางคดเคี้ยว ต้องใช้ทักษะในการพายเรืออย่างมากตลอด 2 ชั่วโมงของการพิชิตสายน้ำแห่งนี้

ส่วนไฮไลต์อยู่ที่แก่งหินสามชั้นซึ่งเป็นแก่งสุดท้าย โดยก่อนจะถึงตัวแก่งสามชั้นระยะทางไม่กี่เมตรจะเป็นโค้งหักศอก ถ้าผ่านพ้นมาได้ก็จะเจอแก่งหินสามชั้นที่มีลักษณะเทลาดเอียงลงมาเป็นขั้นบันได ระยะทางยาวประมาณ 50 เมตร กระแสน้ำจะไหลวนลงมากระทบกับโขดหินน้อยใหญ่ที่จมอยู่ใต้น้ำ จนเกิดเป็นลูกคลื่นม้วนตัวเข้าหาหินสูงประมาณหนึ่งเมตร ถ้าสามารถผ่านด่านนี้มาได้ถือว่าผ่านการทดสอบความกล้าได้เต็มร้อยเลย

คลิกอ่านเพิ่มเติม

ปลดล็อคดาวน์โควิด ไปพิชิต Sky Walk เมืองไทย
Green Season เที่ยวป่าหน้าฝนต้องไปโดนสักครั้ง


Bangkok Bank SMEเราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพคลิก หรือสายด่วน 1333

บทความก่อนหน้านี้
บทความถัดไป