นายกรัฐมนตรีในอุดมคติ? ของอดีตนายกรัฐมนตรี ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช

(ภาพจาก คึกฤทธิ์ 2528)

การประชุมสังสรรค์ของสมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2518  ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช นายกรัฐมนตรีรับเชิญไปกล่าวปาฐกถาแก่สมาชิกของสมาคม หัวข้อว่า “คึกฤทธิ์ ปราโมช: เป็นนายกรัฐมนตรีมันยากแค้น แสนลำเค็ญ” ตอนหนึ่งของปาฐกถาดังกล่าว ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ อธิบายถึง นายกรัฐมนตรีในอุดมคติของตนเองว่า [เน้นคำ และจัดย่อหน้าใหม่เพื่อสะดวกในการอ่าน]

“กระผมคิดว่าควรจะเป็นคนค่อนข้างหนุ่ม อายุประมาณสัก 45 ปี จะได้มีพลังกายเข้มแข็งพอที่จะสู้งานได้ประมาณ 18 ชั่วโมงต่อวัน

ควรจะเป็นคนที่สายตาแหลม มองอะไรทะลุปรุโปร่ง และมีวิจารณญาณดี รู้จักวินิจฉัยสิ่งต่างๆ โดยตลอดอย่างทั่วถ้วนทุกแง่มุม ทั้งในด้านผลที่จะเกิดขึ้นภายในบ้านในเมืองเอง และในความสัมพันธ์ระหว่างชาติ

นายกรัฐมนตรีควรเป็นคนที่สามารถทําให้กลุ่มพลังผลักดันทุกกลุ่มพอใจได้ โดยสามารถเกลี่ยกล่อมบุคคลที่คิดจะมาจองล้างทางการเมือง ให้หันมาเห็นดีเห็นชอบด้วยได้

ในเวลาเดียวกันก็เก่งกาจในศิลปทางการเมืองถึงขนาดเล่นกล เรียกคะแนนเสียงมาช่วยให้ร่างพระราชบัญญัติที่สําคัญๆ ผ่านสภาฯไปได้

นายกรัฐมนตรีควรเป็นคนมีพรสวรรค์ชั้นพิเศษ มีบุคลิกที่สามารถดึงดูดใจชาวบ้าน นายกรัฐมนตรีควรจะมีชีวิต ส่วนตัวที่สะอาดและบริสุทธิ์ ไร้มลทินและจุดอ่อนที่จะทําให้เพลี่ยงพล้ำได้ง่าย

ท้ายที่สุดจะต้องเป็นคนรักชาติบ้านเมือง ไม่แต่เท่านั้น ยังจะต้องเป็นผู้มีมนุษยธรรมและการุณยธรรมสูง มีความเข้าใจในความทุกข์ยากของมนุษยชาติอีกด้วย”

ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช เจ้าของปาฐกถาข้างต้น เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 13 ของไทย ส่วน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน

วันนี้ประเทศมีนายกฯ ถึง 29 คน แล้ว ไม่รู้ว่านายกฯ คนใดเป็นนายกฯ ในอุดมคติของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์

ข้อมูลจาก

ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์. “การเปิดความสัมพันธ์กับ ‘จีนแดง’ (วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2518) พิจารณาผ่านงานศึกษาเรื่อง ‘แนวความคิดทางการเมืองของ ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช นายกรัฐมนตรี’ ใน, เอกสารประกอบการสัมมนาวิชาการ เรื่อง 30 ปี ความสัมพันธ์ไทย-จีน 600 ปี ซำปอกง/เจิ้งเหอ กับอยุธยาและอุษาคเนย์, วันที่ 25 พฤศจิกายน 2548


เผยแพร่ข้อมูลในระบบบออนไลน์เมื่อ 23 กันยายน 2563

บทความก่อนหน้านี้
บทความถัดไป