ธวัชชัยเปิดใจ “เข้าร้านผิด ชีวิตเปลี่ยน”

ธวัชชัยกล่าวกับฟิลลิป "ห้องนี้เปลี่ยนชีวิตผม" ในภาพธวัชชัยกำลังตรวจสอบแผนที่กรุงศรีอยุธยา (Judia) ที่พิมพ์รวมอยู่ในหนังสือ The History of Japan หรือจดหมายเหตุแกมป์เฟอร์ (Engelbert Kaempfer) พิมพ์ที่กรุงลอนดอน ค.ศ. ๑๗๒๗/พ.ศ. ๒๒๗๐

ผมจำได้ดีซัมเมอร์ปี ๑๙๙๖ ตอนนั้นยังเรียนอยู่ที่ประเทศอังกฤษ บ่ายวันหนึ่งผมอยากไปตัดผมที่ร้านย่านเซาท์เคนซิงตัน (South Kensington) กรุงลอนดอน พอไปถึงปรากฏว่าคิวแน่น ก็ไม่เป็นไร ไปเดินเล่นสักพักค่อยกลับมา

ขณะที่กำลังเดินเล่น จู่ๆ ผมเหลือบเห็นแผนที่โบราณวางโชว์อยู่หน้าร้านแผนที่ The Map House บนถนน Beauchamp Place

“…ก็สวยดี แต่แพงหรือเปล่าไม่รู้ อยากได้ไปติดผนังห้อง”

ผมตัดสินใจเดินเข้าไปในร้าน

“สวัสดีครับ ไม่ทราบว่าคุณมีแผนที่ประเทศไทยบ้างไหมครับ”

“เรามีครับ เชิญท่านที่แกลเลอรี่บนชั้นสองครับ”

คุณฟิลลิป (Philip Curtis) พาผมไปยังห้องแผนที่ (map gallery) เป็นห้องขนาดย่อมลักษณะคล้ายห้องอ่านหนังสือ (study) หรือห้องทำงานของผู้ดีอังกฤษ ตรงกลางห้องมีโต๊ะไม้ขนาดใหญ่รายล้อมด้วยตู้แผนที่ ทั้งมีแผนที่โลกสีเทาหม่นแขวนบนผนัง ดูมีมนต์ขลังเหมือนในหนังเชอร์ล็อก โฮมส์

“ว้าว! ห้องนี้สวยจัง” ผมอุทานพลางพึมพำในใจ “ไม่น่าเข้ามาเลย”

“ท่านสนใจประเทศไทยเท่านั้นหรือครับ เรายังมีแผนที่ประเทศจีนและญี่ปุ่นให้ท่านเลือกด้วย”

“ผมขอประเทศไทยก็พอครับ ที่จริงผมแค่เดินผ่าน มองลอดเข้ามาเห็นแผนที่สวยดี เลยขอแวะ…”

ผมเริ่มกังวล ไม่คิดว่าแกลเลอรี่ชั้นบนจะเลิศหรู ของในห้องต้องแพงแน่เลย

“เชิญท่านตามสบายครับ ขอเวลาสักครู่ ผมมีแผนที่ประเทศไทยหลายแผ่นให้ท่านเลือกชม”

ฟิลลิปเปิดลิ้นชัก หยิบแผนที่สยามและกรุงศรีอยุธยามาให้เลือก เขาให้ข้อมูลรายละเอียด อธิบายความสำคัญของแผนที่แต่ละแผ่น

“This is a rather splendid map … เป็นแผนที่สยามเขียนโดยบาทหลวงพลาซิด (P. Placide) พิมพ์ปี ค.ศ. ๑๖๘๖ ปีเดียวกับที่คณะราชทูตสยามไปฝรั่งเศส ส่วนแผ่นนี้เป็นแผนที่อยุธยาโดยโจแลง (F. Jollain) พิมพ์ปีเดียวกัน เป็นแผนที่อยุธยาที่งดงามและให้รายละเอียดมากที่สุด ตรงนี้เป็น Palais du Roy หรือพระบรมมหาราชวัง มุมขวาบนคือผังเมืองละโว้ ม้วนแผนที่ทางด้านซ้ายแสดงเส้นทางลำน้ำเจ้าพระยาจากปากอ่าวสยามจรดชานกรุงศรีอยุธยา สังเกตว่ามีหมู่บ้านกระจายเกือบทั่วทั้งสองฟากของแม่น้ำ บ่งบอกถึงความสำคัญของสายน้ำต่อวิถีชีวิตของผู้คนในสมัยนั้น ส่วนทางด้านขวาล่างเป็นที่ตั้งของชุมชนชาวต่างชาติ อาทิ โปรตุเกส ฮอลันดา มลายู ญี่ปุ่น และจีน ฯลฯ”

แผนที่แต่ละแผ่นถนอมรักษาไว้ในซองโพลีเอสเตอร์เรียกว่า “ไมลาร์ชีท” (mylar sheet) ตรงมุมล่างของแผนที่มีตัวเลขและตัวอักษรเขียนด้วยดินสอแสดงรหัสสินค้า ราคา และปีที่พิมพ์

ผมแอบมองราคาและปีพิมพ์ ๕,๐๐๐ ปอนด์, ๖,๐๐๐ ปอนด์, ๑๖๘๖, ๑๖๙๖, ๑๗๑๓ ฯลฯ

อุแม่เจ้า! ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยเห็นกระดาษอะไรเก่าขนาดนี้ เก่าสุดที่เห็นเป็นภาพถ่ายคุณพ่อและคุณแม่สมัยยังจีบกัน แต่แผนที่บนโต๊ะมีอายุไม่ต่ำกว่าร้อยปี บางแผ่นสามถึงสี่ร้อยปี ย้อนไปสมัยอยุธยาตอนต้น

ส่วนราคาแผนที่ แพงกว่าค่าเรียนปริญญาโทที่อังกฤษสมัยนั้นเสียอีก!

ปากบอกซื้อไม่ไหว แต่ใจเหมือนต้องมนต์สะกด มีอะไรบางอย่างเหนี่ยวรั้งไม่ให้ผมไปจากห้อง และฟิลลิปก็ใจเย็น ไม่กดดัน ไม่แสดงอาการดูแคลนลูกค้าที่พลัดหลงเข้ามาในร้าน

“เอาน่า ไหนๆ เข้ามาแล้ว คนขายเสียเวลากับเราเป็นชั่วโมง ถ้าไม่ซื้อเดี๋ยวเสียฟอร์ม เขาจะพาลดูถูกคนไทยไปทั้งหมด”

ขณะที่กำลังเลือกแผนที่ ผมพลันเห็นแผนที่อยุธยาราคาไม่แพง (๒๔๐ ปอนด์) ฟิลลิปเห็นผมให้ความสนใจกับแผนที่แผ่นนี้ เลยกล่าวขึ้นว่า

“แผ่นนี้ก็น่าสนใจ เป็นแผนที่โดยเบลแลง (J. N. Bellin) พิมพ์ที่กรุงปารีสเมื่อปี ค.ศ. ๑๗๖๔ หรือเพียงสามปีก่อนเสียกรุงฯ”

ผมขอยืมเครื่องคิดเลขมาคำนวณปีพุทธศักราช

“เออ จริงด้วย เป็นแผนที่กรุงศรีอยุธยา พ.ศ. ๒๓๐๗ ตรงกับสมัยพระเจ้าเอกทัศน์ น่าจะเป็นแผนที่แผ่นสุดท้ายก่อนเสียกรุงฯ อีกทั้งพิมพ์ขึ้นสองร้อยปีก่อนเราเกิดพอดี” (ผมเกิดปี ๒๕๐๗)

แผนที่กรุงศรีอยุธยา (Ville de Siam ou Juthia) จากหนังสือ Le Petit atlas maritime เล่ม ๓ โดย Jacques-Nicolas Bellin ช่างแผนที่ฝรั่งเศส พิมพ์ที่กรุงปารีส ค.ศ. ๑๗๖๔/พ.ศ. ๒๓๐๗ เป็นแผนที่แผ่นแรกของธวัชชัย แผ่นสุดท้ายของอยุธยา (ภาพจากห้องสมุด ธวัชชัย ตั้งศิริวานิช อนุญาตให้ใช้เพื่อการศึกษาเท่านั้น)

“ถ้าท่านเพิ่งเริ่มต้นสะสม ผมขอแนะนำแผ่นนี้ เป็นแผนที่หายาก สภาพดี ทั้งราคาย่อมเยา ถ้าท่านสนใจ ผมคิดให้ราคาพิเศษ”

“โอเค ผมขอซื้อแผ่นนี้ครับ”

ผมสารภาพกับฟิลลิปในภายหลังว่า ทีแรกไม่ได้คิดจะซื้อ แต่เกรงใจเพราะได้รับความรู้จากเขามากมาย อีกทั้งใช้เวลาในร้านร่วมสองชั่วโมง ไม่ซื้อจะน่าเกลียด

ฟิลลิปหัวเราะชอบใจ “ไม่มีปัญหา ผมคุยกับคุณสนุกมาก ตอนคุณเดินเข้ามาผมรู้สึกว่าคุณดูไม่ค่อยมั่นใจ แต่สักพักคุณเปลี่ยนเป็นคนละคน ผมสังเกตเห็นความตื่นเต้น ความอัศจรรย์ใจที่ฉายชัดออกมาทางแววตา คุณถามซอกแซก จดรายละเอียด ถามชื่อผู้เขียนและปีพิมพ์ ลูกค้าคนอื่นเขาไม่เป็นแบบนี้”

“ผมเชื่อตั้งแต่นาทีนั้นว่าคุณจะกลับมาใหม่”

แล้วก็เป็นเช่นนั้น ทุกครั้งที่ผมไปลอนดอน ผมจะแวะไปเดอะแมพเฮาส์ ไปทักทายฟิลลิป ไปนั่งเล่นรำลึกความทรงจำในห้องๆ นี้ ห้องที่เปลี่ยนชีวิตผม

งานเปิดตัวหนังสือ “กรุงศรีอยุธยาในแผนที่ฝรั่ง” ที่หอจดหมายเหตุแห่งชาติเมื่อเดือนกันยายน ๒๕๔๙ สิบปีพอดีนับจากวันที่ธวัชชัยซื้อแผนที่แผ่นแรก
ธวัชชัยและฟิลลิปใน “ห้องรับรองพิเศษ” ห้องนี้ไม่อนุญาตให้บุคคลทั่วไปเข้าชม แผนที่เอเชียบนผนังห้องและหนังสือโบราณในมือของธวัชชัย ล้วนมีมูลค่าไม่ต่ำกว่าหนึ่งล้านปอนด์ ธวัชชัยถามฟิลลิป “ถ้าหนังสือหลุดมือไปทำไง” เขาตอบขำๆ “ก็ไม่เป็นไร เรามีประกัน”
แผนที่และภาพพิมพ์ที่ฟิลลิปนำมาให้ธวัชชัยเลือกชมในวันนั้น (ตามเข็มนาฬิกา เริ่มจากแผ่นสีแดง) แผนที่กรุงศรีอยุธยาโดย J. N. Bellin (ค.ศ. 1764/พ.ศ. ๒๓๐๗), แผนที่แม่น้ำเจ้าพระยาโดย F. Valentijn (1726/๒๒๖๙), แผนที่กรุงศรีอยุธยาโดย F. Jollain (1686/๒๒๒๙), แผนที่สยามโดย V. Coronelli (1687/๒๒๓๐), แผนที่สยามโดย P. Placide/P. Duval (1686/๒๒๒๙) และภาพเรือพระราชพิธีโดย J. B. Fischer von Erlach (1721/๒๒๖๔) วันนั้นธวัชชัยเห็นราคาแล้วไม่กล้าซื้อ เลยตัดสินใจเลือกแผ่นที่ถูกที่สุด (แผ่นระบายสีแดง) แต่ภายหลังได้หาซื้อมาจนครบ ประสบการณ์ที่ธวัชชัยได้รับในวันนั้น สร้างแรงบันดาลใจให้เขาอยากบิวด์คอลเลคชั่นแผนที่ที่ดีที่สุด

ย้อนอ่านผลงานคุณธวัชชัย ตั้งศิริวานิช

-ไขปริศนาภาพ “ยูเดีย” ภาพกรุงศรีอยุธยาที่เก่าแก่และงดงามสุด

-เปิดเผยเอกสารค้นพบใหม่!!! “พระราชหัตถเลขา ร.๔ ทรงเขียนที่หว้ากอ” ในวาระ “๑๕๐ ปี สุริยุปราคาเต็มดวงที่หว้ากอ”

-แผนที่สยามโดยชาวอังกฤษ “เก่าแก่สุด” ที่ค้นพบ

-“เรกนัม เสียน” (Regnum Sian) แผนที่ร่วมสมัย “ยุทธหัตถี” กับ ๑๙ ปีที่รอคอย


เผยแพร่ครั้งแรกในระบบออนไลน์ เมื่อ

บทความก่อนหน้านี้
บทความถัดไป