นักวิจัยชี้ “หนุ่มไวกิ้ง” อาละวาดทั่วยุโรป เหตุอยากมีเมียแต่หาสาวโสดไม่ได้

ชาวเกาะเชตแลนด์ ทางตอนเหนือของสก็อตแลนด์ แต่งกายเลียนแบบชาวไวกิ้งในเทศกาล “Up Helly Aa” (AFP PHOTO / JOHN D MCHUGH)

เป็นที่ถกเถียงกันมานานในแวดวงประวัติศาสตร์ ว่าอะไรเป็นสาเหตุให้ชาวไวกิ้งจากดินแดนสแกนดิเนเวียออกอาละอาดไปทั่วยุโรปในช่วงปลายศตวรรษที่ 8 และสร้างความอกสั่นขวัญแขวนแก่ชาวบ้านเป็นเวลาต่อเนื่องนานนับร้อยปี

ก่อนหน้านี้มีการตั้งสมมติฐานว่า น่าจะเกิดจากปัญหาประชากรล้นเกินในสแกนดิเนเวียบ้าง การคุกคามทางความเชื่อของชาวคริสต์บ้าง หรือการรุกรานของคนใต้ต่อดินแดนทางตอนเหนือบ้าง

ล่าสุดได้มีงานวิจัยที่เสนอทฤษฎีสุดแสนโรแมนติกว่า หนุ่มไวกิ้งเหล่านี้น่าจะมีเป้าหมายหลักคือการออกเดินทางตามหา “หัวใจ”

กลุ่มนักวิจัยอันประกอบด้วย ดร.มาร์ก คอลลาร์ด ศาสตราจารย์ด้านโบราณคดีแห่งมหาวิทยาลัยอะเบอร์ดีน (University of Aberdeen) ซึ่งปัจจุบันได้มาทำงานวิจัยกับมหาวิทยาลัยไซมอน เฟรเซอร์ ในแคนาดา ร่วมกับ เบน ราฟฟิลด์ (Ben Raffield) และนีล ไพรซ์ (Niel Price) สองศาสตราจารย์ด้านโบราณคดีจากมหาวิทยาลัยอัพพ์ซาลา (Uppsala University) เชื่อว่า การเปลี่ยนแปลงทางสังคมครั้งใหญ่ในแดนสแกนดิเนเวียทำให้เกิดความขาดแคลน “เจ้าสาว” และกลายเป็นแรงผลักดันให้หนุ่มๆ ต้องออกรุกรานดินแดนอื่นๆ

เหตุแห่งการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางสังคมในยุคนั้น จากรายงานของ Telegraph ระบุว่า เกิดจากขยายตัวของประเพณีพหุภรรยาและความเหลื่อมล้ำทางสังคมที่เพิ่มมากขึ้นในช่วงปลายยุคเหล็ก ทำให้คนรวยมีภรรยา และอนุภรรยาจำนวนมาก จนสัดส่วนชาย-หญิงในสังคมขาดความสมดุล

ผลสืบมาทำให้ชายหนุ่มผู้ยากจนเหลือโอกาสน้อยลงที่จะจับคู่กับหญิงสาว เว้นเสียแต่ว่าพวกเขาจะร่ำรวย หรือเป็นที่รู้จักขึ้นมาในระยะเวลาอันรวดเร็ว ซึ่งการปล้นสะดมก็คือทางลัดที่จะทำให้พวกเขาไปถึงเป้าหมายได้

“ในโครงสร้างประชากร ที่คนแก่มีอำนาจแค่ไม่กี่คนสามารถมีคู่ครองได้เป็นจำนวนมาก ย่อมทำให้มีหนุ่มโสดเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ชายบางคนอาจมีเมียสัก 2-3 คน แต่ตำนานของชาวนอร์สบอกว่าเจ้านายบางรายมีเมียเป็นจำนวนนับไม่ถ้วนเลยทีเดียว” ศ.คอลลาร์ด กล่าว ก่อนเสริมว่า

“เพราะประเพณีพหุภรรยาไปพิ่มการแข่งขันระหว่างเพศชาย ด้วยการสร้างกลุ่มชายโสดขึ้นมาเป็นจำนวนมาก และกลายเป็นผลสืบเนื่องให้ผู้ชายมีพฤติกรรมเสี่ยงชีวิตเพื่อยกสถานะทางสังคมมากขึ้น”

ทฤษฎีนี้ไม่ใช่ของใหม่ นักประวัติศาสตร์ในยุคศตวรรษที่ 10 ก็เคยเสนอเรื่องนี้มาแล้ว แต่ทฤษฎีนี้ไม่ค่อยได้รับการสนับสนุนในระยะหลังเนื่องจากหลายคนให้น้ำหนักกับการแก้แค้น การรุกรานของกษัตริย์ชาร์เลอมาญ (Charlermagne) ที่บังคับให้ชาวสแกนดิเนเวียหันมานับถือศาสนาคริสต์ และฆ่าทิ้งคนที่ไม่ยอมรับศีลล้างบาป

แต่ ศ.คอลลาร์ดกล่าวว่า จากการศึกษาด้านจิตวิทยาประกอบกับประเพณีของหลายกลุ่มชาติพันธุ์ ทำให้ทฤษฎีที่เขาเสนอมีความเป็นไปได้มากกว่า

ทั้งนี้ จากหลักฐานโบราณคดีแสดงให้เห็นว่า กลุ่มนักรบไวกิงที่ออกปล้นในพื้นที่ต่างๆ ส่วนใหญ่เป็นคนหนุ่ม ไม่ใช่นักรบเจนสังเวียน ตำนานต่างๆ ก็เป็นเครื่องยืนยันว่า สังคมสแกนดิเนเวียในยุคไวกิงเป็นสังคมพหุภรรยา

ประกอบกับงานวิจัยใหม่ๆ ก็ชี้ให้เห็นว่า ความไม่สมดุลระหว่างสัดส่วนประชากรชายหญิง ที่ทำให้เกิดกลุ่มชายโสดจำนวนมาก มักก่อให้เกิดปัญหาการข่มขืน การใช้กำลัง ลักขโมย รวมไปถึงการฉ้อโกงสูงขึ้น และงานวิจัยชิ้นนึงกล่าวว่า ชนเผ่านาโนมาโม (Yanomamo) ในอเมริกาใต้ก็ใช้การปล้นสะดมหมู่บ้านข้างเคียงเพื่อหาคู่เพิ่มเติมตามคติพหุภรรยา

บทความก่อนหน้านี้
บทความถัดไป