พบซากเรือจากกองเรือของ “วาสโก ดา กามา” นักสำรวจชื่อดังชาวโปรตุเกส ในประเทศโอมาน

วาสโก ดา กามา นักสำรวจชาวโปรตุเกส ภาพโดย Scribner's Sons, Wikimedia Commons

นักโบราณคดีพบซากเรือนอกชายฝั่งประเทศโอมานซึ่งคาดว่าจะเป็นเรือเอสเมอรัลดา (Esmeralda) หนึ่งในกองเรือของ “วาสโก ดา กามา” (Vasco da Gama) ซึ่งจมลงระหว่างการเดินทางไปยังอินเดียเป็นครั้งที่ 2 ของนักสำรวจชื่อดังชาวโปรตุเกส ทั้งนี้จากการประกาศของกระทรวงมรดกของชาติและวัฒนธรรม ประเทศโอมาน

ซากเรือลำนี้ถูกพบตั้งแต่ปี 1998 แต่มิได้ถูกสำรวจมาก่อนจนกระทั่งปี 2013 เมื่อ Bluewater Recoveries บริษัทสำรวจทางทะเลได้ร่วมมือกับรัฐบาลโอมาน ทำการขุดค้นเป็นเวลา 2 ปี ในจุดที่ถูกพบใกล้กับเกาะอัลฮัลลานิยาห์ (Al Hallaniyah) ซึ่งอยู่ห่างจากแผ่นดินใหญ่เป็นระยะทาง 28 ไมล์

“อ่าวตรงจุดที่ถูกพบมีความสอดคล้องทางภูมิศาสตร์อย่างสมบูรณ์กับจุดที่เรือจมตามคำบรรยายของบรรดาผู้บันทึกประวัติศาสตร์” เดวิด เมอร์น (David Merns) จาก Bluewater Recoveries กล่าว

แม้จะไม่พบซากลำเรือหรือโครงสร้างขนาดใหญ่ของตัวเรือ แต่นักโบราณคดีได้ค้นพบโบราณวัตถุกว่า 2,800 ชื้นที่ช่วยในการระบุถึงอัตลักษณ์ของเรือลำนี้ได้

หนึ่งในหลักฐานสำคัญที่ถูกพบคือแผ่นโลหะทองแดงผสมซึ่งถูกตีตราสัญลักษณ์ราชวงศ์โปรตุเกส และระฆังสัมฤทธิ์ที่มีตัวเลข “498” ชี้ให้เห็นว่าเรือน่าจะถูกสร้างขึ้นในปี 1498 และเหรียญซึ่งทำขึ้นในลิสบอนระหว่างปี 1495-1501

เอสเมอรัลดา เป็นเรือธงจากกองเรือ 5 ลำ ที่ถูกวาสโก ดา กามา ละทิ้งไปพร้อมกับเรือเซาเปโดร ระหว่างการเดินทางออกจากอินเดียเพื่อกลับไปยังลิสบอนเมื่อปี 1503

เรือทั้งสองเป็นเรือที่บังคับโดยวิเซนเต และ บราส โซเดร (Vicente and Bras Sodre) ญาติอาวุโสฝ่ายแม่ 2 คนของวาสโก ดา กามา ซึ่งมีภารกิจในการตรวจตราน่านน้ำบริเวณชายฝั่งด้านตะวันตกเฉียงใต้ของอินเดีย เพื่อปกป้องโรงงานที่เพิ่งตั้งขึ้นของโปรตุเกส แต่พวกเขากลับแล่นเรือไปยังอ่าวเอเดน (Gulf of Aden) ซึ่งอยู่ระหว่างคาบสมุทรอาระเบียและแอฟริกาเพื่อปล้นสะดมภ์เรืออาหรับ ก่อนเผาเรือทิ้งโดยไม่ละเว้นชีวิตเหยื่อที่ถูกปล้น

ในเดือน พฤษภาคม 1503 กองเรือนี้ได้ทอดสมออยู่ที่เกาะอัลฮัลลานิยาห์ ซึ่งชาวประมงพื้นบ้านได้เตือนนักเดินเรือชาวโปรตุเกสกลุ่มนี้ถึงอันตรายที่กำลังจะมาถึงของพายุขนาดใหญ่ แต่ด้วยความมั่นใจเกินเหตุสองพี่น้องโซเดร ทั้งคู่ไม่สนใจคำเตือนจากชาวบ้านเลือกที่จะทอดสมอในจุดเดิม ขณะที่เรือลำเล็กกว่าจากกองเรือเดียวกันได้ย้ายไปยังจุดปลอดภัยอีกฝั่งของเกาะ

เมื่อลมพายุมาถึง เรือทั้งสองลำได้หลุดจากจุดทอดสมอและชนเข้ากับโขดหินริมชายฝั่ง ทำให้เรือทั้งสองจมลง ซึ่งลูกเรือส่วนใหญ่ของเรือเซาเปโดรสามารถเอาตัวรอดมาได้ แต่ลูกเรือของเอสเมอรัลดาทั้งหมดรวมถึงผู้บัญชาการเรือวิเซนเต โซเดร ต่างสูญหายไปในท้องน้ำที่ลึกกว่า ทั้งนี้จากรายงานในวารสารนานาชาติด้านโบราณคดีทางทะเล ของเมอร์น

“มันเป็นเรื่องยากที่จะเชื่อว่า จุดเรือจมแห่งนี้จะเป็นซากเรืออื่นไปได้นอกจาเรือเซาเปโดร หรือเอสเมอรัลดา” เมอร์นกล่าว

แม้บันทึกทางประวัติศาสตร์ทำให้เชื่อได้ว่า ซากเรือลำนี้จะเป็นเรือเอสเมอรัลดามากกว่าเรือเซาเปโดร โดยมีเบาะแสสำคัญคือการพบลูกปืนใหญ่ซึ่งมีอักษรสลักว่า “VS” ซึ่งน่าจะหมายถึง วิเซนเต โซเดร ผู้บังคับเรือเอสเมอรัลดา แต่นักวิจัยยังมองว่า หลักฐานที่จะใช้สรุปเป็นที่แน่ชัดว่าซากเรือดังกล่าวเป็นของเรือเอสเมอรัลดายังไม่ครบถ้วน

ข้อมูลจาก Discovery (http://news.discovery.com/history/archaeology/explorer-vasco-da-gamas-shipwreck-found-160315.htm)

บทความก่อนหน้านี้
บทความถัดไป