ม.ล.ปิ่น มาลากุล นั่งรถกับจอมพล ป. มีทหารถือปืนนั่งข้างหลัง จอมพลเปรยให้ย้ายจุฬาฯ?

จอมพล ป. พิบูลสงคราม

…เมื่อก้าวเข้าสู่ทศวรรษ 2480-89 สงครามมหาเอเชียบูรพาคืบคลานเข้ามาสู่ประเทศไทย ภัยสงครามได้ทำให้การเรียนการสอนในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยต้องหยุดชะงักไปเป็นเวลาหลายปี

ในชั้นต้นก่อนที่สงครามจะเข้ามาถึงอย่างเต็มรูปแบบ ในเวลาที่ “ท่านผู้นำ” ซึ่งอ้างความปลอดภัยของบ้านเมืองในสถานการณ์สงครามที่อาจจะเกิดขึ้นได้เป็นข้ออ้างในการย้ายเมืองหลวงไปอยู่ยังจังหวัดเพชรบูรณ์ ท่านก็ได้สู้อุตส่าห์มีใจนึกถึงจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและเห็นว่ามหาวิทยาลัยแห่งนี้ควรจะได้ย้ายไปด้วย

หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในขณะนั้นได้เล่าไว้ในอัตชีวประวัติ ถึงเหตุการณ์ที่ท่านผู้นำพยายามจะย้ายจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยไปยังที่ตั้งใหม่ใกล้เพชรบูรณ์เมืองหลวงใหม่ของท่านผู้นำไว้ดังนี้

“ครั้งหนึ่งท่านชวนผู้เขียนขึ้นรถไปข้างท่าน ท่านขับเองมีนายทหารชั้นนายร้อยถือปืนกลนั่งไปข้างหลัง ในการที่มีปืนกลอยู่ตรงหลังผู้เขียนนั้น ผู้เขียนรู้สึกว่าไม่สนุกนัก ท่านจอมพลขับวกเวียนขึ้นเขาแล้วชี้ให้ดูที่แห่งหนึ่งว่าเหมาะที่จะย้ายจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมาอยู่ที่นั่น ผู้เขียนรู้สึกว่าท่านยังไม่ได้สั่งให้ทำอะไร แต่ท่านคงจะเข้าใจว่าท่านได้สั่งแล้ว คือสั่งให้ผู้เขียนย้ายมหาวิทยาลัยมาที่นั่น

ผู้เขียนไม่ได้ทำอะไรเลย เพราะไม่มีอำนาจหน้าที่ที่จะย้ายมหาวิทยาลัย ได้แต่นำความไปบอกท่านรองอธิการบดี ท่านรองอธิการบดีก็คงทำไม่ไหวเช่นเดียวกัน แม้ไม่ยากนักที่จะย้ายตึกรามและอุปกรณ์ เครื่องใช้ ถ้ามีเงินก็ทำได้ แต่การโยกย้ายบรรดาท่านศาสตราจารย์นั่นสิคงจะยากนักหนา จึงนิ่งกันอยู่ไม่ได้ทำอะไรให้ปรากฏ

ดูเหมือนท่านจอมพลจะไม่พอใจในการที่ผู้เขียนนิ่งเฉยอยู่ ตามวินัยของทหารสั่งแล้วนิ่งไม่ทำตามคำสั่งนั้นก็คงจะมีความผิด ท่านจอมพลถามผู้เขียนว่ามีงานมากนักหรือ ซึ่งหมายความว่ามีงานมากจนไม่มีเวลาปฏิบัติตามคำสั่งของท่าน ผู้เขียนก็ตอบไปอย่างซื่อๆ ว่า งานมากจริงๆ ครับ ดังนั้นในอีกไม่ช้า ท่านจอมพลก็ออกคำสั่งให้ข้าพเจ้าพ้นจากตำแหน่งหน้าที่ทางโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา

ส่วนทางมหาวิทยาลัย เห็นภัยจังหน้าอยู่ข้างหน้า จึงได้ยกป้าย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปิดทองสวยงามขึ้นที่ข้างหุบเขาลพบุรี ซึ่งอาจแก้ตัวกับใครๆ ว่า ‘ทำแล้ว’ ”1

เมืองหลวงใหม่ ฝันที่เอื้อมไม่ถึงของ จอมพล ป.

เหตุการณ์นี้นอกจากจะแสดงให้เห็นว่าในยุคนั้นจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่เป็นสถาบันการศึกษาก็ยังต้องตกอยู่ใต้อำนาจเผด็จการของท่านผู้นำด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้แล้ว ยังยืนยันอีกครั้งว่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมีวิวัฒนาการไปพร้อมกับความวิวัฒน์แห่งสังคมไทยในทุกก้าวทุกระยะอย่างแยกไม่ออก

เดชะบุญที่ต่อมาโครงการย้ายเมืองหลวงของท่านผู้นำเป็นอันล้มเลิกไป มิฉะนั้นแล้วนิสิตจุฬาฯ ทั้งหลายคงได้ไปเดินเล่นกันอยู่ที่ตลาดเมืองลพบุรี มิใช่ที่สยามสแควร์เช่นในวันนี้…

หมายเหตุ : เนื้อหานี้คัดมาจากส่วนหนึ่งของบทความ “วาระ 100 ปี จุฬาฯ” โดย ศิรธัช ศิริชุมแสง ในนิตยสารศิลปวัฒนธรรม ฉบับเมษายน 2560 เนื้อหาในออนไลน์จัดย่อหน้า เน้นคำ และเชิงอรรถใหม่

 


เชิงอรรถ

1 หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล. อัตชีวประวัติของหม่อมหลวงปิ่น มาลากุล. (อนุสรณ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ), (กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว, 2539), น. 135-136.


เผยแพร่เนื้อหาในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 3 กันยายน 2563

บทความก่อนหน้านี้
บทความถัดไป