เนินจันทรา

เส้นลายมือ (ภาพจากเว็บไซต์ http://hiddendestiny.com/a-brief-introduction-to-palmistry/)

“เนินจันทรา” (The mount of the Lunar) คือบริเวณใต้เนินอังคารสูงและอยู่เหนือเนินพลูโต หรืออยู่ระหว่างเส้นสมองกับเส้นโชคชะตาตรงขอบฝ่ามือด้านล่าง แบ่งเขตกับเนินศุกร์ด้วยเส้นชีวิต 

เนินจันทรา

เนินจันทรามีคุณสมบัติคล้ายเนินอาทิตย์หรือเนินสุริยะ คือบ่งชี้จินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ของบุคคล เป็นคลังของความจำต่างๆ บ่งชี้ความสามารถในการเขียน และร้อยเรียงอักษรแบบจินตกวี เป็นคนประเภทเกลียดก็เกลียดหนัก หากจะรักก็รักแรง มีเพื่อนมากและพอใจจะไปกันเป็นหมู่คณะ มักเป็นคนขี้วิตกกังวลและสร้างปัญหาให้ตนเองเดือดร้อนเนืองๆ

เนินจันทรา ก็คือเทวีแห่งจันทรา หรือลูนาร์ติก ก็อดเดส (Lunartic Goddess) มารู้จักเทวีองค์นี้กันหน่อย สั้นๆ ดังนี้

เทวีแห่งจันทราเป็นคู่แฝดกับสุริยเทพ (อพอลโล) เกิดแต่นางเลโตนากับมหาเทพจูปิเตอร์

 

เทวีแห่งจันทราหรืออาร์เตมิส เป็นที่รู้จักกันอีกนามหนึ่งคือเทวีแห่งการล่าสัตว์ จึงเป็นที่เคารพนับถือของบรรดาพรานและนักล่าสัตว์ทั้งหลาย ด้วยเทวีจะทำหน้าที่เป็นแสงเดือนสว่างเกื้อกูลแก่นักล่ายามค่ำคืนโดยเฉพาะคืนเดือนหงาย บางทีก็ถูกเรียกว่าฟีบี หรือเซเลนี ซึ่งในภาษากรีกหมายถึงจันทรเทวี และโปรดกวางเป็นพิเศษ

เมื่อแรกเกิดนั้น เทวีเกิดยากมากเกือบทำให้มารดาถึงตาย จึงไม่ขอมีคู่ครองแม้จะมีเทพหลายองค์หมายปองก็ตาม แต่ขอบริวารจากพระบิดาเป็นนางเทพอัปสร ๘๐ นาง ซึ่งพากันเพลิดเพลินกับการประพาสป่าพร้อมกับมีนางเทพอัปสรติดตามกันไปเป็นพรวน

อย่างไรก็ดี เทวีก็พบรักโดนใจเข้าจนได้ กล่าวคือคืนหนึ่งขณะจรไปในห้วงเวหาดารดาษด้วยดาวทอแสงงามส่งประกายระยิบระยับและมีกลิ่นบุปผชาติจรุงฟุ้งขจรขึ้นมาจากพื้นปฐพี เทวีมองลงไปพบหนุ่มน้อยคนหนึ่งเป็นคนเลี้ยงแกะผู้มีรูปงาม นอนหงายหลับตา ใบหน้าอาบแสงเดือนอันอ่อนละมุนอยู่ตามลำพัง นามหนุ่มผู้นี้เอ็นดิเมียน เมื่อเทวีได้พบก็เกิดอารมณ์พิสมัยไม่อาจอดใจรอไว้ได้ จึงลอยองค์ลงจุมพิตริมฝีปากเผยอน้อยๆ ของชายหนุ่มครั้งหนึ่งก่อนจะลอยเลื่อนคืนกลับลับไปในอากาศ

เอ็นดิเมียนฟื้นตื่นปรือตาคลับคล้ายคลับคลาเพียงเห็นดวงจันทร์กระจ่างลอยลิ่วลับไป ด้วยดวงใจดื่มด่ำเสียนี่กระไร เจ้าหนุ่มทอดกายนอนลงอีกครั้งหนึ่งหวังจะได้ภาพประทับใจ แต่ก็มิได้สมปรารถนา จึงซอกซอนค้นหาเทพธิดาในฝันไปทั่วขุนเขาและราวป่า ไม่เว้นแม้แต่ในท้องทะเลลึก

เสน่ห์อันอื้อฉาวของเทวีเป็นที่ฉงนงงงันแก่ปวงเทพทั้งหลายและล่วงรู้ไปถึงมหาเทพจูปิเตอร์ในไม่ช้า จึงบังคับให้เอ็นดิเมียนเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง คือตายหรือหลับโดยไม่มีเวลาตื่นในถ้ำแห่งหนึ่ง ณ ยอดเขาแลตมัส หนุ่มน้อยผู้โชคร้ายเลือกอย่างหลัง

เชื่อกันว่าเทวีแห่งจันทราผู้ซื่อสัตย์มักจะแวะเวียนมาเยี่ยมเยือนเจ้าหนุ่มผู้หลับตลอดกาลทุกคืน และช่วยเฝ้าดูแลฝูงแกะของหนุ่มน้อยที่ทิ้งไว้ด้วยใจเป็นห่วงใยยิ่ง

ภาพเทวีแห่งจันทราหรืออาร์เตมิส กับเอ็นดิเมียน โดยศิลปิน ทวีแห่งจันทราหรืออาร์เตมิส (ภาพจากเว็บไซต์ https://en.wikipedia.org/wiki/Endymion_(mythology)#/media/File:J%C3%A9r%C3%B4me-Martin_Langlois_-_Diana_and_Endymion_-_WGA12461.jpg)

เนินจันทราที่พัฒนามากเกินไป บ่งชี้ว่าเป็นคนประเภทไม่พอใจกับชีวิตการเป็นอยู่เดิมๆ ซ้ำๆ หรืองานรูทีน ชอบท่องเที่ยวร่อนเร่ไปอย่างไร้การควบคุม อาจเป็นทางเรือหรือทางทะเลและโปรดการมีที่พักอาศัยใกล้น้ำ มักปลีกตัวหนีสังคมเพราะรู้สึกว่าตนเองแตกต่างจากคนอื่น หรือเพราะคนอื่นไม่ค่อยจะเข้าใจ เป็นคนมีความวิตกกังวลเป็นเจ้าเรือน และเป็นจอมจินตนาการอย่างหาตัวจับยาก อุปนิสัยประเภทนี้เรียกว่า ลูนาเรียน (Lunarian)

เนินจันทราสัมพันธ์กับนิ้วหัวแม่มือและนิ้วก้อย นิ้วหัวแม่มือที่แข็งแรงจะเสริมพลังเนินจันทราให้สูงเด่น ตรงกันข้ามถ้าหัวแม่มืออ่อนแอจะฉุดดึงพลังให้เหลือน้อย และตนเองตกเป็นเหยื่อของจินตนาการ

ถ้าหากว่าเส้นโค้งของเนินจันทราล้นออกมาทางฝ่ามือ บ่งชี้ว่าเป็นคนที่ชอบอาศัยอยู่ใกล้น้ำ ทะเลสาบ บึง หนอง คลองเล็กและแม่น้ำ จนถึงมหาสมุทร เราพบเสมอในมือของกัปตันและนาวิเกเตอร์ทั้งหลาย

เส้นที่พาดเนิน บ่งชี้ว่าเป็นคนรักการเดินทาง เนินจันทราที่แบนบาง มีความหมายว่าเป็นคนนิยมวัตถุธาตุ เป็นคนเลือดเย็นไม่ค่อยเห็นอกเห็นใจใคร อดทนต่อความคิดความอ่านของใครไม่ได้ และไม่ชอบคนแปลกหน้า

     เนินจันทราที่มีรูปทรงสูงมาก บ่งชี้ว่าเป็นคนไม่ค่อยอยู่กับร่องกับรอย มักโลเลหลายใจเชื่อไม่ค่อยได้ เห็นแก่ตัว ผิวเผินและมีอารมณ์เศร้าซึม ไม่ขยันในการงาน เอาแต่ฝันเฟื่องหรือท่องเที่ยว ไม่ชอบอยู่เป็นที่เป็นทาง เป็นคู่รักหรือคู่สมรสที่ไม่ค่อยได้เรื่อง ชอบดนตรี กวีและศิลปะ ชอบอ่านนวนิยายเชิงท่องเที่ยวหรือเรื่องฝันโรแมนติก ไม่ค่อยชอบอะไรที่เป็นจริง เป็นคนเปลี่ยนแปลงง่าย เอาอะไรเป็นหลักไม่ได้


(คัดลอกส่วนหนึ่งจากบทความ “เนินจันทรา” เขียนโดย ส.สีมา ในนิตยสารศิลปวัฒนธรรม พฤศจิกายน ๒๕๕๒)

บทความก่อนหน้านี้
บทความถัดไป