ใคร? ที่รัชกาลที่ 5“ฝันถึงร่ำไป”เมื่อเสด็จประพาสยุโรป

เจ้านายฝ่ายใน ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่สวนศิวาลัยในพระบรมมหาราชวัง (ภาพจาก ราชพัสตราภรณ์ สำนักงานส่งเสริมเอกลักษณ์ของชาติ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี จัดพิมพ์เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 12 สิงหาคม 2547)

“…ทําไมจึงเห็นหน้าเจ้ามากกว่าใครๆ หมด เห็นจะเป็นด้วยอยู่ด้วยกันมานาน ฝันถึงก็ฝันถึงเจ้าร่ำไป”

เป็นข้อความตอนหนึ่งในพระราชหัตถเลขาในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งทรงมีมาพระราชทานเจ้าจอม เอิบ ขณะเสด็จประพาสยุโรปครั้งที่ 2 พ.ศ. 2450 แสดงความในพระทัยที่ทรงมีต่อเจ้าจอมท่านนี้อย่างชัดเจน

เจ้าจอมเอิบ ในรัชกาลที่ 5 (ภาพจาก สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ)

เจ้าจอมเอิบ เป็นหนึ่งในเจ้าจอมก๊ก อ แห่งสกุลบุนนาค เป็นธิดาเจ้าพระยาสุรพันธ์พิสุทธิ์ กับท่านผู้หญิงอู่ เจ้าจอมเอิบได้ชื่อว่าเป็น เจ้าจอมคนโปรดตลอดรัชกาล ด้วยหน้าที่แต่งฉลองพระองค์ถวาย จึงมีโอกาสอยู่ใกล้ชิดพระองค์ การรับราชการสนองพระเดชพระคุณใกล้ชิดพระองค์นั้น น่าจะเป็นความยากลําบากในการปฏิบัติตนสําหรับคนทั่วไป

แต่เพราะคุณสมบัติพิเศษเฉพาะตัวของเจ้าจอมเอิบ คือ ความละมุนละม่อม ช่างเอาอกเอาใจ เปี่ยมด้วยความจงรักภักดีอย่างจริงใจ ตลอดจนความเฉลียวฉลาดมีปฏิภาณไหวพริบ ทําให้เจ้าจอมเอิบสามารถ ที่จะปฏิบัติหน้าที่นี้ได้อย่างเป็นที่พอพระราชหฤทัย

เล่ากันว่าเวลาถวายการแต่งฉลองพระองค์นี้เองเป็นเวลาที่ทรงพระสําราญเป็นพิเศษ ในการที่ได้ทรงต่อปากต่อคําฟังความคิดเห็นที่ตรงไปตรงมา แต่คมคายฉลาดเฉลียวเป็นตัวของตัวเองของเจ้าจอมเอิบ หลักฐานที่แสดงถึงความพอพระราชหฤทัยในการทําหน้าที่ถวายการแต่ง ฉลองพระองค์ของเจ้าจอมเอิบคือ พระราชหัตถเลขาที่ทรงมีถึงพระเจ้าน้องนางเธอ พระองค์เจ้านภาพรประภา ผู้ทรงทําหน้าที่ดูแลกํากับกิจการฝ่ายใน ความตอนหนึ่งว่า

“…ฉันอนุญาตให้ นางเอี่ยม นางเอิบ นางเอื้อน นางรวย ไปในการขึ้นบ้านชายยุคล แต่นางเอิบจะต้องอยู่แต่งตัว ตัวฉันไปแล้วจึงจะไปได้…”

ความสนิทเสน่หาที่ทรงมีต่อเจ้าจอมเอิบนั้นเกิดจากอะไร

เล่ากันว่าความสวยงามของเจ้าจอมเอิบนั้น เป็นรองความมีน้ำใจงดงามและความจงรักภักดีที่มีต่อพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งเป็นเรื่องที่พิสูจน์ค่อนข้างยากและต้องใช้เวลานาน มีเรื่องเล่ากันว่าครั้งหนึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงลองใจ เจ้าจอมเอิบ โดยโปรดให้สร้างบ้านพักพระราชทาน ครั้นเสร็จทรงเปลี่ยนพระทัยพระราชทานเจ้าจอมอีกคนหนึ่ง ซึ่งถ้าเหตุการณ์นี้เกิดกับผู้อื่น ก็อาจ “มีเรื่อง” หรือ “เป็นเรื่อง แต่สําหรับเจ้าจอมเอิบแล้วไม่มีเหตุการณ์เช่นนั้นเกิดขึ้น

พระราชสํานักฝ่ายในมักเกรงใจเจ้าจอมเอิบ พูดกันว่า เจ้าจอมเอิบเป็นเจ้าจอมคนเดียวที่กล้ากราบทูลความคิดเห็นต่างๆ อย่างตรงไปตรงมา และกล้าที่จะขัดพระราชประสงค์หากเห็นว่าสิ่ง นั้นไม่ถูกไม่ควร เช่น บางครั้งเมื่อเจ้าจอมเอิบเห็นการแต่งพระองค์บกพร่อง ก็จะกราบทูลยิ้มๆ ว่า “ขึ้นแต่งพระองค์ออกไปอย่างนั้นจะได้อายเขาตาย” ก็ไม่ทรงโกรธ กลับรับสั่งอย่างพระอารมณ์ดีว่า “ก็มาช่วยแต่งให้เรียบร้อยซี”

นอกจากงานในหน้าที่แล้ว เมื่อมีพระราชนิยมเล่นกล้อง เจ้าจอมเอิบก็พยายามศึกษาวิธีการและเทคนิคในการถ่ายภาพ จนได้ชื่อ ว่าเป็นช่างภาพที่มีฝีมือคนหนึ่งในพระราชสํานักฝ่ายใน

ความโปรดปรานที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดพระราชทานแก่เจ้าจอมเอิบนั้นมีหลักฐานปรากฏตลอดมาไม่ว่า จะเป็นการพระราชทานเกียรติยศและโอกาสดีต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ เช่น โปรดพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ฝ่ายในแทบจะทุกชั้น ได้แก่ เครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้าฝ่ายใน, ตติยจุลจอมเกล้า, ทุติยจุลจอมเกล้า และทุติยจุลจอมเกล้าวิเศษ อันล้วนเป็นเครื่องแสดงถึงเกียรติยศให้ปรากฏ หรือเครื่องยศอันมีค่า ได้แก่ หีบหมากทองลงยา ตราเกี้ยวประดับเพชร อันเป็นเครื่องแสดงถึงความยกย่องและสนิทเสน่หา

หรือแม้ในโอกาสพิเศษต่างๆ ก็ไม่ทรงละเลย เช่น ครั้งรับเสด็จเจ้าฟ้าแสนหวีในฐานะพระราชอาคันตุกะ แม้เจ้าจอมเอิบจะมีอายุมาก แต่ก็โปรดให้อยู่ในคณะเจ้าจอมรับเสด็จ หรือในพระราชพิธีเฉลิมพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ก็โปรดให้เจ้าจอมเอิบเป็นผู้เชิญกุญแจตามเสด็จทิ้งไปถึงห้องพระบรรทม และในการเสด็จประพาสที่ต่างๆ ทั้งในและนอกพระราชอาณาจักร เจ้าจอมเอิบก็เป็นเจ้าจอมคนหนึ่งที่มีโอกาสตามเสด็จบ่อยครั้ง

ยิ่งเมื่อเสด็จประพาสยุโรปครั้งที่ 2 ซึ่งเป็นการเสด็จฯ เพื่อพักผ่อนบํารุงพระพลานามัยจึงทรงมีเวลาที่จะดูบ้านเมือง เสด็จฯ ณ ที่ใดก็จะทรงหาของฝากพระราชทานคนทางเมืองไทย เจ้าจอมเอิบเป็นคนหนึ่งซึ่งทรงระลึกถึง และทรงพยายามหาของฝากที่เหมาะสม และที่เจ้าจอมเอิบมีประสงค์จะได้ เช่น ตุ้มหูไข่นกการเวกจากเมืองนีซ และยังทรงพยายามเสาะหาลูกห้อยรูปกระต่ายอันเป็นรูปปีเกิดที่เจ้าจอมเอิบอยากได้ แต่หาไม่ได้จึงทรงซื้ออลูกน้อยรูปสุนัขมาแทน ดังปรากฏหลักฐานเกี่ยวกับเรื่องนี้ในพระราชหัตถเลขาลงวันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2450 ความว่า “…เอิบได้ซื้อลูกห้อยรูปหมาทําด้วยแก้วผลึกส่งมาให้ จะหากระต่ายไม่มี…กระต่ายไม่เข้าแบบ แต่เห็นว่าหมาก็เหมาะดี เพราะเจ้ารักมาก…”

จากหลักฐานต่างๆ ที่ปรากฏแสดงถึงความสนิทเสน่หาที่ทรงมีต่อเจ้าจอมเอิบ จึงไม่เป็นการแปลกที่ข้อความตอนหนึ่งในพระราชหัตถเลขาจะบ่งบอกถึงความในพระทัยที่ทรงมีต่อเจ้าจอมเอิบว่า “…ทําไม จึงเห็นหน้าเจ้ามากกว่าใครๆ หมด เห็นจะเป็นด้วยอยู่ด้วยกันมานาน ฝันถึงก็ฝันถึงเจ้าร่ำไป ไม่ช้าอีกเท่าไรจะได้ไปพบ…”


ข้อมูลจาก

ศันสนีย์ วีระศิลป์ชัย. วาทะเล่าประวัตศาสตร์, สำนักพิมพ์มติชน พ.ศ. 2556

บทความก่อนหน้านี้
บทความถัดไป