สองทศวรรษแห่งวิกฤต จีนใช้ “คูปอง” จัดสรรปัจจัยพื้นฐานในภาวะอดอยาก

ภาพความอดอยากของชาวจีนในอดีต (ภาพจาก https://china-underground.com)

20 ปีวิกฤตในจีน ทางการใช้ “คูปอง” จัดสรรปัจจัยพื้นฐานในภาวะอดอยากอันเลวร้ายที่สุดในหน้าประวัติศาสตร์ประเทศ

หากกล่าวถึงประเทศมหาอำนาจในฝั่งเอเชียแล้ว วันนี้จีนคือหนึ่งในประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจแห่งโลกตะวันออก รวมทั้งเป็นศูนย์กลางสำคัญทางการเมือง การปกครอง การศึกษา และวัฒนธรรม ซึ่งในแต่ละปีมีชาวต่างประเทศเดินทางเข้ามาติดต่อค้าขายและท่องเที่ยวในจีนเป็นจำนวนมาก

แต่ใครจะคิดว่าประเทศมหาอำนาจอย่าง ‘จีน’ ครั้งหนึ่งต้องเผชิญกับทุพภิกขภัยอันเลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ คร่าชีวิตประชากรจีนนับหลายล้านคน

ช่วง 20 ปีนับตั้งแต่ต้นทศวรรษ 1960 เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ประเทศที่เพิ่งสถาปนาตนเป็นสาธารณรัฐมาไม่นานต้องเผชิญกับภัยธรรมชาติครั้งร้ายแรงทั้งภัยแล้งและน้ำท่วม รวมถึงปัญหาทางการเมือง ‘การปฏิวัติทางวัฒนธรรม’ ใน ค.ศ. 1966 ยังเป็นสิ่งที่ตอกย้ำว่า ‘จีน’ ได้เข้าสู่วิกฤตครั้งใหญ่นับตั้งแต่เคยมีมา

การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในช่วง ค.ศ. 1960 – 1966 เป็นเหตุให้ผลิตผลด้านเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมลดลงไปเป็นอันมาก ผู้คนในหลายท้องที่ขาดแคลนเสบียงอาหารและของใช้ต่างๆ ในการดำรงชีวิต เนื่องจากข้าวปลาอาหารเครื่องอุปโภคบริโภคหายากเพราะมีจำนวนจำกัดและมีราคาแพง ซึ่งได้ส่งผลกระทบมาจนถึงกลาง ค.ศ. 1980

ในยุคนั้นอาหารหายากชนิดที่ว่าอะไรที่กินได้จะถูกหามากินจนหมด โดยเฉพาะพืชจะถูกนำมากินแทนอาหาร ไม่เว้นแม้แต่รากของต้นข้าวสาลีที่แห้งตายในทุ่ง เปลือกต้นไม้ เปลือกถั่ว ทำให้เป็นโรคหน้าบวมตัวบวมไปตามๆ กัน มีข่าวที่ไม่เป็นทางการว่าในขณะนั้นประชาชนจีนอดอยาก เสียชีวิตประมาณ 30,000,000 คน

ภาพคูปองอาหารทั่วประเทศจีน (ภาพจากหนังสือปักกิ่งในความทรงจำ สำนักพิมพ์มติชน)

การขาดแคลนอาหารนำไปสู่ภาวะอดอยากในที่สุด  ทางการจีนได้ใช้ระบบซื้อสิ่งของด้วย “คูปอง” เพื่อจัดสรรปัจจัยพื้นฐาน โดยเฉพาะอาหารและเครื่องอุปโภคบริโภคที่มีอยู่อย่างจำกัด หวังให้ประชากรจีนมีชีวิตอยู่รอดในภาวะอดอยากอันเลวร้ายที่สุดในหน้าประวัติศาสตร์จีน

“คูปอง” ที่ใช้ซื้อสิ่งของมีอยู่ 2 ชนิด คือ คูปองรายเดือน และคูปองรายปี ทางการจีนจะจ่ายคูปองรายเดือนให้แก่ประชาชนทุกๆ ต้นเดือน คูปองที่ได้นั้นจะกำหนดระยะเวลาการใช้งานไว้ ซึ่งแต่ละคนจะได้รับคูปองจำนวนจำกัดตามข้อกำหนดของทางการ โดยจะจ่ายให้ประชาชนตามเกณฑ์ของอายุ เพศ และอาชีพ

ทั้งนี้คูปองทุกชนิดจะจ่ายให้เฉพาะคนที่มีสำมะโนครัวในจีนเท่านั้น และมีข้อกำหนดอยู่ว่าคูปองจะใช้ได้เฉพาะเมืองของตน ถ้าจำเป็นต้องใช้คูปองในเมืองอื่นต้องไปขอเปลี่ยนเป็นคูปองอีกชนิดหนึ่งเรียกว่า ‘คูปองอาหารทั่วประเทศจีน’ คูปองชนิดนี้ประชาชนสามารถนำไปใช้ได้ทั่วทั้งภายในประเทศ

ประชาชนทั่วไปจะได้รับคูปองสำหรับซื้อสินค้าจำพวกแป้งสาลี แป้งข้าวโพด และข้าวสารคนละ 12-17 กิโลกรัมต่อเดือน คูปองซื้อเนื้อหมู น้ำมัน น้ำตาล และถั่วเหลืองจะได้คนละ 0.25 กิโลกรัม ไข่ไก่แต่ละครอบครัวจะได้รับ 1 กิโลกรัมต่อเดือน สำหรับไก่โดยทั่วไปจะมีขายในวันตรุษวันสารทเท่านั้น ซึ่งสามารถซื้อได้ไม่เกิน 2-3 ตัว ต่อหนึ่งครอบครัว  ส่วนของใช้ประจำวันชนิดอื่นๆ อาทิ ผ้า เสื้อผ้าสำเร็จรูป สบู่ ไม้ขีดไฟ วิทยุ เป็นต้น ต้องซื้อด้วย ‘คูปองอุตสาหกรรม’ ที่เรียกว่า ‘คูปองกงเย่จ้วน’ เป็นคูปองที่ทางการจีนแจกให้ฟรี โดยแต่ละคนจะได้รับ 5 ใบต่อปี

ภาพคูปองอุตสาหกรรมของปักกิ่ง (ภาพจากหนังสือปักกิ่งในความทรงจำ สำนักพิมพ์มติชน)

สิรินทร์ พัธโนทัย ขณะอายุ 8 ปี และพี่ชาย ที่ถูกส่งไปประเทศจีนในฐานะ “ตัวประกัน” เพื่อยืนยันว่าไทยและจีนจะเป็นมิตรต่อกัน กล่าวถึงประสบการณ์การใช้ “คูปอง” ของเธอใน “มุกมังกร”  ว่า

 “… พี่ไวและฉันต่างเข้าแถวรอคิวเลือกอาหารที่ต้องการ ซึ่งจะใส่ในชามกาละมังใบใหญ่ จะต้องใช้คูปองในการซื้ออาหารประเภทแป้ง เช่นหมั่นโถวหรือบะหมี่ เท่าที่ทราบครูส่วนใหญ่ พยายามระมัดระวังการใช้คูปองของตัวเองเพื่อให้พอใช้ตลอดทั้งเดือน”

ต่อมาภายหลังเมื่อ ‘การปฏิวัติใหญ่ทางวัฒนธรรม’ ของจีนสิ้นสุดลงในเดือนตุลาคม ค.ศ. 1976 รัฐบาลจีนเริ่มอนุญาตให้ประชาชนค้าขายส่วนตัวได้  ยอมให้ชาวนาขายผลผลิตของตนเองได้อย่างเสรี เครื่องอุปโภคบริโภคจึงมีขายในท้องตลาดมากขึ้น คูปองที่เคยใช้กันอยู่จึงค่อยๆ ยกเลิกไป กระทั่งกลาง ค.ศ. 1980 มีประกาศให้ยกเลิกการใช้คูปองนับตั้งแต่นั้นมา

ปัจจุบันแม้ว่าจีนจะไม่มีการใช้ “คูปอง” เช่นในอดีตครั้งเกิดวิกฤตแล้ว แต่กล่าวได้ว่า “คูปอง” ได้กลายเป็นบันทึกทางประวัติศาสตร์ที่บอกเล่าถึงเหตุการณ์ความเปลี่ยนแปลงในยุคสมัยหนึ่งของจีน


แหล่งอ้างอิง

ศรีกานดา ภูมิบริรักษ์. ปักกิ่งในความทรงจำ. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ : มติชน, 2557.

สิรินทร์ พัธโนทัย. มุกมังกร. กรุงเทพฯ : เนชั่นพับลิชชิ่ง กรุ๊ป จำกัด, 2538.

บทความก่อนหน้านี้
บทความถัดไป