ร.5 พอพระราชหฤทัย “หมูหวาน” โปรดเกล้าพระราชทาน ธูป เทียน บูชาฝีมือคนทำ

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5เมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์

เรื่องเล่าที่เกี่ยวกับในหลวงรัชกาลที่ 5 นั้นมีอยู่มากมาย หลายเรื่องก็ฟังสนุกและเป็นเกร็ดความรู้ที่น่าสนใจ ดังเช่นที่ในหนังสือ สหวิทยาการของอ้อยและน้ำตาล ได้ถ่ายทอดข้อมูลที่นำมาจากหนังสือผู้หญิงระดับยอด ของ ลาวัณ โชตามะระ อีกทีหนึ่ง ถึงเรื่องของ “หมูหวาน”

เรื่องเล่านี้มีอยู่ว่่า ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 นั้น พระองค์เป็นผู้ที่ทรงให้ความสำคัญกับรสชาติอาหารเป็นอย่างมาก วันหนึ่งในขณะที่พระองค์ประทับอยู่ที่พระราชวังสวนดุสิต คุณท้าววรจันทร์ (เจ้าจอมมารดาในรัชกาลที่ 4) ได้ถวายสำรับอาหารเป็นน้ำยาไก่และหมูหวาน คาดว่าฝีมือของคุณท้าววรจันทร์น่าจะเป็นที่พอพระราชหฤทัยเป็นอย่างมาก เพราะเรื่องนี้เล่าต่อไปว่ารัชกาลที่ 5 ไม่เพียงแต่มีพระราชดำรัสยกย่องฝีมือการปรุงอาหารของท่านเท่านั้น แต่ถึงกับโปรดเกล้าพระราชทานทั้งธูป และเทียนบูชาฝีมือกันเลยทีเดียว!

ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีอีกครั้งหนึ่งที่คุณท้าววรจันทร์ได้จัดเตรียมสำรับถวายรัชกาลที่ 5 โดยครั้งนี้พระองค์ก็มีพระราชดำรัสชมเชยอีกเช่นเคยว่าอาหารที่คุณจอมทำนั้นรสชาติดี โดยเฉพาะหมูหวาน ซึ่งมีรสชาติราวกับหมูหวานที่พระองค์เคยได้เสวยเมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์ และได้ตรัสให้ความรู้ถึงเรื่องหมูหวานต่อไปอีกว่า “หมูหวาน” เมื่อก่อนเรียกกันว่า “หมูผัด” คำว่า “หมูหวาน” เป็นคำใหม่ที่เพิ่งจะมาเรียกกันในสมัยของรัชกาลที่ 5 นี้เอง 

เรื่องที่น่าสนใจถึงความพอพระราชหฤทัยของรัชกาลที่ 5 ที่มีต่อหมูหวานฝีมือคุณท้าววรจันทร์ยังไม่จบลงเพียงเท่านั้น เพราะในเวลาต่อมา ว่ากันว่าพระองค์ได้โปรดให้ตีฆ้องประกาศไปทั่วราชสำนักว่า หมูผัดของท้าววรจันทร์นั้นมีรสชาติดีเหมือนที่พระองค์ได้เสวยเมื่อครั้งทรงพระเยาว์ หากว่าใครสามารถผัดหมูให้มีรสชาติดีเช่นนี้ได้อีก ก็จะพระราชทานน้ำตาล จำนวน 3 เท่าลูกฟักเป็นรางวัล!!


อ้างอิง:

ศรีสมร คงพันธุ์ “น้ำตาลในอาหารไทย” สหวิทยาการของอ้อยและน้ำตาล หนังสือที่ระลึกเนื่องในโอกาสครบรอบ 43 ปี กลุ่มบริษัท น้ำตาลมิตรผล จำกัด, 2542.

บทความก่อนหน้านี้
บทความถัดไป