อย่าสุ่มสี่สุ่มห้า – “สุ่มปลา” กับบทเรียนชีวิต

เมื่อพูดถึงเครื่องมือจับปลา สุ่มเป็นชื่อแรก ๆ ที่ผู้คนนึกถึง แล้วอาจนึกต่อว่าใช้ครอบปลาตามแหล่งน้ำไม่กว้างไม่ลึก สานคล้าย ๆ ฝาชี แต่เล็กและแคบกว่า ส่วนบนสานเปิดไว้เป็นวงกว้างเพื่อใช้มือล้วงจับปลา

ดูเหมือนว่าสุ่มไม่มีเทคนิคกลไกซับซ้อนอะไร ไม่มีบ่วง ไม่มีการขัดเดือยอย่างเครื่องมือโดยมาก จึงมักติดภาพของสุ่มว่าใช้ง่าย ๆ แต่ในความเป็นจริงการจะใช้สุ่มให้ได้ผลดีทำได้ยาก

(ซ้าย) สุ่มซี่  (ขวา) สุ่มสาน
(ภาพจากเว็บไซต์ https://sites.google.com/site/phakhxisanmondaymorning/sum)

ลักษณะของสุ่มเป็นเครื่องจักสาน ทำไม่ยาก มีแบบสุ่มซี่ คือเอาไม้ไผ่ที่เหลาเป็นซี่ ๆ มาเรียงกันเป็นวงกลม ถักด้วยหวายหรือเถาวัลย์ และแบบสุ่มสาน คือเอาไม้ไผ่มาสารเป็นลายขัดตาสี่เหลี่ยม

ถ้าจะสุ่มหาปลาให้ได้ผลก็ควรลงทุนบ้างด้วยอุปกรณ์เสริม และด้วยความร่วมแรงกัน โดยธรรมชาติปลามักอาศัย พรางตัว หรือหาอาหารตามผักตบ ผักบุ้งนา หญ้าสด หญ้าแห้ง ที่ขึ้นตามชายขอบคลอง หนอง บึง วัชพืชเหล่านี้เรียกรวม ๆ ว่าสนุ่น จึงต้องล่อปลาออกจากสนุ่น วิธีหนึ่งคือใช้คน 2 คนลากไม้ค้อน ซึ่งเป็นไม้ท่อนกลม ใช้เชือกมัดท่อนไม้ 2 ข้าง ลากลงไปในห้วงน้ำ ปลาจะกระโดดหนีไม้ค้อน คนอื่นก็ถือสุ่มเดินตามเพื่อครอบปลา สุ่มจึงเป็นเครื่องมือจับปลาที่ต้องลงทุนลงแรงพอสมควร

การใช้เครื่องมือจับปลาอย่างสุ่มให้ได้ดีต้องเรียนรู้สภาพแวดล้อมทางธรรมชาติให้มาก ลองผิดลองถูกให้มาก รู้จักอดทนรอปลาที่เป็นเป้าหมาย การใช้สุ่มอย่างมีคุณภาพจึงหมายถึงจับปลาที่ต้องการได้มาก โดยไม่ต้องใช้แรงมาก เสียเวลามาก แต่ถ้าใช้หลาย ๆ หน สุ่มหลาย ๆ ครั้งย่อมหมายถึงการใช้อย่างด้อยคุณภาพ สุ่มกี่ครั้ง ๆ ก็ไม่ได้ปลา

เช่น สุ่มครั้งที่หนึ่งก็ไม่ได้ สุ่มครั้งที่สองก็ยังไม่ได้ สุ่มครั้งที่สามอาจได้แต่ปลาเล็กปลาน้อย เพราะเลือกทำเลไม่ดี ไม่มีประสบการณ์ สุ่มครั้งที่สี่ก็ไม่ได้ สุ่มครั้งที่ห้าก็ยังไม่ได้

อย่างนี้เรียกว่าพวก “สุ่มสี่สุ่มห้า” ทำนองว่าคนกลุ่มนี้ด้อยคุณภาพ ไม่ตั้งใจ ไม่หวังผลสัมฤทธิ์


(คัดลอกส่วนหนึ่งจากบทความ “สุ่ม อย่าสุ่มสี่สุ่มห้ากับสุ่ม” เขียนโดย พรศิริ บูรณเขตต์ ในนิตยสารศิลปวัฒนธรรม มิถุนายน 2545)